Home » [NEW] | ประวัติ แมคโดนัล – Nangdep.vn

[NEW] | ประวัติ แมคโดนัล – Nangdep.vn

ประวัติ แมคโดนัล: คุณกำลังดูกระทู้

ประวัติศาสตร์ของฟาสต์ฟู้ดและแม็คโดนัลดาภิวัฒน์

เล่าเรื่องโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด, 21 เมษายน 2562

อาหารฟาสต์ฟู้ด หรือที่บางคนเรียกว่า “อาหารแดกด่วน” หรือ อาหารจานด่วน เพื่อทานอย่างรวดเร็วในยามที่เร่งรีบ ภาพที่อยู่ในหัวของผมตอนเด็กๆ คือ ฉากในภาพยนตร์ซีรีส์จีนกำลังภายใน ที่พระเอกหรือตัวละครที่เดินทางไปจะแวะที่โรงเตี๊ยมแล้วตะโกนสั่งว่า “เสี่ยวเอ้อ ขอหมั่นโถวลูกหนึ่ง” ทานเสร็จแล้วก็เดินทางไปต่อ (หรือไม่งั้นก็จะมีคนมาท้าต่อสู้ด้วย)

จริงๆ แล้ว อาหารจานด่วน มีอยู่ในทุกสังคมหรือทุกอารยธรรม เช่น อาหารจานด่วนในยุคโรมัน ขนมปังที่จุ่มลงในไวน์ กับผักต้มและสตูว์ หรือในยุคกลางของยุโรป อาหารจานด่วยในยุคนั้นจะเป็นพาย พาสทรีย์ วอฟฟเฟิล เวเฟอร์ แพนเค้ก และเนื้อที่ปรุงแล้วแบบต่างๆ

อาหารจานด่วนยุคใหม่ที่ได้รับการบันทึกไว้ในสังคมตะวันตกเป็นชนิดแรกคือ “ฟิช แอนด์ ชิปส์” ในอังกฤษ ในราวปี ค.ศ. 1860 ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการทานมันฝรั่งของชาวไอริช (ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษในยุคนั้น) และต่อมาก็ถือกันว่าเป็นอาหารประจำชาติของอังกฤษ

แต่สังคมที่ถือเป็นต้นกำเนิดของกระแสฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนไปทั่วโลกคือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอาหารจานหลักยอดนิยม 4 รายการด้วยกันคือ แฮมเบอร์เกอร์ ฮ็อทด็อก เฟรนช์ฟราย และพิซซ่า ซึ่งในบทความนี้จะเล่าถึง การกำเนิดของอาหารจานด่วนในสังคมอเมริกัน โดยมีธุรกิจฟาสต์ฟู้ดแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นตัวหลักในการขยายกิจการ/สาขาไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

อเมริกัน: เบ้าหลอมทางวัฒนธรรมอาหารจานด่วน

ก่อนที่จะเข้าสู่การกำเนิดและเติบโตของธุรกิจอาหารจานด่วน ขอกล่าวถึง ความเป็นมาของอาหารจานด่วนยอดนิยมทั้ง 4 ชนิดก่อน

จุดร่วมที่เป็นความน่าสนใจของอาหารทั้ง 4 ชนิด คือ การเป็นอาหารที่เกิดขึ้นที่ประเทศอื่น และมีการนำเข้ามาเผยแพร่ในสังคมอเมริกัน จนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และกลายเป็นอาหารยอดนิยมหลังจากมีธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูดแล้ว

แฮมเบอร์เกอร์ และฮ็อทด็อกนั้นมีที่มาจากเยอรมนี โดยแฮมเบอร์เกอร์ยังคงชื่อเดิมของมันไว้ จากชื่อเมืองฮัมบูร์ก ซึ่งเป็นเมืองท่าที่ชาวเยอรมันที่จะขึ้นเรือ Hamburg America Line มายังนิวยอร์ค และนำอาหารชนิดนี้ มายังอเมริกาด้วย และต่อมาก็มีการขายอาหารชนิดนี้ในนิวยอร์ค โดยในยุคแรกเรียกว่า Hamburg steak หรือ สเต็กสไตล์ฮัมบูร์ก ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเรียกว่า Hamburger ตามผู้ที่นำอาหารชนิดนี้เข้ามาเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา

ร้านขายแฮมเบอร์เกอร์สเต็ก ในสหรัฐอเมริกา ภาพจาก http://mclib.net/blogs/history/wp-content/uploads/2014/05/arlingtonwafoodstand.jpg

