Home » [NEW] นั่งรถไฟไทยขบวนที่ 35 สู่ มาเลเซีย-สิงคโปร์ กับงบ 8,500 บาท | ราคา น้ํา มัน สิงคโปร์ realtime – Nangdep.vn

[NEW] นั่งรถไฟไทยขบวนที่ 35 สู่ มาเลเซีย-สิงคโปร์ กับงบ 8,500 บาท | ราคา น้ํา มัน สิงคโปร์ realtime – Nangdep.vn

ราคา น้ํา มัน สิงคโปร์ realtime: คุณกำลังดูกระทู้

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก Feemskd’s photo

         

สำหรับคนชอบท่องเที่ยว การได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ คงเป็นความสุขชั้นเลิศ แต่ปัจจัยหลักของการออกเดินทางท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่จะพกติดกระเป๋ายามต้องไปไกลบ้าน ดังนั้นหลายคนจึงต้องยอมตัดใจจากการท่องโลกกว้างด้วยเพราะกังวลว่าจะมีงบประมาณไม่พอ

          คุณ Feemskd สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กลับออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ด้วยการนั่งรถไฟไทยไปกับเพื่อนร่วมทริปอีก 1 คน โดยใช้งบเพียง 8,500 บาท ทริปประหยัดครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เราลองไปติดตามเรื่องราวการเดินทางกันค่ะ

แต่สำหรับคุณกลับออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ด้วยการนั่งรถไฟไทยไปกับเพื่อนร่วมทริปอีก 1 คน โดยใช้งบเพียง 8,500 บาท ทริปประหยัดครั้งนี้จะเป็นอย่างไร เราลองไปติดตามเรื่องราวการเดินทางกันค่ะ


1st trip : รถไฟไทยขบวนที่ 35 สู่ มาเลเซีย-สิงคโปร์ ด้วยงบ 8,500฿ โดยคุณ Feemskd

          ขอแนะนำตัวสักนิด… เราชื่อ “ฟีม” เป็นเด็กสาววัย 18 ปีหมาด ๆ ทริปนี้เป็นทริปสานฝันให้เพื่อนในกลุ่ม คือเราเคยคิดกันตั้งแต่เพิ่งเข้า ม.4 ใหม่ ๆ ว่าจะไปเที่ยวสิงคโปร์กัน ซึ่งเราวางแผนกันว่าจะใช้เวลา 3 ปีในช่วง ม.ปลาย เพื่อเก็บเงินไปเที่ยว เพราะไม่อยากรบกวนที่บ้าน แต่เมื่อวันก่อนการเดินทางมาถึง… บางคนที่บ้านก็ไม่อนุญาต บางคนก็กังวลเรื่องเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าทริปนี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เราเลยตัดสินใจว่าไปคนเดียวก็ได้ เพราะถ้ารออยู่แบบนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ไป จนวันที่เราจะจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งก็โทรมาบอกว่าคุยกับที่บ้านได้แล้วนะ มันจะไปด้วย สรุปว่าทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทาง 2 คน คือเรากับเพื่อนสาว (ตัวเป็นชาย ใจเป็นหญิง) อีก 1 คน ฉะนั้นคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยไปได้นิดนึง

          ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดลึก ๆ ของการเดินทางครั้งนี้ เพราะคิดว่าคงหาอ่านได้จากหลาย ๆ กระทู้ที่มีคนรีวิวไว้แล้ว แต่จะขอเขียนในสิ่งที่สำคัญจริง ๆ หรือสิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับมือใหม่

         

** 8,500 บาท นี่รวมค่าเดินทางตั้งแต่โคราช-กรุงเทพ ค่าเครื่องบิน การเดินทางต่าง ๆ ค่าที่พัก ค่ากินตลอด 8 วัน แต่ไม่รวมช้อป (เดี๋ยวจะแอบเปิดถุงช้อปให้ดูในตอนท้าย ๆ นะคะ) **

เตรียมตัว:

1st trip : ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์-มะละกา-สิงคโปร์
เดินทางวันที่ 8-16 พฤษภาคม 2557 (นับจากวันที่ออกจากโคราชและกลับถึงโคราช)

1. จองตั๋วเครื่องบิน (ขากลับ)

          จองตั๋วกลับ ไฟล์ทออกจาก Changi Airport 22:10 น. ถึงดอนเมือง 23:35 น. เพราะกะว่าจะได้เก็บสิงคโปร์อีก 1 วันเต็ม ๆ โดยไม่เสียค่าที่พักเพิ่ม แต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย…


2. ที่พัก (เดี๋ยวจะมารีวิวแต่ละที่ในตอนท้าย)

          ตอนแรกตั้งใจจะ walk-in เอา เพราะกลัวที่พักจริง ๆ จะไม่เหมือนในรูป แต่อ่านเจอหลายกระทู้บอกว่าจองไปจะถูกกว่า ก็เลยจองไปก่อน เราเลือกที่พักผ่าน

       คืนที่ 1 นอนบนรถไฟ

       คืนที่ 2 ปีนัง

       คืนที่ 3 นอนบนรถไฟ

       คืนที่ 4 กัวลาลัมเปอร์

       คืนที่ 5 มะละกา

       คืนที่ 6-7 สิงคโปร์

       คืนที่ 8 สนามบินดอนเมือง

3. ปลั๊กไฟ

          อันนี้สำคัญมากก คิดว่ามีไปเองน่าจะดีกว่า แต่ที่พักบางที่ก็มีให้นะคะ เราซื้อที่โลตัส ตกอันละ 70 บาท

          และนี่คืออุปกรณ์เสริม เนื่องจาก จขกท. เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าไปเยอะ กลัวปลั๊กที่มีให้จะไม่เพียงพอ


4. แลกเงิน

          ใครสะดวกแลกซุปเปอร์ริชก็แลกเลยนะคะ แต่เราอยู่ต่างจังหวัด ไปหาแลกตามธนาคารพาณิชย์หลายแห่งหลายสาขา ปรากฏว่าแลกไม่ได้เลย ก็เลยกะว่าไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน

สวัสดีหัวลำโพง:

          ขอเขียนเริ่มจากโคราชนะคะ เพราะรุ่นน้องของเราต้องเริ่มจากโคราชเช่นเดียวกัน ขึ้นรถจาก บขส.เก่า (ย้ำว่าขึ้น บขส.เก่าเพราะคนไม่เยอะ รถจอดให้เลือกใกล้ ๆ ชอบคันไหนขึ้นคันนั้น รถออกทุก 20 นาที)

          ลงสถานีหมอชิต แล้วต่อแท็กซี่ไป mrt จตุจักร ค่ารถ 50 บาท

          ขึ้น mrt จากจตุจักรไปหัวลำโพง ค่าเสียหายคนละ 40 บาท **วิธีนี้ประหยัดเวลากว่าขึ้นแท็กซี่ยาว และประหยัดเงินกว่าในกรณีที่ไปน้อยคน**

          ด้วยความที่เป็นเด็ก ตจว. จึงไม่สะดวกที่จะมาซื้อตั๋วล่วงหน้า ก็เลยกะว่าไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน ประกอบกับเคยอ่านหลาย ๆ กระทู้บอกว่า ไม่ค่อยมีคนเท่าไร เราก็เลยใจเย็น… ตอนซื้อตั๋วก็แบบ ..

          “พี่คะ กรุงเทพ-บัตเตอร์เวอร์ธ 2 ค่ะ เอาเตียงล่างบนคู่กัน”
          “น้องมันเต็มหมดแล้ว มีแต่ตั๋วลงหาดใหญ่” สตั๊นท์ไป 10 วิ
          “ก็ได้ค่ะ เอาล่างบนคู่กันนะคะ”
          “ล่างเต็มหมด มีแต่บนอ่ะน้อง”
          “บนก็ได้ค่ะ”

         

สุดท้ายเราก็ได้ตั๋วกรุงเทพ-หาดใหญ่มา 2 ใบ เป็นเตียงบนที่หันหัวชนกัน จนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังไม่เข้าใจว่ามันมีเทศกาลอะไร เพราะวันที่เดินทางก็เป็นวันธรรมดาด้วย

          เมื่อเรากับเพื่อนสาวโดนจับแยก ความเซ็งจึงบังเกิดมี ตั้งแต่บ่าย 2 จน 6 โมงเย็น เราก็นั่งเล่น นอนเล่น นอนหลับไปหลายตลบ จนเจ้าหน้าที่มากางเตียงให้ เตียงล่างจะกว้างกว่า อุ่นกว่า แล้วก็มีหน้าต่าง แต่สำหรับคนขี้ร้อนอย่างเราการนอนเตียงบนมันโอเคมาก แอร์เย็นชื่นใจมาก

          พอถึงสถานีหาดใหญ่เราต้องเอากระเป๋าลงไปด้วยนะคะ แล้วไปซื้อตั๋วใหม่จากหาดใหญ่-บัตเตอร์เวอร์ธ ที่สถานีนี้รถไฟจะลดตู้รถไฟเหลือแค่ประมาณ 3 ตู้เพื่อเข้ามาเลเซีย พอเราซื้อตั๋วเสร็จสามารถไปเดินหาที่ว่างนั่งได้เลย ระหว่างทางจะมี เจ้าหน้าที่เดินแจกใบขาออกให้กรอก