ส่วนฮ็อทด็อก หรือไส้กรอกกับขนมปังก็มาจากเยอรมันเช่นกัน แต่เดิมทีชาวเยอรมันจะทานเฉพาะไส้กรอกและเรียกมันว่า แฟรงก์เฟอร์เตอร์ ตามชื่อเมืองแฟรก์เฟิร์ตต้นกำเนิดของมัน โดยมีชื่อเล่นที่พ่อค้าชาวแฟรก์เฟิร์ตเรียกตามรูปร่างของมันว่า “ดัชชุนด์” (และขณะเดียวกันเราก็เรียกสุนัขพันธุ์ดัชชุนด์ว่า เจ้า “หมาไส้กรอก” เช่นกัน) แต่เจ้าแฟรงก์เฟอร์เตอร์ได้รับการเรียกขานว่า “Hot dog” เมื่อนายแฮรี่ สตีเวนส์ เจ้าของสนามเบสบอลตัดสินใจเหมาไส้กรอกแฟรก์เฟอร์เตอร์เลี้ยงผู้ชมในเกมระหว่าง นิวยอร์ก แยงกี้ส์ กับนิวยอร์ก ไจแอนท์ ในปี ค.ศ. 1901 แล้วมีนักหนังสือพิมพ์ T.A. Dorgan เกิดไอเดียแล้ววาดรูปสุนัขดัชชุนด์ในขนมปัง แต่บังเอิญเขาสะกดคำว่า ดัชชุนด์ ไม่ถูก เลยเขียนคำบรรยายภาพนั้นว่า “Hot dog” แทน หลังจากนั้น ผู้คนก็เริ่มหันมาเรียกอาหารนี้ว่า ฮ็อทด็อก 

ภาพประกอบ hot dog ของ T.A. Dorgan ในปี ค.ศ. 1901 ภาพจาก https://bramanswanderings.files.wordpress.com/2014/10/hot-dog.jpg

ตอนแรกผู้ขายฮ็อทด็อกไม่ค่อยชอบชื่อนี้นัก เพราะน่าจะกลัวว่าจะส่งผลในทางลบต่อทัศนคติของผู้บริโภค แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และผู้คนในสหรัฐอเมริกาก็พากันต่อต้านเยอรมัน ผู้ขายฮ็อทด็อกจึงพากันเรียกอาหารชนิดนี้ว่า “ฮ็อทด็อก” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เฟรนช์ฟรายด์ หรือ มันฝรั่งชิ้นทอด เป็นอาหารที่ชาวเมืองมิวส์แวลลีย์ในเบลเยี่ยมคิดค้นขึ้น ตังแต่ปี ค.ศ. 1680 โดยหั่นมันฝรั่งเป็นเส้นเล็กๆ แล้วนำไปทอด และเป็นที่นิยมกันทั่วไปในเบลเยี่ยม และแพร่ไปยังฝรั่งเศส โดยชสวฝรั่งเศสจะเรียกอาหารนี้ว่า ปอมฟริต (pommes frites) ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันที่ปฏิบัติการอยู่ในเบลเยี่ยม ได้ลิ้มลองอาหารชนิดนี้แล้วติดใจ แล้วนำกลับมายังสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ว่า พื้นที่บริเวณนั้น ชาวเบลเยี่ยมใช้ภาษาฝรั่งเศส ทำให้เหล่าทหารอเมริกันเข้าใจผิดว่า บริเวณนั้นเป็นดินแดนของฝรั่งเศสและเรียกกันว่า French Fries ต่อมา

ส่วนพิซซ่า ที่ถือกันว่าเป็นอาหารประจำชาติของอิตาลี เดิมทีเป็นอาหารที่ทำกันในเปอร์เซียและในกรีก (ในกรีกเรียกว่า pitta) ต่อมาในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1830 ชาวเมืองเนเปิลส์ในอิตาลีที่ยากจนนำอาหารนี้มาประยุกต์โดยนำน้ำมัน มันหมู ไขมันสัตว์ ชีส มะเขือเทศ หรือแอนโชวี่ มาโรยบนแป้ง เพื่อบริหารจัดการอาหารที่มีเหลือในตู้กับข้าว กับแป้งที่ราคาไม่แพง พิซซ่าจึงเป็นอาหารที่ทำให้อิ่มท้องโดยมีต้นทุนไม่แพง และต่อมาก็มีการตกแต่งหน้าพิซซ่ารูปแบบต่างๆ มากขึ้น (เช่น มารินารา มาร์เกริตา กัลป์โซเน) จนในช่วงปี ค.ศ. 1880-1900 ชาวอิตาลีจำนวนมากได้อพยพไปยังสหรัฐอเมริกา และนำอาหารชนิดนี้ไปด้วย และเริ่มได้รับความนิยม จากอาหารที่ขายกันข้างทาง (เหมือนในอิตาลี) ก็เปิดเป็นร้านพิซซ่าแรกในย่านลิตเติลอิตาลี ที่นครนิวยอร์ก ในปี ค.ศ. 1905 และค่อยๆ พัฒนามาเป็นพิซซ่าหน้าชีสกับเปเปอร์โรนี และกลายเป็น พิซซ่าแบบอเมริกัน ที่ได้รับความนิยมในที่สุด

วัฒนธรรมอเมริกันที่มีผู้คนอพยพมาจากหลากหลายประเทศ และการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนต่างวัฒนธรรมกัน ทำให้อาหารยอดนิยมจากต่างประเทศ กลายเป็นอาหารยอดนิยมของอเมริกัน และมีการส่งไปยังทั่วโลกในเวลาต่อมา

กำเนิดฟาสต์ฟู้ด

ร้านอาหารจานด่วนเจ้าแรก (ในสังคมสมัยใหม่) กำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1912โดยเป็นลักษณะของตู้หยอดเหรียญเรียกว่า Automat ความนำสมัยของร้าน Automat ก่อให้เกิดกระแสและการจุดประกายของร้านแบบอัตโนมัติในสหรัฐอเมริกา 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1919 ร้าน A&W ซึ่งมาจากชื่อของผู้ก่อตั้งรอย อัลเลนและแฟรงค์ ไรท์ (Roy W. Allen และ Frank Wright) เริ่มถือกำเนิดขึ้น โดยแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ ฮ็อทด็อก และรูทเบียร์ ต่อมา A&W เริ่มเปิดบริการแบบ Drive-in ที่ซาคราเมนโต แคลิฟอร์เนีย เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และเริ่มขายแฟรนไชส์ด้วย

ถัดมาในปี ค.ศ. 1921 ร้าน White Castle เริ่มเปิดดำเนินการในแคนซัส สหรัฐอเมริกา และขายแฮมเบอร์เกอร์ ร้าน White Castle ถือเป็นร้านแรกที่พยายามสร้างระบบการทำอาหารจานด่วนให้เป็นมาตรฐาน และมีระบบส่งวัตถุดิบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันให้กับทุกสาขา (ประมาณ 420 สาขา) และร้าน White Castleนี่แหละที่ทำให้แฮมเบอร์เกอร์เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา

ยักษ์ใหญ่ในวงการฟาสต์ฟู้ดอย่าง McDonald’s เริ่มเปิดสาขาแรกที่แคลิฟอร์เนียในปี ค.ศ. 1940 โดยสองพี่น้องริชาร์ดและมัวริซ แมคโดนัลด์ (Richard & Maurice McDonald) เริ่มจากขายบาร์บีคิวก่อน ต่อมาในปี ค.ศ. 1948 สองพี่น้องได้ออกแบบกระบวนการผลิตแฮมเบอร์เกอร์ให้รวดเร็ว จนไม่ต้องรอคิวนาน ทั้งสองเรียกกระบวนการนี้ว่า “Speedee Service System” McDonald’s จึงเริ่มขายแฮมเบอร์เกอร์และเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความสะดวกและลดภาระในการเก็บล้าง และเริ่มขายแฟรนไชส์ในปี ค.ศ. 1952

ส่วน Kentucky Fried Chicken (หรือ KFC) เปิดบริการโดยฮาร์ลาน แซนเดอร์ส์ ในปี ค.ศ. 1952 ถัดมา ในปี ค.ศ. 1954 นักธุรกิจชาวฟลอริดา สหรัฐอเมริกา คีธ เครเมอร์และแม็ทธิว เบิร์นส์ (Keith Kramer & Matthew Burns) ได้ก่อตั้งร้าน Burger King ขึ้น โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า Insta-Burger King และได้รับความสำเร็จอย่างมาก ก่อนที่จะเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ และในที่สุด ทั้งสองก็ขายกิจการให้เจมส์ แมคลามอร์และเดวิด เอ็ดเกอร์ตัน (James McLamore & David Edgerton) ในปี ค.ศ. 1959 และเปลี่ยนชื่อเป็น Burger King ตั้งแต่นั้นมา

โมเดลธุรกิจของ McDonald

แม้ว่า ร้านของสองพี่น้อง McDonald ได้รับความนิยมมากหลังจากขายแฮมเบอร์เกอร์ ในปี ค.ศ. 1948 แต่ McDonald ยังมิได้ขยายสาขาอย่างรวดเร็วนัก จนกระทั่งมาพบกับเรย์ คร็อก (Ray Croc) ยอดนักขาย ในปี ค.ศ. 1954 และเรย์ คร็อก นี่เองที่เป็นผู้ทำให้ McDonald กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารจานด่วนในที่สุด 

เรย์ คร็อก เป็นนักขายเครื่องทำมิลค์เชค ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องทำมิลค์เชค 8 เครื่อง โดยเครื่องทำมิลค์เชคของเขาปั่นได้ครั้งละ 5 แก้ว เพราะฉะนั้น แปลว่า ร้านที่สั่งซื้อเครื่องทำมิลค์เชคจากเรย์ คร็อก จะต้องขายหรือทำมิลค์เชคครั้งละ 40 แก้ว เรย์ คร็อก เกิดสนใจและสงสัยทันทีว่า ร้านที่สั่งซื้อของของเขานั้นไม่ธรรมดา