          พอถึงด่านปาดัง เราจะต้องเอากระเป๋าลงไปด้วยเพื่อทำพิธีเข้าเมือง ตม.ที่นี่จะไม่โหดเท่าไร ก็เปิดดูกระเป๋า แล้วก็ถามว่าไปทำไร คนที่ตรวจเราพูดไทยได้นิดหน่อย ตอนเขาเปิดกระเป๋ามันจะมีช่องหนึ่งที่ใส่พวกชั้นในไว้ เราก็บอกเขาว่าอย่าเปิด เขาก็บอกว่าไม่ต้องอาย คือน่ารักมาก 55 (ตอนลงวางถุงขนมไว้จองที่ด้วยนะ เพราะที่สถานีนี้จะมีคนมาเลเซียขึ้นด้วย)


สวัสดีบัตเตอร์เวอร์ธ:

          ทันทีที่เหยียบแผ่นดินมาเลเซียนั่นหมายความว่า เราได้ผ่าน 24 ชั่วโมงบนรถไฟมาแล้ว จะบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากเลย ถ้าใครมีเวลาอยากให้ลองนะ อาจจะเสียเวลานิดนึง แต่มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ได้เห็นความเป็นมิตรของคนไทย ได้เห็นวิวที่สวยงามมากมาย

         

**ใครที่จะขึ้นรถไฟ แนะนำว่าตุนเสบียงไปเยอะ ๆ นะคะ บนรถไฟมีขายแต่ราคาสูงพอสมควร แล้วก็ไม่ค่อยมีแม่ค้าขึ้นมาขายเหมือนรถไฟฟรีทั่วไปนะ**

          ความรู้สึกแรกตอนถึงสถานีบัตเตอร์เวอร์ธของเราคือ กลัว กลัวทุกอย่างเพราะจากตรงนี้ไปเราอยู่ในที่ที่พูดคุยกันคนละภาษา ตื่นเต้น ตื่นเต้นที่จะได้เจอกับโลกใบใหม่ เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์เมื่อเพื่อนสาวถามว่า “เราจะไปทางไหนต่อ” คือมันไม่รู้ เราก็ไม่รู้ นั่งงงกันอยู่สักพัก คนไทยที่นั่งคุยกันเมื่อเช้าเขาก็เดินมาทัก ถามว่าจะไปไหน แล้วพาเราไปขึ้นเรือ

          สรุปคือตอนลงจากรถไฟให้เดินไปทางสะพานตามคนที่เขาไปกันเยอะ แล้วจะมีป้ายบอกว่าทางไหนไปท่าเรือ ทางไหนไปท่ารถบัส, แท็กซี่ ซึ่งจากบัตเตอร์เวอร์ธไปปีนังจะต้องนั่งเรือข้ามฟากไป สำหรับคนไม่มีเหรียญ ก่อนจะถึงที่หยอดเหรียญจะมีเคาท์เตอร์ให้แลกเหรียญ แนะนำว่าให้แลกไปเยอะนิดนึง เพราะเวลาขึ้นรถเมล์จะต้องหยอดเหรียญให้พอดี ร้านค้าจะไม่ค่อยให้แลกเหรียญ ต้องซื้อของอย่างเดียวถึงจะได้เหรียญ **ค่าเรือ 1.2 MYR จ่ายแต่ขาไป ขากลับไม่ต้องจ่าย** บนเรือมีขนมปัง+น้ำขาย รสชาติใช้ได้ทีเดียว


สวัสดีปีนัง:

          ทันทีที่ลงจากเรือ ความงงได้กลับมาหาเราอีกครั้ง เมื่อแผนที่ทางไปที่พักที่พรินท์ไปมันไม่มีท่าเรืออยู่ในนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มกันทางไหนดี จนสุดท้ายก็ใช้ปากที่มีให้เป็นประโยชน์ ขึ้นไปถามคนขับรถเมล์แทบทุกคัน จนไปเจอคนไทยที่เขาอยู่ที่นั่น เขาก็เลยอาสาพาเราไปที่พัก (โชคดีอีกแล้ว) หัวเราะ **แนะนำว่าใครพักที่ไหน เตรียมแผนที่ไว้ให้ดีนะ อย่าลืมเริ่มจากท่าเรือ**

          ประสบการณ์ตรง: แผนที่ที่เราพรินท์ไป พอไปถึงที่นั่นจริง ๆ กลับใช้ไม่ได้ เพราะมันอยู่คนละส่วนกับที่พัก เราเลยต้องเดินไปมั่ว ๆ จำทางกลับเอาเอง จนไปเจอกับแผนที่ที่เขาแจกฟรี ถึงเริ่มเที่ยวอย่างมีจุดหมาย ฉะนั้นใครที่ไม่ได้ซื้อไกด์บุ๊ก ไม่ซื้อแผนที่ไป ถ้าจะพรินท์ไปเองอย่าลืมเช็กดี ๆ นะคะ

ว่าด้วยเรื่องของรถไฟไปกัวลาลัมเปอร์

          อยากให้ซื้อตั๋วกันก่อนเที่ยวปีนังนะคะ เพราะว่าจากประสบการณ์ที่เราไปนั่งรอที่สถานี คือเจอหลายคนที่มาแล้วไม่ได้ตั๋ว หรือต้องนั่งแยกกันกับเพื่อนบ้าง สถานที่ซื้อตั๋ว

          1. สถานีบัตเตอร์เวอร์ธ ต้องเดินออกจากชานชาลามาทางด้านขวา เพื่อที่จะไปฝั่งสำนักงานที่ขายตั๋ว
          2. ทางออกจากท่าเรือปีนัง จะมีตู้คอนเทนเนอร์เล็ก ๆ เป็นสำนักงานขายตั๋วอยู่

** ความตรงต่อเวลาของรถไฟที่มาเลเซียถือว่าตรงมาก ๆ ถึงก่อนเวลาด้วยซ้ำ แต่ความสะดวกสบายรถไฟไทยเราสบายกว่าค่ะ ทั้งเตียงกว้างกว่า เสียงเบากว่า แอร์เย็นกว่า คือรถไฟมาเลเซียเสียงดังนะสำหรับเรา ใครที่หลับยาก ๆ หาที่อุดหูไปด้วยนะคะ **

สวัสดีกัวลาลัมเปอร์:

          ที่ KL Sentral จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่นะคะ เปิดทำการเวลา 09:00 น. เราสามารถขอแผนที่ สอบถามทาง,การเดินทางจากเจ้าหน้าที่ได้ ใจดีมาก ๆ แล้วก็อธิบายเข้าใจง่ายด้วย ระหว่างรอศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิด เราก็เล่น wifi ฟรีรอค่ะ เร็วพอสมควรเลย

สวัสดีมะละกา:

เดินทางสู่มะละกา

          จาก KL Sentral เราต้องนั่งรถไฟไปลงที่ Bandar Tasik Selatan เพื่อไปขึ้นรถบัสที่ tbs ไปลงที่ Melaka Sentral ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เราขึ้น Metrobus ราคาคนละ 10 MYR (ตอนซื้อต้องใช้ passport ด้วยนะ)


แท็กซี่ขี้โกง

          ด้วยความที่เราเกลียดการขึ้นแท็กซี่มากเพราะกลัวโดนโกงทั้งมีมิเตอร์และไม่มีมิเตอร์ ยิ่งที่มะละกายิ่งหนัก แท็กซี่ที่นี่ไม่มีมิเตอร์ เราเลยคุยกันว่าเดี๋ยวเดินไปก็ได้ ดูจากแผนที่แล้วมันไม่ไกลมาก พอโผล่หน้าออกไปดูถนนเท่านั้นแหละ มันไกลมากกก เลยเดินกลับมาจะขึ้นแท็กซี่ที่เคาน์เตอร์นั้น แต่ระหว่างทางเดินเข้าก็มีพวกแท็กซี่ (เถื่อน) คอยดักอยู่ นางก็ถามเราว่าจะไปไหน เราก็แผนที่ให้ดู นางบอกว่า “20 MYR” เราเลยเดินหนี นางก็วิ่งมาตาม “มีเงินเท่าไร แล้วจะจ่ายได้เท่าไร” เราก็เลยตอบว่า “เราไม่รู้ว่ามันไกลขนาดไหน” นางก็รีบสวนมาเลย “ใช่ คุณไม่รู้ แต่แท็กซี่รู้ แท็กซี่ทุกคันที่ไปที่นี่คิด 20 MYR หมดเลย ถ้าจะจ่ายแค่ 5 MYR ต้องขึ้นรถเมล์ แต่รถเมล์ก็ไม่เคยผ่านทางนั้น” ข้อมูลตรงกับเจ้าหน้าที่เป๊ะว่าไม่มีรถเมล์ผ่าน เราเลยขึ้นก็ขึ้น เป็นไงเป็นกัน พอขึ้นรถมามันจะมีป้ายติดว่าระยะทาง…. ใช้เวลา….. ราคา…. ซึ่งราคาที่เราจ่ายนี่แทบจะข้ามเมืองได้เลย ก็เลยรู้แล้วว่าโดนโกงแน่ ๆ