เรย์ คร็อก จึงตัดสินใจไปดูกับตาตนเอง แล้วก็พบว่า ร้านนั้นก็คือ ร้าน McDonald’sของสองพี่น้องนั่นเอง เรย์ คร็อก ประทับใจในคุณภาพของอาหาร บวกกับระบบการจัดการที่แต่ละคิวรอไม่เกิน 30 วินาที และการไม่ต้องมีพนักงานเสิร์ฟมาก เรย์ คร็อกจึงเข้าไปคุยกับสองพี่น้องแมคโดนัลด์ และต้องการที่ลงทุนเพื่อขยายสาขาของ McDonald’sโดยมุ่งหวังว่า McDonald’s จะเป็น “วัฒนธรรมใหม่ของอเมริกา”

See also  [Update] | ชีวประวัติ กับ อัตชีวประวัติ ต่างกันอย่างไร - Nangdep.vn

เรย์ คร็อก ภาพจาก  http://i0.wp.com/www.thaismescenter.com/wp-content/uploads/2019/02/vv10.jpg?resize=660%2C322

ร้าน McDonald’s ร้านแรกของเรย์ คร็อก เปิดขึ้นในปี ค.ศ. 1955 และไปได้ดี รวมถึงการหาลูกค้าให้มาซื้อแฟรนไชส์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ต่อมา เรย์ คร็อกรู้สึกว่า สองพี่น้องแมคโดนัลด์เป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายกิจการ และในปี ค.ศ. 1961 เมื่อสองพี่น้องมีทีท่าจะขอเกษียณอายุตนเอง เรย์ คร็อกเลยขอซื้อกิจการ McDonald’s จากสองพี่น้อง ในราคา 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อกิจการ McDonald’s ตกมาเป็นของเรย์ คร็อกจึงวางแผนกิจการต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ในปีต่อมา (ค.ศ. 1962) McDonald’s เริ่มมีสักษณ์โค้งรูปตัว M และมีมาสคอทเป็น Ronald McDonald ในปี ค.ศ. 1963 และเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น Big Mac ในปี ค.ศ. 1968 และกลายเป็นที่นิยมในเวลาต่อมา

ร้าน McDonald’s ร้านแรกของเรย์ คร็อก ภาพจาก http://i1.wp.com/www.thaismescenter.com/wp-content/uploads/2019/02/vv9.jpg?resize=660%2C422

แต่ความท้าทายสำคัญของเรย์ คร็อกในเวลานั้นคือ จะมีรายได้มาคืนเงิน 2.7 ล้านเหรียญที่ลงทุนซื้อกิจการมาจากสองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้อย่างไร? ซึ่งเรย์ คร็อกก็ได้คำตอบจาก Chief Financial Officer ของ McDonald’s ชื่อ แฮรี่ ซอนน์บอร์น (Harry Sonneborn) แฮรี่ ซอนน์บอร์น แนะนำให้ McDonald’s ลงทุนในที่ดินของร้านที่เปิดแฟรนไชส์ (หรือแฟรนไชซี่) ด้วย แล้วให้แฟรนไชซี่จ่ายค่าเช่าให้ McDonald’s และค่าเช่านั้นจะผันแปรไปตามยอดขาย ซึ่งนั่นแปลว่า McDonald’s จะได้เงินจากแฟรนไชซี่ถึงสองทางคือ หนึ่ง จากส่วนแบ่งค่าแฟรนไชซี่ และสองจากค่าเช่าที่แฟนไชซี่ต้องจ่าย

เพราะฉะนั้น จนกระทั่งปัจจุบัน โมเดลธุรกิจของ McDonald’s จึงเน้นที่ร้านของแฟรนไชซี่สูงมาก สูงถึง 92% ของร้านทั้งหมด ในปี ค.ศ. 2017 และยังตั้งเป้าหมายว่า สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 95% ในอนาคต

และแม้ว่า รายรับร้อยละ 55 ของ McDonald’s ในปี ค.ศ. 2017 จะมาจากร้านของตนเอง แต่เมื่อดูที่ส่วนต่างรายรับหรือ margin (ที่หักค่าใช้จ่ายออกแล้ว) แล้วกลับพบว่า จากรายรับรวมที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว 10,600 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจากร้านของแฟรนไชซี่ถึง 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 78.3% ของรายรับหลังหักค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดของบริษัท

โมเดลธุรกิจของแม็คโดนัลด์ ภาพจาก https://i1.wp.com/fourweekmba.com/wp-content/uploads/2018/08/mcdonalds-business-model-explained.png?w=2308&ssl=1

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะส่วนต่างของการขายอาหารจากร้านของบริษัทเองจะอยู่เพียงร้อยละ 18.1 ของยอดขาย ในขณะที่ร้านของแฟรนไชซี่นั้นส่วนต่างที่ McDonald’s ได้รับจากรายได้ที่มาจากแฟรนไชซี่ (ทั้งค่าแฟรนไชซ์และค่าเช่าที่ดิน) สูงถึงร้อยละ 82 ของรายรับจากแฟรนไชซี่เลยทีเดียว

นี่เป็นเหตุให้ แฮรี่ ซอนน์บอร์น กล่าวเอาไว้ว่า

เหตุผลเดียวที่เราขายแฮมเบอร์เกอร์ในราคาเซนต์ก็เพราะมันคือสิ่งที่สร้างกำไรได้ดีที่สุดเพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชซ์สามารถจ่ายค่าเช่าที่ดินให้เราได้ยังไงละ

ปัจจุบัน McDonald’s มีร้านกว่า 35,000 สาขาใน 119 ประเทศทั่วโลก และมีลูกค้าที่เข้ามารับประทานรวมกันประมาณ 68 ล้านคน/วัน และเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีจำนวนสาขาและยอดขายมากที่สุดในโลก

McDonaldization

ความสำเร็จในเชิงธุรกิจของ McDonald’s แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบโมเดลธุรกิจ หรือ Business Model Generation ซึ่งต้องเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบต้นทางไปจนถึงแฟรนไชซี่ และผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี กระบวนการดังกล่าวก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย ในปี ค.ศ. 1993 นักสังคมวิทยา จอร์จ ริทเซอร์ (George Ritzer) ได้เรียกกระบวนการขยายตัวของ McDonald’s ว่า “McDonaldization” (หรือ แมคโดนัลดาภิวัตน์ ในภาษาไทย) นั่นคือ กระบวนการของร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ดที่กำลังชักนำสังคมอเมริกันและสังคมโลกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและพฤติกรรมการบริโภคแบบเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ 

จอร์จ ริทเซอร์ได้ขยายความลักษณะของ McDonaldization ไว้ 4 ประการดังนี้คือ (ก) เน้นประสิทธิภาพ นั่นคือ การประหยัดเวลาในการบริโภค (ข) การคิดคำนวณได้ หมายถึงระบบการจัดการที่สามารถวางแผนได้อย่างชัดเจน (ค) การคาดการณ์ได้ ผู้บริโภคเองก็คาดการณ์ได้ว่าจะได้รับสินค้าในแบบที่เป็นมาตรฐานแน่นอน และ (ง) การควบคุมมาตรฐานในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งลักษณะทั้งสี่ แม้ว่าจะเป็นแง่ดีในทางธุรกิจ แต่ในแง่วัฒนธรรมแล้ว McDonaldization อาจทำให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในการบริโภคลดลงได้

การปรับตัวของแม็คโดนัลด์

ในช่วงเวลาเดียวกัน (ทศวรรษ 1990) นั้น McDonald’s ซึ่งเริ่มเปิดบริการแล้วใน 58 ประเทศ ก็เริ่มประสบปัญหา การขยายตัวในสหรัฐอเมริกาเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน แคมเปญการตลาดต่างๆ เริ่มได้ผลน้อยลง ในปี ค.ศ. 1998 McDonald’sเริ่มมีรายได้ลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965

McDonald’s จึงแก้ปัญหาด้วยการนำเสนอของเล่นควบคู่กับอาหาร โดยเน้นของเล่นยอดนิยมจากภาพยนตร์ของดีสนีย์และ Pixar หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2000 McDonald’s ก็เริ่มมีการลดจำนวนพนักงาน ต่อมา McDonald’s เริ่มถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากการขายอาหารที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ทำให้ในเวลาต่อมา McDonald’s จึงเริ่มประกาศที่จะลดอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลง เช่น ในปี ค.ศ. 2002 McDonald’sประกาศที่จะลดปริมาณไขมันทรานส์ให้ได้ 48% ในเฟรนช์ฟรายส์ รวมถึงพัฒนาเมนูที่สะท้อนวัฒนธรรมบริโภคอาหารของแต่ละประเทศ/ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

Super Size Me

ในปี ค.ศ. 2004 ก็มีภาพยนตร์สารคดีชื่อ Super Size Me ออกฉาย โดยเป็นภาพยนตร์แนวเรียลลิตี้ ที่ผู้แสดง มอร์แกน สเปอร์ลอค (Morgan Spurlock) ทดลองทานอาหารของ McDonald’s ทั้งสามมื้อ ตลอดเวลา 30 วัน (จากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2003)