         

จริงที่พักที่เราพักสามารถขึ้นรถเมล์สาย 17 ไปลงที่ dutch square แล้วเดินต่อได้ ค่ารถไม่น่าจะเกินคนละ 2 MYR ยิ่งคิดยิ่งแค้น แต่ก็โทษใครไม่ได้เพราะเตรียมตัวมาไม่ดีเอง ก่อนใช้บริการแท็กซี่ ก็ควรเช็คข้อมูลดี ๆ ก่อนนะคะ

บ๊ายบายมาเลเซีย:

          เรากลับมาขึ้นรถที่ Melaka sentral เพื่อจะไป Johor Bahru ที่นี่จะมีรถเลือกเยอะมาก ตามเคาน์เตอร์จะมีเที่ยวรถ รูปรถ ราคาติดเยอะ ชอบบริษัทไหนถูกใจคันไหนก็เลือกตามสบายเลยค่าา เราเลือกเที่ยวที่เร็วที่สุดนะ ได้ของ Ekspress Cepatsedia Sdn. Bhd. มา ค่าเสียหายคนละ 20 MYR (ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง) **นั่งตรงไปสิงคโปร์เลยก็มีนะคะ แต่เรากลัวมีปัญหาที่ ตม. แล้วรถจะไม่รอ เลยเลือกไปต่อรถเมล์ดีกว่า**

          พอถึง johor bahru เราก็ขึ้นรถเมล์สาย 170 เพื่อข้ามไปสิงคโปร์ค่ะ

          ถ้าเข้าสิงคโปร์ครั้งแรก แล้วยิ่ง passport ว่าง ๆ ด้วยนี่ต้องขึ้นไปข้างบนค่ะ เจ้าหน้าที่พาเราขึ้นไปข้างบน นั่งรอคิวสักพัก ตม. ก็เรียกเข้าไปทีละคน ก็ถามว่ามาทำไร กลับเมื่อไร มีเงินมาเท่าไร พักที่ไหน ขอดูตั๋วขากลับด้วยไรงี้ ก็ไม่น่ากลัวมากนะ ตอนแรกเราก็กลัว พอเข้าไปก็คุยไปขำไป ไม่น่ากลัวเท่าไร (ตม.แอบหล่อด้วย ><) กว่าจะเสร็จก็ชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ

          หลังจากเสร็จภารกิจอันใหญ่หลวง เราก็กลับมาขึ้นรถเมล์เพื่อไปหาขึ้นรถไฟค่ะ เราเลือกไปขึ้นรถไฟที่สถานี kranji เพราะว่าเราไม่มีเงินสิงคโปร์ติดตัวเลย แล้วก็ไม่มีบัตรด้วย เลยตั้งใจจะมาแลกเงินที่นี่ พอแลกเงินเสร็จก็ไปยืนส่อง ๆ อยู่นาน จนในสุดก็ไปคลอดบัตร ez-link มาคนละใบ ค่าเสียหาย 12 S$ เป็นค่าบัตร 5 S$ เงินในบัตรอีก 7 S$ เหตุผลที่เลือกซื้อบัตรเพราะค่าโดยสารแบบใช้บัตรจะถูกกว่าซื้อธรรมดาพอสมควร เลยคิดว่าคงคุ้ม 😉

See also  [Update] | font มีหาง - Nangdep.vn

บ๊ายบายสิงคโปร์:

          หลังจากที่ใช้ร่างกายหนักมาตลอดเวลา 1 อาทิตย์ เมื่อวันสุดท้ายของการเดินทางมาถึง หลังจากซื้อของเสร็จเราก็อพยพร่างและสมบัติที่อยู่ ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวมาถึงสนามบินตั้งแต่บ่าย 3 ทั้ง ๆ ที่ไฟล์ทของเราจะบินตอน 22:10 น. การที่เรามาถึงสนามบินเร็วไม่ใช่เรื่องน่าเซ็งอีกต่อไป… เราต้องรื้อกระเป๋าออกมาจัดกันเกือบ 10 รอบ รื้อของฝากออกมากินเพื่อให้น้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะชั่งกี่ครั้งก็เกินตลอด (ซื้อน้ำหนักเพิ่มกันไว้ 20 กิโล+ สัมภาระขึ้นเครื่อง 7 กิโล) จนในที่สุดก็สำเร็จ

ว่าด้วยเรื่อง gst refund

          เวลาซื้อของเกิน 100 S$ อย่าลืมของใบ gst refund จากทางร้านนะคะ

         

เมื่อถึงสนามบิน แต่ละ terminal จะมีจุด gst refund อยู่ อันดับแรกเราก็ไปกรอกข้อมูลผ่านตู้อัตโนมัติ ใช้แค่ passport กับใบ gst refund ที่ทางร้านออกให้ เมื่อกรอกข้อมูลครบทุกอย่าง เครื่องจะพิมพ์ใบคล้าย ๆ สลิปออกมา 1 ใบ ถ้าสถานะขึ้นว่า approved สามารถโหลดกระเป๋า แล้วเข้าไปรับเงินด้านในหลังผ่าน ตม. ได้เลย แต่ถ้าขึ้นว่า not approved ต้องไปติดต่อ เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ข้าง ๆ เพื่อแสดงของที่ซื้อมา

สวัสดีประเทศไทยที่รัก:

          ลงจากเครื่องก็ห้าทุ่มกว่า ๆ แล้ว กว่าจะรอกระเป๋าก็เที่ยงคืนกว่า ๆ ตอนแรกก็คุยกันกับเพื่อนว่าเอาไงดี ถ้ากลับบ้านตอนนี้กว่าจะถึงก็ตี 3-4 จะให้พ่อแม่มารับก็เกรงใจ เลยตัดสินใจนอนที่สนามบินก่อนพอเช้าแล้วค่อยขึ้นรถกลับ กลัวของหายก็กลัว กว่าจะนอนได้ต้องเอากระเป๋าทุกใบมาเกาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไว้ ถ้ามีใครมาแตะก็จะรู้สึกตัวทันที ของมีค่าก็เอามานอนกอดไว้ สภาพแบบ… แต่ก็หลับนะเพราะมันเหนื่อย

แลกเงิน:

          ตามที่กล่าวไปข้างต้นนะคะ ว่าเราไม่ได้แลกเงินไปเลย เราไปหาแลกเอาข้างหน้า… มาดูกันว่าเราแลกที่ไหนได้เรทเท่าไรบ้าง

เงินมาเลเซีย

          1. หลังจากขึ้นรถไฟที่สถานีหาดใหญ่ จะมีจนท.เดินแจกใบขาออก เจ้าหน้าที่ท่านนี้มีเงินให้แลกด้วย ในเรท 1 MYR = 10 บาท

          2. หลังจากผ่านด่านปาดัง จะมีพนักงานที่ขายของบนรถไฟ เขาให้แลกในเรท 1 MYR = 9.9 บาท

          3. สถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ จะมีร้านแลกเงินอยู่ 1 ร้าน ชื่อ Al Bakihath เรท 1 MYR = 10.42 บาท

          4. ใน kl sentral ชื่อร้าน Jalinan Duta Sdn. Bhd. เรท 1 MYR = 10 บาท

          5. ร้านตรงข้าม kl sentral ชื่อร้าน Global Millenium Trading เรท 1 MYR = 9.95 บาท

          **สรุป แลกกับพนักงานขายของบนรถไฟได้เรทดีสุดค่ะ**

เงินสิงคโปร์

          1. ร้าน Allbest Exchange ที่สถานีรถไฟ Kranji Mrt
          เรท 1 S$ = 26.178 บาท
          เรท 1 S$ = 2.612 MYR

          2. มุสตาฟา
          เรท 1 S$ = 26.178 บาท
          เรท 1 S$ = 2.604 MYR

          แถม อัตราแลกเปลี่ยนในประเทศไทย ของช่วงเวลาที่ เราไปนะคะ


รีวิวที่พัก:

          ที่พักเป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ สำหรับเรา เพราะการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอเราก็จะไม่มีแรงเที่ยวนั่นเอง 55

1. Clockwise Hostel ที่ปีนัง (ราคา 44 MYR)

          ตอนแรกที่ดูผ่านเว็ปคือมันมีรูปนิดเดียว แล้วอารมณ์มันไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไร เพราะเพิ่งเปิดใหม่แล้วก็ไม่ค่อยมีคะแนนรีวิวสักเท่าไร เราก็แบบกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าไปพักจริง ๆ แล้วจะรับสภาพไม่ได้ เศร้า

          แต่พอไปถึงที่พักคือห้องพักสะอาดมากก เงียบสงบ เจ้าของและพนักงานต้อนรับเป็นกันเองสุด ๆ ที่นี่จะมีกาแฟ ธัญพืช น้ำร้อนบริการด้วยนะคะ ส่วนอาหารเช้าวันที่เราไปพักเป็นขนมปังทาแยมชิ้นใหญ่มาก อร่อยด้วย ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม มีสบู่, ยาสระผม, ผ้าเช็ดตัวให้