ผลปรากฏว่า แต่ละวัน มอร์แกน สเปอร์ลอค (อายุ 31 ปี) ได้ทานอาหารของ McDonald’s ไปเฉลี่ยวันละ 5,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน (ในขณะที่คนทั่วไป ในวัยและในน้ำหนักของเขาควรบริโภคประมาณ 2,500 กิโลแคลอรี่/วัน) ส่งผลให้น้ำหนักของเขาขึ้นไป 11.1 กิโลกรัม ดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้น 13% และค่าคลอเลสเตอรอลขึ้นไปเป็น 230 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และเริ่มมีไขมันพอกตับ และมีปัญหาอารมณ์หงุดหงิด

โปสเตอร์ภาพยนตร์ Super Size Me ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมรางวัลออสการ์

มอร์แกน สเปอร์ลอค ใช้เวลา 14 เดือน ในการกลับมีน้ำหนักเท่าเดิม โดยการทานอาหารมังสวิรัติ

แม้ว่า มอร์แกน สเปอร์ลอค จะไม่ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับ McDonald’s แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องการป้องกันโรคอ้วนและการทานอาหารเพื่อสุขภาพในสังคมอเมริกัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 2004

ส่วนใครต้องการจะชมประวัติการก่อตั้ง McDonald’s สามารถชมได้จากภาพยนตร์เรื่อง The Founder ปี ค.ศ. 2017 ได้ โดยมี ไมเคิล คีย์ตัน รับบทเป็นเรย์ คร็อก

โปสเตอร์ภาพยนตร์ The Founder บอกเล่าชีวประวัติของเรย์ คร็อก ผู้ทำให้ McDonald’s กลายเป็นฟาสต์ฟู้ดอันดับหนึ่งของโลก

ฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทย

วิมปี้ (Wimpy) คือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งแรกของเมืองไทย ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2507 จำหน่ายแฮมเบอร์เกอร์และน้ำส้มคั้น อยู่ที่ศูนย์การค้าราชประสงค์ หลังจากนั้นอีก 8 ปีศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ซบเซาลง และร้านวิมปี้ก็ต้องปิดกิจการของตนเองลงตามไปด้วย 

ต่อมา เคนตั๊กกี้ฟรายด์ชิกเก้น (เคเอฟซี) ได้เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ.2513 แต่ก็ประสบความล้มเหลวเช่นกันเมื่อทหารอเมริกันที่ประจำประเทศถอนทหารออกจากสงครามเวียดนาม จนกระทั่งปีพ.ศ.2520 ร้านโฮเบอร์เกอร์(Ho-Burger) ได้ถือกำเนิดขึ้นบนย่านศูนย์การค้าสยามสแควร์ เนื่องจากเป็นทำเลที่เหมาะสมเพราะใกล้กับสถาบันการศึกษาที่สำคัญหลายแห่ง ประกอบกับการปรุงแต่งรสอาหารให้เหมาะสมกับลิ้นของคนไทยและมีราคาที่เหมาะสม ทำได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอันมาก 

ในปีต่อมา (พ.ศ. 2521) มิสเตอร์โดนัทได้ถือกำเนิดขึ้น ตามมาด้วยพิชซ่าฮัท (Pizza Hut) ปี พ.ศ.2523 สาขาพัทยา ดังกิ้นโดนัท (Dunkin’ Donut) ในปี พ.ศ. 2524 เอแอนด์ดับบลิว (A&W) ในปี พ.ศ. 2526 และเคเอฟซีกลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2527 ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้บริหาร และแมคโดนัลด์ก็เปิดสาขาแรกในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2528 ห้างโซโก หรืออมรินทร์พลาซ่าในปัจจุบัน

ร้าน McDonald’s สาขาแรกในประเทศไทย ที่ห้างโซโก้ แยกราชดำริ ภาพจาก https://static.trueplookpanya.com/tppy/member/m_547500_550000/549882/cms/images/%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%88.jpg

สรุป

พัฒนาการของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางวัฒนธรรมการบริโภค ระบบการจัดการ และโมเดลของธุรกิจอาหารไปพร้อมๆกัน

แม้ว่า ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากในแง่ของลักษณะอาหารที่บริโภค ซึ่งอาจไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ หรืออาจไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร หรืออาจเป็นสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมและการครอบงำทางวัฒนธรรมของอเมริกัน แต่ระบบการออกแบบและการจัดการทั้งภายในร้านฟาสต์ฟู้ด และก่อนที่วัตถุดิบจะมาถึงร้าน เช่น การทำสัญญาล่วงหน้ากับซัพพลายเออร์ และซัพพลายเออร์เหล่านั้น ก็อาจไปการเกษตรแบบพันธสัญญากับเกษตรกรอีกต่อหนึ่ง ก็กลายเป็นแนวทางให้ธุรกิจอาหารประเภทอื่นๆ ได้คิดต่อยอด รวมถึง ได้พยายามแก้ไขข้อเสียที่ปรากฎอยู่ในห่วงโซ่อุปทานอาหารของธุรกิจฟาสต์ฟู้ด เช่น การทำร้านอาหารแบบอินทรีย์ การทำร้านแบบสโลว์ฟู้ด หรือการพัฒนาระบบการค้าแบบเป็นธรรม ในปัจจุบัน

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ย่อความจากบทความ

Timeline of Fast Food, History of Fast Food Restaurants และ History of MCDonald’s จากเว็บไซต์ History of Fast Food http://www.historyoffastfood.com/

See also  [NEW] Brain Drain Definition | สมองไหล - Nangdep.vn

McDonald’s Heavy Franchised Business Model In A Nutshell. จากเว็บไซต์ FourWeekMBA https://fourweekmba.com/mcdonalds-business-model/

Super Size Me จาก Wikipedia  https://en.wikipedia.org/wiki/Super_Size_Me

ประวัติความเป็นมาของอาหารขยะ จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/fastfoodinlife/home/junk-food/prawati-khwam-pen-ma-khxng-xahar-khya

Ray Kroc ผู้ปั้นแฟรนไชส์ McDonald’s เปลี่ยนอะไรบนโลกใบนี้! จากเว็บไซต์ของ thaismescenter  http://www.thaismescenter.com/ray-kroc-ผู้ปั้นแฟรนไชส์-mcdonalds-เปลี่ยนอะไรบนโลกใบนี้/ 

ภาพปกบรรยากาศเทศกาลแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1958 ภาพจาก http://blogs.dailybreeze.com/history/files/import/30865-handout-thumb-400×249-30864.gif

ผมสรุปย่อเพื่อเตรียมสอนนิสิตในวิชา เศรษฐกิจการเกษตรไทยและโลก ในภาคการศึกษาหน้า โดยวิชานี้จะเล่าถึงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเกษตร จนมาถึงโครงสร้างเศรษฐกิจการเกษตรในปัจจุบัน และเป็นวิชาใหม่ที่ผมเพิ่งรับหน้าที่สอนเป็นครั้งแรกครับ 

Photo by Peter Secan on Unsplash


TT RIDER EP8


TT RIDER สัปดาห์นี้ เร แม๊ค พา เพื่อนซี๊ พระเอกซุปตาร์
ดาราขวัญใจสาวน้อย สาวใหญ่ “ชาคริต แย้มนาม” ขึ้นท้ายสามล้อ
แล้วไปดูกันซิว่า เจ้าสามล้อคันเก๋ จะเกเรจนปวดหัวขนาดไหน
ลองติดตามกันครับ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

TT RIDER EP8

Old MacDonald Had A Farm – 3D Animation English Nursery Rhymes \u0026 Songs for children


Old MacDonald Had A Farm 3D Animation English Nursery rhymes \u0026 Songs for children with lyrics
\”Old MacDonald Had A Farm Nursery Rhyme\” Lyrics:
Old MacDonald had a farm, E I E I O,
And on his farm he had some chicks, E I E I O.
With a chick chick here and a chick chick there,
Here a chick, there a chick, everywhere a chick chick.
Old MacDonald had a farm, E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had some ducks E I E I O.
With a quack quack here
And a quack quack there
Here a quack, there a quack
Everywhere a quack quack.
Old MacDonald had a farm E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had some Cats, E I E I O.
With a meow meow here
And a meow meow there
Here a meow, there a meow
Everywhere a meow meow.
Old MacDonald had a farm E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had some cows, E I E I O.
With a moo moo here
And a moo moo there
Here a moo, there a moo
Everywhere a moo moo.
Old MacDonald had a farm E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had Some pigs, E I E I O.
With a oink oink here
And a oink oink there
Here a oink, there a oink
Everywhere a oink oink.
Old MacDonald had a farm E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had some horses, E I E I O.
With a neigh neigh here
And a neigh neigh there
Here a neigh, there a neigh
Everywhere a neigh neigh.
Old MacDonald had a farm E I E I O.
Old MacDonald had a farm E I E I O,
And on his farm he had some sheeps, E I E I O.
With a baa baa here
And a baa baa there
Here a baa, there a baa
Everywhere a baa baa.
Old MacDonald had a farm E I E I O..