         

**สรุปโดยรวมโอเคมาก แต่แอร์ไม่ค่อยเย็นนะคะ เพราะเป็นแอร์ตัวเล็กตั้งพื้น แต่ก็ไม่ถึงกับร้อนมาก**

          การเดินทางไปยังที่พัก: จากท่าเรือปีนัง สามารถขึ้นรถ Rapid bus สาย 502 และ 204 ไปลงที่ love lane แล้วเดินต่อค่ะ

2. My hotel @ KlL sentral ที่กัวลาลัมเปอร์ (ราคา 85 MYR)

          คิดว่าพูดถึง My hotel หลายๆคนคงจะรู้จักดี ย่านนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 แห่ง คือ @sentral (อันนี้ราคาจะสูงกว่าอีก 2 แห่ง) @brickfried (ราคาพอ ๆ กันเพราะอยู่ในซอยเหมือนกัน) และก็ @kl sentral จขกท.เลือกเป็นห้องไม่มีหน้าต่างก็เลยได้ราคาถูกหน่อย แต่จริง ๆ มันก็มีหน้าต่างเล็ก ๆ อยู่ 1 บานนะ ที่นี่เป็นโรงแรมมีห้องน้ำในตัว มีผ้าเช็ดตัว,สบู่ให้ มีทีวี กาต้มน้ำ กาแฟ แล้วก็น้ำเปล่าบริการ **สรุปที่พักโอเค พนักงานก็โคตรใจดีค่ะ**

          การเดินทางไปยังที่พัก: จาก kl sentral ข้ามถนนมาจะเจอสถานี KMT อยู่ในซอย สามารถเดินเข้ามาในซอยแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอแล้วค่ะ

3. Sayang sayang 2 youth hostel ที่มะละกา (ราคา 395฿)

          ตอนที่เห็นในรูปแบบมันน่ารัก น่าพักมากก เราก็เลยไปยืมบัตรท่านแม่มาจองเพราะใน booking มันไม่มี แต่พอไปถึงคือ… พนักงานเป็นคนจีนรัวอังกฤษแบบจีนใส่เรา คือเราก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างเพราะนางพูดเร็วมาก นี่ยังไม่เท่าไร พอขึ้นมาห้องพักนี่แบบ…

          ห้องที่เราได้มันไม่มีรีโมทแอร์ ไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม โต๊ะข้างล่างก็ไม่มี (คิดว่าคงหักเลยเอาออกไป) โซฟาก็หักแล้วก็สกปรกมาก แต่โต๊ะกับโซฟาไม่เป็นปัญหาเพราะคงนอนอย่างเดียว ในเมื่อไม่มีรีโมทแอร์ แล้วแอร์ก็ไม่เย็น เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะทำไรได้นอกจากเดินไปบอกพนักงาน คือเรารอนางเม้าท์กับเพื่อนนานมาก พอคุยจบนางถึงหันมาถามเราว่ามีอะไร เราก็บอกว่าแอร์ไม่เย็น นางก็บอกว่ารอนานพอหรือยัง คนใช้เยอะ แอร์มันจะไปเย็นทันใจได้ไง เราแบบโมโหมาก เพราะทั้งร้อนทั้งเหนื่อย จนส่งเพื่อนสาวไปเจรจานางก็ไม่ว่างสักที เพื่อนสาวเลยเดินไปหาห้องข้าง ๆ เขาเลยเอารีโมทมากดให้จนเย็นช่ำ สักพักเพื่อนสาวลงไปหานางอีกรอบบอกไม่มีหมอนกับผ้าห่ม นางก็เอาแต่หมอนมาให้ เพื่อนสาวก็เลยต้องไปจิ๊กผ้าห่มจากห้องว่างมาห่มแทน

         

ห้องน้ำก็เล็กมากแคบจนขยับตัวแทบไม่ได้ อุปกรณ์ให้ห้องน้ำพวกฝักบัว ชักโครกคือไม่มีอะไรสมประกอบ สภาพภายในที่พักแย่พอสมควร แต่ที่นี่มีครัวให้ใช้ฟรี กับจักรยานให้เช่าด้วยนะ **สรุปที่พักสภาพไม่ค่อยโอ แต่พอนอนได้ แต่พนักงานนี่ไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ**

          การเดินทางไปยังที่พัก: ขึ้นรถเมล์สาย 17 ไปลงแถว dutch square แล้วเดินต่อไปที่ที่พักค่ะ หาไม่ยากเท่าไร


4. Backpacker’s inn chinatown ที่สิงคโปร์ (2 คืน ราคา 120 S$)

          ที่นี่ใช้ห้องน้ำรวม มีสบู่กับผ้าเช็ดตัวให้ มีน้ำเปล่าให้กรอก มีตู้เย็น, น้ำร้อน, ห้องครัว, เครื่องซักผ้า, ไดร์เป่าผม, เตารีด, คอมพิวเตอร์ให้ใช้ร่วมกัน ห้องไม่กว้างมาก แต่ก็ไม่แคบจนเกินไป พนักงานใจดี มีข้อเสียที่ผนังห้องบางมาก จนได้ยินเสียงห้องข้าง ๆ คุยกัน เลยนอนหลับไม่ค่อยสบายเท่าที่ควร แต่ทำเลดีมาก อยู่ใกล้สถานีรถไฟ ร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงก็เยอะ โดยเฉพาะที่เดินไป chinatown คือของกินเยอะมาก ของให้ช้อปก็เยอะมากเช่นกัน

          การเดินทางไปยังที่พัก: การเดินทางสะดวกมาก ๆ เพราะอยู่ซอยถัดจากสถานีรถไฟฟ้า chinatown

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง:

          รูปมันอาจจะไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไรนะคะ เพราะรีบถ่ายรีบกิน 555

       1. ก๋วยเตี๋ยวเรือราชบุรี กล่องละ 10 บาท กล่องเล็กน่ารัก รสชาติใช้ได้ที่เดียว คิดว่ากินประมาณ 3 กล่องถึงจะอิ่ม (มันไม่ได้น้อยจนน่าเกียจนะคะ แต่เรากินจุเอง)

       2. หมี่ฮกเกี้ยน ตรง chew jetty ปีนัง แถวนี้ร้านขายของกินเยอะมาก หมี่รสชาติโอเคเลย ดูในภาพเหมือนน้อย แต่กินจริง ๆ อิ่มมากก ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะสั่งขนาดกลางมา ร้านนี้จะมีติดขนาดของชามไว้เป็นมาเลกับจีนนะ ไม่มีอังกฤษ โชคดีที่พอรู้ภาษาจีนมานิดหน่อย เลยพอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้ ค่าเสียหาย 3.3 MYR

       3. ข้าวหมูกรอบ ตรงทางเดินจาก George town world heritage ไป Prangin mall จำชื่อร้านไม่ได้ รสชาติอร่อย แต่น้อยไปนิดนึง ไม่อิ่มค่ะ ค่าเสียหาย 4 MYR

       4. ของอร่อยราคาถูกมีอยู่จริงง จนเราก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ร้านนี้คนขายพูดอังกฤษไม่ได้นะคะ เราเสี่ยงดวงเอา 55 ร้านนี้เป็นร้านรถเข็นริมถนน อยู่ตรงข้ามกับ Prangin mall อร่อยมากขอบอก >< เราทั้งกินที่ร้านทั้งซื้อกลับมากินต่อ

          ผัดหมี่ห่อสี่เหลี่ยม ตัว K ห่อละ 1 MYR

          นาสิเลอมักห่อ 3 เหลี่ยม ตัว I คือปลา ตัว BT คือไข่ต้มกับปลา ห่อละ 1.2 MYR เท่านั้น

       5. Nasi goreng ayam ที่หลังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ คือเลอค่ามากก ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน ข้าวผัดหอมมาก ค่าเสียหาย 4.5 MYR

       6. ร้านข้าวราดแกงตรงข้าม 99 speed mart ใกล้ ๆ กับ my hotel @ kl sentral เรามาฝากท้องร้านนี้ 3 มื้อเต็ม ๆ แอบติดใจไก่ทอด >< ข้าวสวยเป็นข้าวหอมมะลิด้วยนะเออ ค่าเสียหายตกมื้อละประมาณ 5 MYR รวมค่าน้ำ ถือว่าคุ้มค่ามากก เพราะเราตักกับข้าวหลายอย่าง ข้าวสวยก็จานใหญ่มาก

          เราถ่ายมาแต่มื้อแรกนะคะ มื้อนี้เราลองสั่งแป้งมากินแทนข้าว แต่สรุปว่าไม่ค่อยอยู่ท้อง วันหลังมาเลยสั่งแต่ข้าวสวย แกงที่เราตักมาไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่มันจะออกหวานนิด ๆ แล้วมีแต่ถั่ว (ไม่อร่อยเลย) แต่ไก่ทอดนี่อร่อยมากก จนทำให้เราติดใจมากินร้านนี้อีกหลายครั้ง

   7. ร้าน miss kwan’s ที่ห้างซูเรีย แอบแวะมาชิมว่าจะอร่อยเหมือนคำร่ำลือหรือเปล่า เราสั่ง Nasi lemak set มา เซตนี้จะแถมเครื่องดื่ม 1 แก้ว ราคา 19.9 MYR

       เพื่อนสาวสั่ง Nasi lemak bg มา ราคา 4.9 MYR ซึ่งราคาต่างกันมากกก ความแตกต่างก็คือแบบเซตจะมีน้ำให้ ส่วนข้าวแบบเซตจะมีไก่ทอดชิ้นใหญ่กับหมูหยองเพิ่มมา

          อีกอย่างคือ chee cheong fun มันจะคล้าย ๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดแกงแล้วก็โรยด้วยกระเทียม รสชาติแย่มาก ชิมคนละคำแล้วทิ้งเลยค่ะ ราคา 4.9 MYR

See also  [NEW] เกม PC สนุกๆออกใหม่ ตลอดทั้งปี 2020 | เกม คอมพิวเตอร์ - Nangdep.vn

          ** สำหรับร้าน miss kwan’s เราว่ารสชาติยังไม่ค่อยโอเคเท่าไรค่ะ **

       8. Rotiboy เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักดีอยู่แล้ว อยู่ตรงทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟ klcc กับห้างซูเรีย สำหรับเรา เราว่ามันอร่อยมากนะ คนละฟีลกับบันต่าง ๆ ที่ขายในไทย

          Rotiboy original ชิ้นละ 2.5 MYR
          Buttermilkboy ชิ้นละ 2.7 MYR
 
       9. ร้านนี้อยู่ตรงซุ้มไมโล (ร้านขายอาหารเปิดตลอด 24 ชม.) ที่มะละกา เราไม่รู้นะว่ามันเรียกว่าอะไร แต่แผ่นแป้งคือหอมชีสมาก คนละฟีลกับแป้งร้านแรกเลย ส่วนไก่น่าจะเป็นไก่รมควัน รสชาติถือว่าโอเคเลยย

       10. Old chang kee ร้านของทอดชื่อดัง

          ข้าวกล่องราคากล่องละ 2.5 S$ มีให้เลือกทั้งไส้กรอก กับปลา ยิ้ม ในกล่องจะมีถั่วกับปลากรอบตัวเล็ก ๆ ให้มา พร้อมน้ำปรุงที่จะต้องเอาทาคลุกข้าว รสชาติโอเคเลยย กับเยอะด้วย

          อันนี้เราซื้อปลาหมึกมากินเล่น อร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ คอนเฟิร์มฮับ

       11. ข้าวมันไก่ที่สถานีรถไฟ มีเกือบทุกสถานี ที่เรากินที่สถานี queenstown ข้าวมันไก่ทอดอร่อย แต่จานเล็กไปนิด ราคาจานละ 2 S$

       12. J co donut

          ส่วนตัวชอบทีรามิสยูมากก (ไม่ได้ถ่ายรูปมา) โดยรวมโดนัททุกชิ้นถือว่าอร่อย เนื้อโดนัทนุ่มมากก ที่สิงคโปร์ชิ้นละ 1.8 S$ นะคะ แนะนำว่าซื้อที่มาเลเซียถูกกว่า ! แถมอร่อยเหมือนกันค่ะ 55

       13. ไอติมขนมปัง ตรง Marina bay เคยเจอในรีวิวว่าอันละ 1 S$ แต่ตอนที่เราไปมันมีอยู่เจ้าเดียว ราคาอันละ 1.5 S$ ช่วยดับร้อนได้เยอะเลย

สรุปค่าใช้จ่าย:

—— เดินทาง 4,893 บาท ——
         รถบัส โคราช-กรุงเทพ 220
         ค่ารถ หมอชิต-หัวลำโพง 23+40 = 63
         รถไฟ หัวลำโพง-หาดใหญ่ 855
         รถไฟ หาดใหญ่-บัตเตอร์ฯ 332
         เรือข้ามฟาก 12
         รถเมล์ในปีนัง 14×3 = 42
         รถไฟ บัตเตอร์-กัวลา 400+460/2 = 430
         รถไฟฟ้าในกัวลา 10+16+16+10 = 52
         รถบัส กัวลา-มะละกา 100
         ค่ารถในมะละกา 100+20 = 120
         รถบัส มะละกา-ยะโฮร์ 210
         รถเมล์ ยะโฮร์-สิงคโปร์ 24
         รถไฟฟ้าในสิงคโปร์ 222
         เครื่องบิน+โหลดกระเป๋า 1901
         ค่ารถ ดอนเมือง-หมอชิต 90
         รถบัส กรุงเทพ-โคราช 220

          ** เราคิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 MYR = 10 บาท
          1 S$=26.18 บาท ซึ่งมากกว่าเรตที่เราแลกจริง **

—— ที่พัก 2,413 บาท ——
         ปีนัง 1 คืน 440/2 = 220
         กัวลาลัมเปอร์ 1 คืน 850/2 = 425
         มะละกา 1 คืน 395/2 = 198
         สิงคโปร์ 2 คืน 3141/2 = 1,570

—— อาหารเครื่องดื่มและขนม 989 บาท ——
          ** รวมในไทยด้วยนะ **

—— อื่น ๆ 130 บาท ——
         บัตร ez-link 130

—— รวม 8,425 บาท ——

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Feemskd สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ขอแนะนำตัวสักนิด… เราชื่อเป็นเด็กสาววัย 18 ปีหมาด ๆ ทริปนี้เป็นทริปสานฝันให้เพื่อนในกลุ่ม คือเราเคยคิดกันตั้งแต่เพิ่งเข้า ม.4 ใหม่ ๆ ว่าจะไปเที่ยวสิงคโปร์กัน ซึ่งเราวางแผนกันว่าจะใช้เวลา 3 ปีในช่วง ม.ปลาย เพื่อเก็บเงินไปเที่ยว เพราะไม่อยากรบกวนที่บ้าน แต่เมื่อวันก่อนการเดินทางมาถึง… บางคนที่บ้านก็ไม่อนุญาต บางคนก็กังวลเรื่องเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าทริปนี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เราเลยตัดสินใจว่าไปคนเดียวก็ได้ เพราะถ้ารออยู่แบบนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ไป จนวันที่เราจะจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งก็โทรมาบอกว่าคุยกับที่บ้านได้แล้วนะ มันจะไปด้วย สรุปว่าทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทาง 2 คน คือเรากับเพื่อนสาว (ตัวเป็นชาย ใจเป็นหญิง) อีก 1 คน ฉะนั้นคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยไปได้นิดนึงขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดลึก ๆ ของการเดินทางครั้งนี้ เพราะคิดว่าคงหาอ่านได้จากหลาย ๆ กระทู้ที่มีคนรีวิวไว้แล้ว แต่จะขอเขียนในสิ่งที่สำคัญจริง ๆ หรือสิ่งที่จำเป็นต้องรู้สำหรับมือใหม่1st trip : ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์-มะละกา-สิงคโปร์เดินทางวันที่ 8-16 พฤษภาคม 2557 (นับจากวันที่ออกจากโคราชและกลับถึงโคราช)จองตั๋วกลับ ไฟล์ทออกจาก Changi Airport 22:10 น. ถึงดอนเมือง 23:35 น. เพราะกะว่าจะได้เก็บสิงคโปร์อีก 1 วันเต็ม ๆ โดยไม่เสียค่าที่พักเพิ่ม แต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย…ตอนแรกตั้งใจจะ walk-in เอา เพราะกลัวที่พักจริง ๆ จะไม่เหมือนในรูป แต่อ่านเจอหลายกระทู้บอกว่าจองไปจะถูกกว่า ก็เลยจองไปก่อน เราเลือกที่พักผ่าน hotelscombined.com มันจะเปรียบเทียบราคาที่พักแต่ละที่ว่าจองผ่านเว็บไหนจะถูกกว่ากัน ส่วนใหญ่เราเลือกจองผ่าน booking.com เพราะว่าไม่มีบัตรเครดิต แต่มีที่หนึ่งที่จองผ่าน agoda เพราะเห็นรูปแล้วที่พักน่าพักมากกกก อุตส่าห์ขอยืมบัตรท่านแม่มา สุดท้ายพอไปถึงจริง ๆ เสียเส้นสุด ๆ -”-คืนที่ 1 นอนบนรถไฟคืนที่ 2 ปีนังคืนที่ 3 นอนบนรถไฟคืนที่ 4 กัวลาลัมเปอร์คืนที่ 5 มะละกาคืนที่ 6-7 สิงคโปร์คืนที่ 8 สนามบินดอนเมืองอันนี้สำคัญมากก คิดว่ามีไปเองน่าจะดีกว่า แต่ที่พักบางที่ก็มีให้นะคะ เราซื้อที่โลตัส ตกอันละ 70 บาทและนี่คืออุปกรณ์เสริม เนื่องจาก จขกท. เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าไปเยอะ กลัวปลั๊กที่มีให้จะไม่เพียงพอใครสะดวกแลกซุปเปอร์ริชก็แลกเลยนะคะ แต่เราอยู่ต่างจังหวัด ไปหาแลกตามธนาคารพาณิชย์หลายแห่งหลายสาขา ปรากฏว่าแลกไม่ได้เลย ก็เลยกะว่าไปตายเอาดาบหน้าแล้วกันขอเขียนเริ่มจากโคราชนะคะ เพราะรุ่นน้องของเราต้องเริ่มจากโคราชเช่นเดียวกัน ขึ้นรถจาก บขส.เก่า (ย้ำว่าขึ้น บขส.เก่าเพราะคนไม่เยอะ รถจอดให้เลือกใกล้ ๆ ชอบคันไหนขึ้นคันนั้น รถออกทุก 20 นาที)ลงสถานีหมอชิต แล้วต่อแท็กซี่ไป mrt จตุจักร ค่ารถ 50 บาทขึ้น mrt จากจตุจักรไปหัวลำโพง ค่าเสียหายคนละ 40 บาท **วิธีนี้ประหยัดเวลากว่าขึ้นแท็กซี่ยาว และประหยัดเงินกว่าในกรณีที่ไปน้อยคน**ด้วยความที่เป็นเด็ก ตจว. จึงไม่สะดวกที่จะมาซื้อตั๋วล่วงหน้า ก็เลยกะว่าไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน ประกอบกับเคยอ่านหลาย ๆ กระทู้บอกว่า ไม่ค่อยมีคนเท่าไร เราก็เลยใจเย็น… ตอนซื้อตั๋วก็แบบ ..”พี่คะ กรุงเทพ-บัตเตอร์เวอร์ธ 2 ค่ะ เอาเตียงล่างบนคู่กัน””น้องมันเต็มหมดแล้ว มีแต่ตั๋วลงหาดใหญ่” สตั๊นท์ไป 10 วิ”ก็ได้ค่ะ เอาล่างบนคู่กันนะคะ””ล่างเต็มหมด มีแต่บนอ่ะน้อง””บนก็ได้ค่ะ”เมื่อเรากับเพื่อนสาวโดนจับแยก ความเซ็งจึงบังเกิดมี ตั้งแต่บ่าย 2 จน 6 โมงเย็น เราก็นั่งเล่น นอนเล่น นอนหลับไปหลายตลบ จนเจ้าหน้าที่มากางเตียงให้ เตียงล่างจะกว้างกว่า อุ่นกว่า แล้วก็มีหน้าต่าง แต่สำหรับคนขี้ร้อนอย่างเราการนอนเตียงบนมันโอเคมาก แอร์เย็นชื่นใจมากพอถึงสถานีหาดใหญ่เราต้องเอากระเป๋าลงไปด้วยนะคะ แล้วไปซื้อตั๋วใหม่จากหาดใหญ่-บัตเตอร์เวอร์ธ ที่สถานีนี้รถไฟจะลดตู้รถไฟเหลือแค่ประมาณ 3 ตู้เพื่อเข้ามาเลเซีย พอเราซื้อตั๋วเสร็จสามารถไปเดินหาที่ว่างนั่งได้เลย ระหว่างทางจะมี เจ้าหน้าที่เดินแจกใบขาออกให้กรอกพอถึงด่านปาดัง เราจะต้องเอากระเป๋าลงไปด้วยเพื่อทำพิธีเข้าเมือง ตม.ที่นี่จะไม่โหดเท่าไร ก็เปิดดูกระเป๋า แล้วก็ถามว่าไปทำไร คนที่ตรวจเราพูดไทยได้นิดหน่อย ตอนเขาเปิดกระเป๋ามันจะมีช่องหนึ่งที่ใส่พวกชั้นในไว้ เราก็บอกเขาว่าอย่าเปิด เขาก็บอกว่าไม่ต้องอาย คือน่ารักมาก 55 (ตอนลงวางถุงขนมไว้จองที่ด้วยนะ เพราะที่สถานีนี้จะมีคนมาเลเซียขึ้นด้วย)ทันทีที่เหยียบแผ่นดินมาเลเซียนั่นหมายความว่า เราได้ผ่าน 24 ชั่วโมงบนรถไฟมาแล้ว จะบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากเลย ถ้าใครมีเวลาอยากให้ลองนะ อาจจะเสียเวลานิดนึง แต่มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ได้เห็นความเป็นมิตรของคนไทย ได้เห็นวิวที่สวยงามมากมายความรู้สึกแรกตอนถึงสถานีบัตเตอร์เวอร์ธของเราคือ กลัว กลัวทุกอย่างเพราะจากตรงนี้ไปเราอยู่ในที่ที่พูดคุยกันคนละภาษา ตื่นเต้น ตื่นเต้นที่จะได้เจอกับโลกใบใหม่ เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์เมื่อเพื่อนสาวถามว่า “เราจะไปทางไหนต่อ” คือมันไม่รู้ เราก็ไม่รู้ นั่งงงกันอยู่สักพัก คนไทยที่นั่งคุยกันเมื่อเช้าเขาก็เดินมาทัก ถามว่าจะไปไหน แล้วพาเราไปขึ้นเรือสรุปคือตอนลงจากรถไฟให้เดินไปทางสะพานตามคนที่เขาไปกันเยอะ แล้วจะมีป้ายบอกว่าทางไหนไปท่าเรือ ทางไหนไปท่ารถบัส, แท็กซี่ ซึ่งจากบัตเตอร์เวอร์ธไปปีนังจะต้องนั่งเรือข้ามฟากไป สำหรับคนไม่มีเหรียญ ก่อนจะถึงที่หยอดเหรียญจะมีเคาท์เตอร์ให้แลกเหรียญ แนะนำว่าให้แลกไปเยอะนิดนึง เพราะเวลาขึ้นรถเมล์จะต้องหยอดเหรียญให้พอดี ร้านค้าจะไม่ค่อยให้แลกเหรียญ ต้องซื้อของอย่างเดียวถึงจะได้เหรียญ **ค่าเรือ 1.2 MYR จ่ายแต่ขาไป ขากลับไม่ต้องจ่าย** บนเรือมีขนมปัง+น้ำขาย รสชาติใช้ได้ทีเดียวทันทีที่ลงจากเรือ ความงงได้กลับมาหาเราอีกครั้ง เมื่อแผนที่ทางไปที่พักที่พรินท์ไปมันไม่มีท่าเรืออยู่ในนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มกันทางไหนดี จนสุดท้ายก็ใช้ปากที่มีให้เป็นประโยชน์ ขึ้นไปถามคนขับรถเมล์แทบทุกคัน จนไปเจอคนไทยที่เขาอยู่ที่นั่น เขาก็เลยอาสาพาเราไปที่พัก (โชคดีอีกแล้ว) หัวเราะ **แนะนำว่าใครพักที่ไหน เตรียมแผนที่ไว้ให้ดีนะ อย่าลืมเริ่มจากท่าเรือ**ตามร้านอาหารจะมีแผนที่จอร์จทาวน์แจกอยู่นะคะ จะมีแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็มีบอกด้วยว่ารถเมล์สายไหนไปถึง แต่ที่ฟินที่สุดคือ… แผนที่ Street Art ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ไกลกันมาก สามารถเดินเก็บได้เกือบหมด ยกเว้นบางภาพจะอยู่ห่างออกไปนิดนึง ที่น่าเสียดายคือบางภาพได้ถูกลบออกไปแล้ว หรือบางภาพจะเหลืออยู่เพียงเลือน ๆแผนที่ที่เราพรินท์ไป พอไปถึงที่นั่นจริง ๆ กลับใช้ไม่ได้ เพราะมันอยู่คนละส่วนกับที่พัก เราเลยต้องเดินไปมั่ว ๆ จำทางกลับเอาเอง จนไปเจอกับแผนที่ที่เขาแจกฟรี ถึงเริ่มเที่ยวอย่างมีจุดหมาย ฉะนั้นใครที่ไม่ได้ซื้อไกด์บุ๊ก ไม่ซื้อแผนที่ไป ถ้าจะพรินท์ไปเองอย่าลืมเช็กดี ๆ นะคะอยากให้ซื้อตั๋วกันก่อนเที่ยวปีนังนะคะ เพราะว่าจากประสบการณ์ที่เราไปนั่งรอที่สถานี คือเจอหลายคนที่มาแล้วไม่ได้ตั๋ว หรือต้องนั่งแยกกันกับเพื่อนบ้าง สถานที่ซื้อตั๋ว1. สถานีบัตเตอร์เวอร์ธ ต้องเดินออกจากชานชาลามาทางด้านขวา เพื่อที่จะไปฝั่งสำนักงานที่ขายตั๋ว2. ทางออกจากท่าเรือปีนัง จะมีตู้คอนเทนเนอร์เล็ก ๆ เป็นสำนักงานขายตั๋วอยู่ที่ KL Sentral จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่นะคะ เปิดทำการเวลา 09:00 น. เราสามารถขอแผนที่ สอบถามทาง,การเดินทางจากเจ้าหน้าที่ได้ ใจดีมาก ๆ แล้วก็อธิบายเข้าใจง่ายด้วย ระหว่างรอศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิด เราก็เล่น wifi ฟรีรอค่ะ เร็วพอสมควรเลยจาก KL Sentral เราต้องนั่งรถไฟไปลงที่ Bandar Tasik Selatan เพื่อไปขึ้นรถบัสที่ tbs ไปลงที่ Melaka Sentral ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เราขึ้น Metrobus ราคาคนละ 10 MYR (ตอนซื้อต้องใช้ passport ด้วยนะ)ตอนถึงที่ melaka sentral ต้องดูป้ายดี ๆ นะคะ มันจะมีชี้ทางไปรถบัส (ระหว่างเมือง) กับรถเมล์ เพราะเราโง่มาแล้วรอบนึง อ่านป้ายแบบผ่าน ๆ แค่เห็นคำว่า bus เราก็เลิกอ่าน เลยกลายเป็นว่าหาที่ขึ้นรถเมล์ไม่เจอ พอหาไม่เจอเราก็เลยถาม เจ้าหน้าที่บริการนักท่องเที่ยวว่าเราจะไปที่พักนี้จะไปได้ยังไง เขาก็บอกว่าไม่มีรถเมล์ผ่าน ต้องขึ้น taxi ไป มีเคาน์เตอร์แท็กซี่อยู่ทางนั้น ให้ไปถามที่นั่นจะได้ไม่โดนโกง…ด้วยความที่เราเกลียดการขึ้นแท็กซี่มากเพราะกลัวโดนโกงทั้งมีมิเตอร์และไม่มีมิเตอร์ ยิ่งที่มะละกายิ่งหนัก แท็กซี่ที่นี่ไม่มีมิเตอร์ เราเลยคุยกันว่าเดี๋ยวเดินไปก็ได้ ดูจากแผนที่แล้วมันไม่ไกลมาก พอโผล่หน้าออกไปดูถนนเท่านั้นแหละ มันไกลมากกก เลยเดินกลับมาจะขึ้นแท็กซี่ที่เคาน์เตอร์นั้น แต่ระหว่างทางเดินเข้าก็มีพวกแท็กซี่ (เถื่อน) คอยดักอยู่ นางก็ถามเราว่าจะไปไหน เราก็แผนที่ให้ดู นางบอกว่าเราเลยเดินหนี นางก็วิ่งมาตามเราก็เลยตอบว่านางก็รีบสวนมาเลยข้อมูลตรงกับเจ้าหน้าที่เป๊ะว่าไม่มีรถเมล์ผ่าน เราเลยขึ้นก็ขึ้น เป็นไงเป็นกัน พอขึ้นรถมามันจะมีป้ายติดว่าระยะทาง…. ใช้เวลา….. ราคา…. ซึ่งราคาที่เราจ่ายนี่แทบจะข้ามเมืองได้เลย ก็เลยรู้แล้วว่าโดนโกงแน่ ๆเรากลับมาขึ้นรถที่ Melaka sentral เพื่อจะไป Johor Bahru ที่นี่จะมีรถเลือกเยอะมาก ตามเคาน์เตอร์จะมีเที่ยวรถ รูปรถ ราคาติดเยอะ ชอบบริษัทไหนถูกใจคันไหนก็เลือกตามสบายเลยค่าา เราเลือกเที่ยวที่เร็วที่สุดนะ ได้ของ Ekspress Cepatsedia Sdn. Bhd. มา ค่าเสียหายคนละ 20 MYR (ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง) **นั่งตรงไปสิงคโปร์เลยก็มีนะคะ แต่เรากลัวมีปัญหาที่ ตม. แล้วรถจะไม่รอ เลยเลือกไปต่อรถเมล์ดีกว่า**พอถึง johor bahru เราก็ขึ้นรถเมล์สาย 170 เพื่อข้ามไปสิงคโปร์ค่ะถ้าเข้าสิงคโปร์ครั้งแรก แล้วยิ่ง passport ว่าง ๆ ด้วยนี่ต้องขึ้นไปข้างบนค่ะ เจ้าหน้าที่พาเราขึ้นไปข้างบน นั่งรอคิวสักพัก ตม. ก็เรียกเข้าไปทีละคน ก็ถามว่ามาทำไร กลับเมื่อไร มีเงินมาเท่าไร พักที่ไหน ขอดูตั๋วขากลับด้วยไรงี้ ก็ไม่น่ากลัวมากนะ ตอนแรกเราก็กลัว พอเข้าไปก็คุยไปขำไป ไม่น่ากลัวเท่าไร (ตม.แอบหล่อด้วย >< เราทั้งกินที่ร้านทั้งซื้อกลับมากินต่อผัดหมี่ห่อสี่เหลี่ยม ตัว K ห่อละ 1 MYRนาสิเลอมักห่อ 3 เหลี่ยม ตัว I คือปลา ตัว BT คือไข่ต้มกับปลา ห่อละ 1.2 MYR เท่านั้น5. Nasi goreng ayam ที่หลังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ คือเลอค่ามากก ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน ข้าวผัดหอมมาก ค่าเสียหาย 4.5 MYR6. ร้านข้าวราดแกงตรงข้าม 99 speed mart ใกล้ ๆ กับ my hotel @ kl sentral เรามาฝากท้องร้านนี้ 3 มื้อเต็ม ๆ แอบติดใจไก่ทอด >< ข้าวสวยเป็นข้าวหอมมะลิด้วยนะเออ ค่าเสียหายตกมื้อละประมาณ 5 MYR รวมค่าน้ำ ถือว่าคุ้มค่ามากก เพราะเราตักกับข้าวหลายอย่าง ข้าวสวยก็จานใหญ่มากเราถ่ายมาแต่มื้อแรกนะคะ มื้อนี้เราลองสั่งแป้งมากินแทนข้าว แต่สรุปว่าไม่ค่อยอยู่ท้อง วันหลังมาเลยสั่งแต่ข้าวสวย แกงที่เราตักมาไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่มันจะออกหวานนิด ๆ แล้วมีแต่ถั่ว (ไม่อร่อยเลย) แต่ไก่ทอดนี่อร่อยมากก จนทำให้เราติดใจมากินร้านนี้อีกหลายครั้ง7. ร้าน miss kwan’s ที่ห้างซูเรีย แอบแวะมาชิมว่าจะอร่อยเหมือนคำร่ำลือหรือเปล่า เราสั่ง Nasi lemak set มา เซตนี้จะแถมเครื่องดื่ม 1 แก้ว ราคา 19.9 MYRเพื่อนสาวสั่ง Nasi lemak bg มา ราคา 4.9 MYR ซึ่งราคาต่างกันมากกก ความแตกต่างก็คือแบบเซตจะมีน้ำให้ ส่วนข้าวแบบเซตจะมีไก่ทอดชิ้นใหญ่กับหมูหยองเพิ่มมาอีกอย่างคือ chee cheong fun มันจะคล้าย ๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดแกงแล้วก็โรยด้วยกระเทียม รสชาติแย่มาก ชิมคนละคำแล้วทิ้งเลยค่ะ ราคา 4.9 MYR** สำหรับร้าน miss kwan’s เราว่ารสชาติยังไม่ค่อยโอเคเท่าไรค่ะ **8. Rotiboy เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักดีอยู่แล้ว อยู่ตรงทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟ klcc กับห้างซูเรีย สำหรับเรา เราว่ามันอร่อยมากนะ คนละฟีลกับบันต่าง ๆ ที่ขายในไทยRotiboy original ชิ้นละ 2.5 MYRButtermilkboy ชิ้นละ 2.7 MYR9. ร้านนี้อยู่ตรงซุ้มไมโล (ร้านขายอาหารเปิดตลอด 24 ชม.) ที่มะละกา เราไม่รู้นะว่ามันเรียกว่าอะไร แต่แผ่นแป้งคือหอมชีสมาก คนละฟีลกับแป้งร้านแรกเลย ส่วนไก่น่าจะเป็นไก่รมควัน รสชาติถือว่าโอเคเลยย10. Old chang kee ร้านของทอดชื่อดังข้าวกล่องราคากล่องละ 2.5 S$ มีให้เลือกทั้งไส้กรอก กับปลา ยิ้ม ในกล่องจะมีถั่วกับปลากรอบตัวเล็ก ๆ ให้มา พร้อมน้ำปรุงที่จะต้องเอาทาคลุกข้าว รสชาติโอเคเลยย กับเยอะด้วยอันนี้เราซื้อปลาหมึกมากินเล่น อร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ คอนเฟิร์มฮับ11. ข้าวมันไก่ที่สถานีรถไฟ มีเกือบทุกสถานี ที่เรากินที่สถานี queenstown ข้าวมันไก่ทอดอร่อย แต่จานเล็กไปนิด ราคาจานละ 2 S$12. J co donutส่วนตัวชอบทีรามิสยูมากก (ไม่ได้ถ่ายรูปมา) โดยรวมโดนัททุกชิ้นถือว่าอร่อย เนื้อโดนัทนุ่มมากก ที่สิงคโปร์ชิ้นละ 1.8 S$ นะคะ แนะนำว่าซื้อที่มาเลเซียถูกกว่า ! แถมอร่อยเหมือนกันค่ะ 5513. ไอติมขนมปัง ตรง Marina bay เคยเจอในรีวิวว่าอันละ 1 S$ แต่ตอนที่เราไปมันมีอยู่เจ้าเดียว ราคาอันละ 1.5 S$ ช่วยดับร้อนได้เยอะเลย————รถบัส โคราช-กรุงเทพ 220ค่ารถ หมอชิต-หัวลำโพง 23+40 = 63รถไฟ หัวลำโพง-หาดใหญ่ 855รถไฟ หาดใหญ่-บัตเตอร์ฯ 332เรือข้ามฟาก 12รถเมล์ในปีนัง 14×3 = 42รถไฟ บัตเตอร์-กัวลา 400+460/2 = 430รถไฟฟ้าในกัวลา 10+16+16+10 = 52รถบัส กัวลา-มะละกา 100ค่ารถในมะละกา 100+20 = 120รถบัส มะละกา-ยะโฮร์ 210รถเมล์ ยะโฮร์-สิงคโปร์ 24รถไฟฟ้าในสิงคโปร์ 222เครื่องบิน+โหลดกระเป๋า 1901ค่ารถ ดอนเมือง-หมอชิต 90รถบัส กรุงเทพ-โคราช 220** เราคิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 MYR = 10 บาท1 S$=26.18 บาท ซึ่งมากกว่าเรตที่เราแลกจริง **————ปีนัง 1 คืน 440/2 = 220กัวลาลัมเปอร์ 1 คืน 850/2 = 425มะละกา 1 คืน 395/2 = 198สิงคโปร์ 2 คืน 3141/2 = 1,570————** รวมในไทยด้วยนะ **————บัตร ez-link 130

See also  [NEW] MamyPoko ราคาถูกที่สุดในไทย พร้อมส่วนลด ต.ค. 2021 | ราคา แพ ม เพิ ส มา มี่ โพ โค - Nangdep.vn


ส่องทั่วไทยไปกับใบตอง : เด็ก 14 เพาะออดิบขายราคาครึ่งล้าน | 21-10-64 | ตะลอนข่าว


พาไปดูเรื่องราวการสร้างรายได้สร้างอาชีพ ของสาวน้อยอายุ 14 ปี ที่สร้างรายได้กว่าครึ่งล้าน รายละเอียดเป็นอย่างไร…ติดตามได้กับช่วง…ส่องทั่วไทยไปกับใบตอง!!!!!
กดติดตาม \u0026 กดกระดิ่ง : http://bit.ly/Subscribe_Thairath
ติดตามข่าวสำคัญไปกับเรา
Website : https://www.thairath.co.th
Website : https://www.thairath.co.th/tv
Facebook : https://www.facebook.com/thairath
Facebook : https://www.facebook.com/thairathtv
Twitter : https://twitter.com/Thairath_News
Twitter : https://twitter.com/Thairath_TV
Instagram : https://www.instagram.com/thairath
Instagram : https://www.instagram.com/thairathtv
Line : http://line.me/ti/p/@Thairath
Youtube : https://www.youtube.com/thairathonline
ติดต่อโฆษณา ออนไลน์
โทร. 021271111 ต่อ 2144

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ส่องทั่วไทยไปกับใบตอง : เด็ก 14 เพาะออดิบขายราคาครึ่งล้าน | 21-10-64 | ตะลอนข่าว

Overview-สิบล้อชนรัฐบาล คาร์ม็อบทั่วประเทศอัดบริหารห่วยน้ำมันพุ่ง เย้ยสมัยเลือกตั้งดูแลประชาชนดีกว่า


รายการ Overview ประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2564
สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ (Membership)
https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw/join
ติดตาม VoiceTV
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw
Facebook : https://www.facebook.com/VoiceTVOverview/
Instagram : https://www.instagram.com/voicetv/
Twitter : https://twitter.com/VoiceTVOfficial
Website : https://www.voicetv.co.th/
VoiceTV

Overview-สิบล้อชนรัฐบาล คาร์ม็อบทั่วประเทศอัดบริหารห่วยน้ำมันพุ่ง เย้ยสมัยเลือกตั้งดูแลประชาชนดีกว่า

สหพันธ์การขนส่งทางบก ผิดหวัง มติ กบง. สั่งตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท | workpointTODAY


สหพันธ์การขนส่งทางบก ผิดหวัง มติ กบง. สั่งตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท
จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติสั่งตรึงราคากลุ่มดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ราว 9 พันล้านบาท พร้อมหารือคลังกู้เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท หากกองทุนน้ำมันฯ ไม่พอ พร้อมเห็นชอบยกเลิกดีเซลบี 6 ให้กลับไปใช้ดีเซลสูตรเดิม 3 ชนิด คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีผล 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบมติ กบง. ในวันที่ 20 ค.ต.ว่า รู้สึกผิดหวังต่อมติของกบง. เพราะมติกบง. เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 64 บอกว่าจะผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา โดยลดสัดส่วนการผสมของไบโอดีเซล แต่วันนี้กลายเป็นว่ามติเมื่อวันที่ 5 ถูกยกเลิกด้วยมติในวันนี้คือวันที่ 20 ต.ค.64 ก็เป็นอันว่าเราไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น B6 (นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงาน จะออกประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันดีเซล เพื่อลดสัดส่วนการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือไบโอดีเซล หรือ บี100 ในดีเซลทั้ง B10 และ B7 เหลือเป็น B6 ก็คือกลับไปเป็นแบบเดิม คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20
ส่วนที่บอกว่าจะไป ควบคุมดูแลราคาตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร \”ผมคิดว่าตรงนี้ก็คงผิดหวัง\”
นายทองอยู่ กล่าวว่า สำหรับแนวทางต่อจากนี้อาจจะทำหนังสือยื่นเข้าไปใหม่ โดยเฉพาะพยายามยกตัวอย่างหลายๆมาตรการเพื่อที่จะให้ภาครัฐเห็นว่าสามารถมีช่องทางที่จะทำได้ แต่เหตุใดภาครัฐจึงพยายามที่จะผลักภาระด้านภาษีสรรพสามิตให้กับประชาชน
มากเกินกว่าความจำเป็นในช่วงวิกฤติอย่างนี้ ส่วนจะมีการนำรถบรรทุกออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่นั้นต้องหารือกันภายในก่อน
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของ \”TRUCK POWER\” ที่ขอให้รัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล (B7 หรือ B6) ราคาขายปลีก 25 บาท / ลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลาย 2. ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อช่วยเหลือประชาชน 3. ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบประชาชน 4. ราคา ณ โรงกลั่น ต้องเท่ากับราคาสิงคโปร์ ที่ใช้เป็นฐานอ้างอิงน้ำมันสำเร็จรูป และ 5. ต้องลดค่าการตลาดลงกึ่งหนึ่ง เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินไป
ม็อบรถบรรทุก น้ำมันแพง รัฐบาล
workpointTODAY | MAKE TOMORROW, TODAY
ข่าว ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ
สาระความรู้สำหรับวันนี้
workpointTODAY LIVE
รายการข่าวออนไลน์ พร้อมประเด็นพูดคุยที่น่าสนใจ
ทุกวันจันทร์ศุกร์ 19.30 น. ช่องทางออนไลน์ของเรา
workpointTODAY
ข่าวเวิร์คพอยท์ทีวีช่อง 23 ตลอดทั้งวัน
https://www.facebook.com/NewsWorkpoint/
Website: workpointtoday.com
Facebook: https://www.facebook.com/workpointTODAY/
YouTube: https://www.youtube.com/WorkpointToday
Instagram: https://www.instagram.com/workpointtoday/
Twitter: https://twitter.com/workpointtoday
Tiktok: https://www.tiktok.com/@workpointtoday

Podcast by workpointTODAY
Apple Podcast https://apple.co/31pJLD0
Google Podcast https://bit.ly/2FJrBo9
Spotify https://spoti.fi/2HeG2RO
Podbean https://bit.ly/3m4nouy

สหพันธ์การขนส่งทางบก ผิดหวัง มติ กบง. สั่งตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท | workpointTODAY

ราคาน้ำมันพุ่ง! หลังประชุมโอเปกพลัสล่ม l ย่อโลกเศรษฐกิจ 6 ก.ค.64


ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

ราคาน้ำมันพุ่ง! หลังประชุมโอเปกพลัสล่ม l ย่อโลกเศรษฐกิจ 6 ก.ค.64

LIVE!!! รายการ #คุยข่าวเย็นช่อง8 วันที่ 20 ตุลาคม 2564 (ช่วงที่ 2)


LIVE!!! รายการ #คุยข่าวเย็นช่อง8 วันที่ 20 ตุลาคม 2564 (ช่วงที่ 2)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ราคา น้ํา มัน สิงคโปร์ realtime

Leave a Reply

Your email address will not be published.