Old MacDonald Had A Farm - 3D Animation English Nursery Rhymes \u0026 Songs for children

[ผีจับยัด EP.16] – ข่าวแมนยู – สร้างปัญหา หรือ แก้ปัญหา โรนัลโด้ กับระบบที่เดิมพันเก้าอี้โซลชา


แมนยู ผีจับยัด สิงห์มอร์ตาร์ ซานโช่ วาราน โรนัลโด้ ฟานเดอเบค แรชฟอร์ด

🏠 [Ad] สิงห์มอร์ตาร์ ปูนสดที่แข็งแรงกว่า
📌สั่งซื้อ | ส่งไว | ไม่มีขั้นต่ำ แอดไลน์ LINE : https://lin.ee/umCexD2
(@singhamortar มี @ด้วยนะครับ)
.
📌ช่องทางสั่งซื้อสินค้าจากสิงห์มอร์ตาร์ Official Store…จัดส่งถึงบ้าน🚚
.
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.Wk9Xk
.
Shopee : https://shopee.co.th/singhamortar?smtt=0.0.9
🎡🌉 [Ad] ฉลองคริสต์มาส , เชียร์ 2 แมตช์เต็มอิ่มในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เที่ยวสถานที่สำคัญ และเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่อังกฤษไปกับ ดูบอลกับแนท และ Real Fan สนใจทริปนี้แอดเลย @realfan789
www.realfantravel.com หรือ โทร. 0859996592, 064535 6225

[ผีจับยัด EP.16] - ข่าวแมนยู - สร้างปัญหา หรือ แก้ปัญหา โรนัลโด้ กับระบบที่เดิมพันเก้าอี้โซลชา

ตัวจริง | TAPE 11 เรย์ แมคโดนัลด์ | 5 ก.ค.58 | ช่อง one


ช่องทางการรับชมช่อง one
ดูผ่าน Digital TV ภาคพื้นดิน ช่อง 31
เคเบิลทีวี และกล่องดาวเทียมทุกชนิด ช่อง 41
กล่อง GMM Z ช่อง 2 หรือ 41
กล่อง PSI ช่อง 448
ชม Online ได้ทาง : http://www.onehd.net/live
ดูย้อนหลังที่แรกทาง : http://www.onehd.net/replay
ติดตามข่าวสารจากช่อง one
Fan Page : https://www.facebook.com/gmmonetv
Instagram : https://intagram.com/onehdthailand
Twitter : https:// twitter.com/onehdthailand

See also  [NEW] เปิดลิสต์ 6 คนดังจากรายการ “The Mask Singer” ที่ถอดหน้ากากแล้วผู้ชมอึ้งทั้งโซเชียล! | the mask singer วันไหน - Nangdep.vn

ตัวจริง | TAPE 11 เรย์ แมคโดนัลด์ | 5 ก.ค.58 | ช่อง one

Old MacDonald Had a Farm – Kids nursery rhymes


Old MacDonald had a farm eieio!
One of the classic kids nursery rhymes we hope you like Bounce Patrol’s version! What animals will we see on Old MacDonald’s farm?
⭐ Watch our videos adfree! Join Bounce Patrol’s premium video service for members:
https://watch.bouncepatrol.com/
💎 Music, merchandise and memberships:
https://linktr.ee/BouncePatrol
🎵 New album! Listen in your music app:
https://lnk.to/NurseryRhymesVol2
Bounce Patrol make original songs and nursery rhymes for the whole family to enjoy. We aim to get kids up and bouncing to our music (hence the name Bounce Patrol!). Jump up and dance along with Jackson, Alyssa, Rachel, Will and Jacinta let’s bounce!

Lyrics:
Hey Macdonald here we go, eieio
Hey Macdonald here we go, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
And on his farm he had a cow, eieio
With a moo moo here and a moo moo there
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo
Old MacDonald had a farm, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
And on his farm he had a sheep, eieio
With a baa baa here and a baa baa there
Here a baa, there a baa, everywhere a baa baa
With a moo moo here and a moo moo there
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo
Old MacDonald had a farm, eieio
Hey Macdonald here we go, eieio
Hey Macdonald here we go, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
And on his farm he had a pig, eieio
With an oink oink here and an oink oink there
Here an oink, there an oink, everywhere an oink oink
With a baa baa here and a baa baa there
Here a baa, there a baa, everywhere a baa baa
A moo moo here and a moo moo there
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo
Old MacDonald had a farm, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
And on his farm he had a duck, eieio
With an quack quack here and an quack quack there
Here an quack, there an quack, everywhere an quack quack
With an oink oink here and an oink oink there
Here an oink, there an oink, everywhere an oink oink
With a baa baa here and a baa baa there
Here a baa, there a baa, everywhere a baa baa
A moo moo here and a moo moo there
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo!!
Old MacDonald had a farm, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
With an quack quack here and an quack quack there
Here an quack, there an quack, everywhere an quack quack
An oink oink here and an oink oink there
Here an oink, there an oink, everywhere an oink oink
With a baa baa here and a baa baa there
Here a baa, there a baa, everywhere a baa baa
A moo moo here and a moo moo there
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo!!
Old MacDonald had a farm, eieio
Old MacDonald had a farm, eieio
Eieio (Uhoh!)
Eieio (Uhoh!)
Eieio (Uhoh!)
Eieio!

Old MacDonald Had a Farm - Kids nursery rhymes

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ประวัติ แมคโดนัล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *