Home » [NEW] วิธีการทำธุรกิจที่สิงคโปร์ พร้อมสินค้ายอดฮิตที่นำเข้าและส่งออกไปสิงคโปร์ – SME How | สินค้า ส่ง ออก ของ สิงคโปร์ – Nangdep.vn

[NEW] วิธีการทำธุรกิจที่สิงคโปร์ พร้อมสินค้ายอดฮิตที่นำเข้าและส่งออกไปสิงคโปร์ – SME How | สินค้า ส่ง ออก ของ สิงคโปร์ – Nangdep.vn

สินค้า ส่ง ออก ของ สิงคโปร์: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

 

ในบทความนี้ก็จะบอกเล่าถึงแนวทางการทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ว่าดีอย่างไร อะไรน่าลงทุน บทความนี้ยาว เน้นเนื้อไม่น้ำ เชิญอ่านได้เลยครับ

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีนักลงทุนสนใจมาลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นักลงทุนโดยส่วนใหญ่มากมาจากเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร โดยธุรกิจที่ชาวต่างชาตินิยมเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์มากที่สุด คือ ธุรกิจสาขาการเงินและการประกันภัย ธุรกิจสาขาการผลิต และธุรกิจสาขาการก่อสร้าง

สิงคโปร์ตั้งอยู่บนภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การค้า เป็นที่ทำการค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ สิงคโปร์เป็นเกาะตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ ติดกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขนาดพื้นที่รวม 697 ตารางกิโลเมตร (ในขณะที่เกาะภูเก็ตของไทย 543 ตารางกิโลเมตร) และเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก ทรัพยากรในประเทศมีอยู่อย่างจำกัด มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจสูง ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบค่อนข้างสูงและขาดแคลนแรงงานระดับล่าง สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ล้วนเป็นจุดอ่อนของประเทศสิงคโปร์ แล้วปัจจัยใดบ้างที่ส่งเสริมให้ประเทศสิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็นประเทศที่เหมาะแก่การลงทุนมากที่สุดในโลกและเป็นประเทศที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

ข้อดีในการทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์

– ในส่วนของการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาตินั้น รัฐบาลของสิงคโปร์ได้สนับสนุนให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทต่างๆ ได้ 100% ยกเว้นเพียงกิจการประเภทการกระจายเสียง การจัดสรรคลื่นความถี่ และประเภทกิจการด้านหนังสือพิมพ์
– นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ได้
– นโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสิงคโปร์ มีความชัดเจน แน่นอน การเมืองมีความมั่นคง และประชากรเป็นแรงงานที่มีฝีมือ
– จากการพิจารณาหลายๆ ปัจจัย ทั้งในด้านแรงงาน การเมือง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำให้สิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกเกี่ยวกับศักยภาพการลงทุนในด้านต่างๆ
– สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านกลยุทธ์ส่งเสริมการขายเพื่อการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (fDi Asia-Pacific Cities of the Future 2011/12)
– สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุนทั้งทางกายภาพ และระบบดิจิตอล ในขณะที่ประเทศอาเซียนอื่นที่ติดอันดับ คือ มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 7 ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับ ที่ 8  (fDi Asia-Pacific Cities of the Future 2011/2012) นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็น อันดับ 1 ในด้านประเทศที่ง่ายต่อการลงทุน (Doing Business 2012 Report, World Bank) อีกด้วย
– สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ในด้านการวัดมูลค่าประสิทธิภาพของแรงงาน (BERI Report 2011-l)
– สิงคโปร์มีโครงข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และนับได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก
– สิงคโปร์เป็นอันดับ 2 ของโลกในด้านประเทศที่มีความโปร่งใสมากที่สุด และ เป็นอันดับ 7 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุด (IMD World Competitiveness Yearbook 2011) รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ มีการจ้างงานมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ เสริมสร้างความหลากหลายให้กับภาคการผลิตต่างๆ และภาคบริการ
– สิงคโปร์มีนโยบาย Regionalization คือ จะทำการค้าและการลงทุนกับประเทศในเอเชียมากขึ้น
– สิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญในการจัดการทรัพยากรบุคคล บริหารจัดการธุรกิจ เป็นตลาดเทคโนโลยีของเอเซียแห่งหนึ่ง มีจุดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้ง ทำให้เป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลก
– นโยบายการค้าตลาดเสรี ไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า มีแต่การเก็บภาษีสินค้าและบริการ (Goods and Services Tax : GST) ร้อยละ 5 (ยกเว้นสินค้า 4 รายการที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า คือ เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ บุหรี่และยาสูบ น้ำมันปิโตรเลียม รถยนต์และรถจักรยานยนต์)
– สิงคโปร์เป็นแหล่งกระจายสินค้าไทยไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
– รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนให้นักธุรกิจใช้ระบบ e-Government ทำให้การจัดตั้งธุรกิจสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และยังมีบริการด้านเอกสารต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์
– มีระบบ Logistics ที่มีประสิทธิภาพ และมีความพร้อม ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
– มีระบบ Supply Chain ครบวงจรระดับมาตรฐานสากล
– ผู้ประกอบการ ของสิงคโปร์ส่วนใหญ่เป็น Trading Firm ที่นำเข้าสินค้าจากทั่วโลก สามารถเป็นฐานกระจายสินค้าไทยไปในภูมิภาคและทั่วโลก
– มีทำเลที่ตั้งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลก มีเครือข่ายธุรกิจกับคนสัญชาติจีนในประเทศต่างๆ ทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ
– สามารถจัดตั้งธุรกิจได้อย่างสะดวกรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจคล่องตัว เนื่องจากสิงคโปร์มีโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวย อัตราภาษีที่แข่งขันได้ และบุคคลากรมีความรู้/ความชำนาญระบบการทำงานที่เป็น ระเบียบและมีประสิทธิภาพ
– ใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการส่งออกต่อ (re-export) สินค้าไทยไปสู่ประเทศที่สาม โดยอาศัยจุดแข็งของสิงคโปร์ในด้านการจัดการ การตลาดการเงิน/ธนาคาร การสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการด้าน Supply Chain ในระดับมาตรฐานโลก
– เป็นตลาดการค้าเสรีที่นักธุรกิจต่างชาติสนใจมาลงทุนจำนวนมากและ มีความหลากหลายในภาคธุรกิจส่งผล ให้บริษัทไทยมีโอกาสประกอบ ธุรกิจทั้งในสิงคโปร์และสามารถต่อยอดเพิ่มได้อีกในประเทศของนักธุรกิจต่างชาติอื่นๆที่เข้ามาลงทุนในสิงคโปร์ อีกทั้งได้รับผลประโยชน์จากการสร้างเครือข่ายกับบริษัทต่างชาติอื่นๆ ด้วย
– นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นศูนย์กลางด้านการเงินแห่งหนึ่งของโลก การค้าเงินในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของสิงคโปร์มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากลอนดอน นิวยอร์ก และโตเกียว
– ปัจจุบันบริษัทธุรกิจข้ามชาติต่างๆ ไม่น้อยกว่า 7,000 แห่ง มีสำนักงานอยู่ในสิงคโปร์
– นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการรองรับบริษัทข้ามชาติสำหรับการลงทุน ทั้งเงินทุนจากรัฐบาล ศูนย์วิจัย การยกเว้นและลดหย่อนภาษี จึงทำให้สิงคโปร์มีความน่าสนใจและเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการดำเนินธุรกิจย่านอาเซียน
– ผลผลิตทางเกษตรนั้นไม่พอเพียงกับความต้องการของประชากรในประเทศ จึงต้องสั่งซื้ออาหารจำพวก ข้าว ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ จากต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะจากประเทศไทย

ข้อเสียในการทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์

– แม้สิงคโปร์เป็นตลาดเล็ก แต่ประชากรมีรายได้สูง จึงนิยมสินค้าที่มีคุณภาพสูง มากกว่าคำนึงถึงราคาของสินค้า
– พื้นที่บนเกาะสิงคโปร์มีจำกัด ราคาค่าเช่าที่จึงแพงกว่าไทยหลายเท่า นักลงทุนต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี
– สิงคโปร์มีข้อกำหนด เรื่องการจ้างงานแรงงานต่างชาติ โดยอนุญาต ให้จ้างแรงงานต่างชาติได้เพียง 5% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด (ยกเว้นแรงงานจากประเทศมาเลเซีย ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่สามารถจ้างได้ถึง 40%) จึงเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจที่จำเป็นต้องอาศัยแรงงานต่างชาติ ในสัดส่วนที่มากกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในธุรกิจบริการ
– สิงคโปร์เป็นประเทศที่เปิดให้มีการค้าอย่างเสรี ทำให้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ที่สำคัญสิงคโปร์ยังเป็นประเทศเล็ก มีประชากร 5 ล้านคน การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดสินค้าไทยในสิงคโปร์ จึงต้องแข่งขันกับประเทศคู่ค้าสำคัญอื่นๆ เช่น มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย และอินเดีย

See also  [Update] 9 โรงเรียนประจำนานาชาติ ชั้นนำของเมืองไทย ที่ไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลก | โรงเรียนนานาชาติในไทย - Nangdep.vn

นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ให้ความเท่าเทียมกัน ระหว่างนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเปิดกว้างให้นักลงทุนต่างประเทศสามารถลงทุนได้ 100 % เกือบทุกสาขา ยกเว้นเพียงด้านการกระจายเสียง และการจัดสรรคลื่นความถี่ (สูงสุดไม่เกิน 49 %) กิจการด้านหนังสือพิมพ์ (ไม่เกิน 5 %) ส่วนกิจการที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ได้แก่ ธุรกิจด้านกฎหมาย และการประกอบอาชีพทนายความ รวมถึงบางสาขาที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิสาหกิจของรัฐ นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ รวมถึงไม่มีการควบคุมการโอนเงินตราต่างประเทศ และผลกำไรในการประกอบธุรกิจออกนอกประเทศ

 

 

การหาลู่ทางทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์

– แม้ว่าสิงคโปร์จะเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนกันได้อย่างเสรี และมีธุรกิจร้านค้าเปิดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่สิงคโปร์ก็เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพที่สูง และค่าเช่าสถานที่แพง ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องตั้งราคาสินค้าที่สูงตามไปด้วย ดังนั้นผู้ที่จะลงทุนทำธุรกิจจึงต้องมีเงินทุนมากพอ หรือหากไม่เป็นเช่นนั้นก็ควรมีการทำธุรกิจร่วมทุนกับคนท้องถิ่น ซึ่งก็จะช่วยให้สามารถประคับประคองธุรกิจได้ง่ายขึ้น
– ตัวช่วยสำคัญของผู้ประกอบการคือการเรียนรู้มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลสิงคโปร์ที่มีอยู่หลายโครงการเช่น PIC (Productivity and Innovation Credit) ที่อยู่ในรูปการให้เงินสนับสนุน หรือ SPRING Singapore ที่ให้เงินอุดหนุนแก่ธุรกิจมากถึง 70 % แต่ทั้งนี้ธุรกิจนั้นก็ต้องตรงตามกฏเกณฑ์ที่ทางหน่วยงานเขากำหนดไว้ด้วย
– ธนาคารโลกเปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ.2559 ธุรกิจในสิงคโปร์มีสัดส่วนภาษีต่อกำไรอยู่ที่ร้อยละ 18.4 ซึ่งเป็นประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ค่าเฉลี่ยที่ราวร้อยละ 33.5 และที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนให้นักธุรกิจใช้ระบบ e-Government ทำให้การจัดตั้งธุรกิจสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และยังดำเนินการต่างๆ และเอกสารผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นที่สำคัญอย่างเมืองท่าของโลกที่มีระบบโลจิสติกส์และ Supply Chain ครบวงจรระดับมาตรฐานสากล
– การหาพันธมิตรคู่ค้าที่ดี โดยเฉพาะที่ปรึกษาที่ให้ข้อมูล และตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทในสิงคโปร์ เพื่อการอำนวยความสะดวกทางเอกสาร และพิธีการทางศุลกากร
– กิจการที่คนไทยไปทำที่สิงคโปร์มักจะเป็นการ take over กิจการที่มีอยู่แล้ว โดยมหาเศรษฐีชาวไทย ซื้อเพื่อเอาไปต่อยอด
– ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลทางธุรกิจก่อนส่งออกสินค้า อาจจะเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานทั่วไป และตามด้วยการศึกษาข้อมูลด้านการตลาด โลจิสติกส์ ข้อมูลรายชื่อคู่แข่ง และข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและสินค้าเพื่อนำเสนอต่อคู่ค้าชาวสิงคโปร์
– ธุรกิจในสิงคโปร์นั้นมีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ผู้ประกอบการต้องติดตามข่าวสารทางธุรกิจต่างๆ ไม่แต่จำเพาะในสาขาธุรกิจของตน เพื่อดูทิศทางธุรกิจของสิงคโปร์ในขณะนั้นๆ และการปรับตัวในธุรกิจของตนเองที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ได้มากขึ้น

การทำการตลาดที่ประเทศสิงคโปร์

– หลายคนอาจคิดว่าการขยายธุรกิจ หรือส่งออกสินค้าไปสิงคโปร์เป็นเรื่องยากที่จะไปแข่งขันกับเจ้าถิ่น ซึ่งสิงคโปร์นับว่าเป็นตลาดหลักของอาเซียน และเป็นประเทศที่มีความท้าทายในการทำธุรกิจสูง เนื่องจากสิงคโปร์เป็นตลาดที่น่านำสินค้าไปทดลองตลาดก่อนสำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยทำธุรกิจกับชาติตะวันตกอย่างในยุโรป ซึ่งการที่สินค้าจะวางขายในสิงคโปร์ได้นั้นยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของตราสินค้า มากกว่าสินค้าที่วางขายอยู่ในประเทศอื่นๆ ของอาเซียน
– การที่จะวางขายสินค้าในประเทศสิงคโปร์ได้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ผู้ประกอบการก็ต้องมีความแข็งแกร่งด้วย เพราะว่าผู้บริโภคสิงคโปร์สนใจและนิยมสินค้าที่มีแบรนด์อย่างมาก แต่หากสามารถเข้าสู่ตลาดสิงคโปร์ และมีศักยภาพมากพอที่จะแข่งขันกับรายอื่นได้ ก็สามารถขยายการค้าให้เติบโตในระดับโลก จนเป็นที่ยอมรับในประเทศอื่นๆ ได้ เพราะสิงคโปร์เป็นประตูการค้าที่สำคัญต่อการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
– ผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับตลาด ชาวสิงคโปร์มีรสนิยมหรูหรา ใช้สินค้ามีคุณภาพ และแบรนด์เนม ไลฟ์สไตล์ทันสมัย ตามเทรนด์ตลอดเวลา
– ตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดให้ทัน เนื่องจากตลาดสิงคโปร์เป็นตลาดที่เน้นกระแส ทำให้ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางรวดเร็ว อาจจะใช้การวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ
– เน้นการบริการที่ดี ควบคุมการผลิต ส่งออก จัดส่งสินค้าให้ตรงตามระยะเวลา รักษาระดับคุณภาพ และกำหนดราคาให้สามารถแข่งขันได้
– ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยช่วยในการผลิตสินค้าของบริษัทเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า
– สำหรับผู้ที่เริ่มกิจการใหม่โดยเริ่มจาก 0 ที่สิงคโปร์นับว่ายากพอสมควรที่จะฝ่ากระแสการแข่งขันที่สูงมากในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามทุกการแข่งขันย่อมมีโอกาส โดยใช้ไอเดียดีๆ เข้าสู้ เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาไม่เหมือนใคร การตั้งต้นทำธุรกิจที่สิงคโปร์ก็ต้องใช้สินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ เข้าไปตีตลาด ผู้ประกอบการต้องไปคิดวางแผนมามากๆ
– ลำพังมีเพียงเงินทุนคงอยู่ไม่รอด สิ่งสำคัญคือการทดสอบตลาดว่าสิ่งไหนเป็นสินค้าที่คนสิงคโปร์มีความต้องการ หากเป็นไปได้อาจมีการจ้างนักการตลาดมืออาชีพในการเป็นที่ปรึกษา จะทำให้ธุรกิจของเราเป็นไปแนวทางที่ได้รับผลกำไรมากขึ้น
– พื้นที่ค่าเช่าในการเปิดร้านค้าต่างๆ แพงมาก ถ้าเราสู้ราคาไม่ไหว เราอาจจะไปเปิดร้านในทำเลรอง เพื่อจะได้ค่าเช่าที่ถูกกว่าทำเลหลัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าในทำเลรอง คนอาจจะน้อยกว่า ผลกำไรก็อาจจะน้อยตามไปด้วย หรือเราอาจจะเลี่ยงไปเปิดเป็นร้านค้าออนไลน์แทน เมื่อมีคนซื้อ ค่อยส่งสินค้า แล้วก็หาโกดังเก็บสินค้าไว้สักที่ เช่าแต่โกดังเก็บของ ไม่ต้องมีหน้าร้าน ซึ่งในปัจจุบันนี้ชาวสิงคโปร์นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมาก

แนะนำการทำธุรกิจไทยในสิงคโปร์

จากภาพรวมข้างต้น จะเห็นได้ว่าสิงคโปร์มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้การลงทุนของไทยในสิงคโปร์เป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร หรืออุตสาหกรรม ส่วนที่อาจเป็นไปได้บ้างคือ ด้านบริการที่ไทยมีความชำนาญ เช่น ร้านอาหารไทย ร้านสปาและนวดแผนไทย เป็นแนวทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ ส่วนรายละเอียดดังนี้คือ

เปิดร้านอาหารไทย

ชาวสิงคโปร์นิยมทานอาหารนอกบ้าน เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องเวลา อีกทั้งวันหยุดก็มักพาครอบครัว ออกไปทานอาหารตามภัตตาคาร หรือร้านอาหารต่างๆ รวมไปถึงการที่ชาวสิงคโปร์ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งในแต่ละมีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์เดินทางเข้ามามากถึง 7-8 ล้านคน บุคคลเหล่านี้ล้วนคุ้นเคย และประทับใจกับรสชาติอาหารไทยมาก่อนแล้วทั้งสิ้น การทำธุรกิจร้านอาหารไทย จึงเป็นกิจการหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย อีกทั้งสิงคโปร์ยังไม่มีกฎหมาย หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนผู้ลงทุนต่างชาติในการประกอบธุรกิจร้านอาหารแต่อย่างใดอีกด้วย

เปิดร้านสปาและนวดแผนไทย

ร้านสปากำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ยกเว้นแม้แต่ในสิงคโปร์ จึงเป็นโอกาสของธุรกิจสปาไทยที่จะขยายตัวสู่สิงคโปร์ ด้วยความเมื่อยล้าในการทำงาน ชาวสิงคโปร์นิยมนวดสปาเพื่อผ่อนคลาย สปามีบทบาทในตลาดสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เริ่มจากเพื่อรองรับลูกค้าในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ ต่อมาจึงขยายบริการไปสู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันสปากลายเป็นธุรกิจยอดนิยมประเภทหนึ่งในสิงคโปร์ โดยมีผู้ประกอบการกว่า 300 ราย อย่างไรก็ตามตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 หน่วยงาน Workforce Development Agency ได้ออกระเบียบกำหนดมาตรฐานใหม่ ภายใต้ National Skills Recognition System (NSRS) โดยกำหนดเงื่อนไขการเป็น Spa Therapist ว่าจะต้องผ่าน 3 หลักสูตรต่อไปนี้ด้วย คือ

– Provide Full Body Massage without Oil
– Perform Manicure Pedicure
– Perform Face Treatment

See also  [NEW] | บัตร เครดิต lotus - Nangdep.vn

วิธีการเปิดธุรกิจใหม่ในสิงคโปร์

1. สำหรับการเปิดธุรกิจใหม่ในสิงคโปร์ ผู้ประกอบจำเป็นต้องศึกษาประเภทกิจการ หรือธุรกิจที่สนใจ ทั้งจากเอกสาร การเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนด้วยตนเอง รวมถึงรับคำแนะนำจากบริษัทที่ปรึกษา แล้วนำมาประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) และตัดสินใจว่าจะลงทุนเองทั้งหมด หรือลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
2. ผู้ประกอบการที่จะเปิดธุรกิจใหม่ จะต้องยื่นเอกสารเป็นรายงานข้อเสนอโครงการ (Proposal) เพื่อขออนุมัติดำเนินธุรกิจ และจดทะเบียนชื่อกิจการต่อ ACRA (Accounting and Corporate Regulatory Authority) ซึ่ง ACRA จะใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติประมาณ 14-60 วัน โดยผู้ประกอบการจะจัดตั้งบริษัทสามารถมอบอำนาจให้สำนักงานทนายความในสิงคโปร์ เป็นตัวแทนในการจดทะเบียนบริษัท
3. เมื่อได้รับอนุมัติจดทะเบียนชื่อกิจการแล้ว ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทต่อ ACRA ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน
4. เมื่อ ACRA พิจารณาแบบคำขอจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว ACRA จะส่งแบบฟอร์มการยื่นขอจดทะเบียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
– หน่วยงานแรกคือ กระทรวงการสิ่งแวดล้อม (Ministry of Environment) เพื่อขออนุญาตประกอบธุรกิจ
– หน่วยงานที่สองคือ กระทรวงแรงงาน (Ministry of Manpower) เพื่อขออนุญาตนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสิงคโปร์
5. หากมีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าส่งออกจาก International Enterprise Singapore ด้วย
6. หลังจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว บริษัทจึงสามารถเปิดดำเนินกิจการได้

ส่งออกสินค้าอะไรไปประเทศสิงคโปร์ดี

สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสิงคโปร์ ได้แก่

– น้ำมันสำเร็จรูป
– อัญมณีและเครื่องประดับ
– แผงวงจรไฟฟ้า
– เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ และส่วนประกอบ
– เครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ
– ข้าว ผัก และผลไม้
– อาหารกระป๋อง อาหารทะเล
– ซ๊อส และเครื่องปรุงรสอาหาร

นำเข้าสินค้าอะไรจากสิงคโปร์มาขายดี

สินค้าที่ไทยนำเข้าเป็นหลักจากสิงคโปร์ ได้แก่

– เครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ
– น้ำมันสำเร็จรูป
– เคมีภัณฑ์
– แผงวงจรไฟฟ้า
– พืช และผลิตภัณฑ์จากพืช

ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์

ตลาดส่งออกที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย จีน
ตลาดนำเข้าที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น
สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ แร่เชื้อเพลิงและพลังงาน น้ำมันดิบ อาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องบิน และอุปกรณ์ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์เครื่องวิทยุและโทรทัศน์และเครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าโดยนำเข้าจากประเทศที่สำคัญๆ ได้แก่ สหภาพยุโรป มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย ไทย และอินเดีย
สินค้านำเข้าที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ไม่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทำให้สินค้าส่งออกหลักของสิงคโปร์ คือ การส่งออกต่อ (Re-export) ของสินค้าต่างๆ เช่น สินค้าปิโตรเลียม อาหารและเครื่องดื่ม เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์สินค้าที่เกี่ยวกับการสื่อสารโทรคมนาคมเครื่องจักรยนต์ ซึ่งมีประเทศที่เป็นตลาดสำคัญได้แก่ มาเลเซีย สหภาพยุโรป ฮ่องกง จีน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ไต้หวัน และไทย

สรุป

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะมีจุดอ่อนในแง่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ต่างจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่สิงคโปร์ ก็มีความโดดเด่นที่สุดในอาเซียน ในด้านการบริหารจัดการภายใน การเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งต่างๆ และความมั่นคงด้านการเมือง จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก สิ่งที่หลายๆ ประเทศในอาเซียน ควรนำมาพิจารณาเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี คือ การใช้ภาษากลางของโลกในการสื่อสาร การเรียนรู้เพื่อเพิ่มทุนมนุษย์ สร้างประสิทธิภาพการทำงาน แรงงาน สร้างความมั่นคงทางการเมือง เพิ่มความโปร่งใสในทุกระดับธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านต่างๆ ให้มีมาตรฐาน ซึ่งผลที่จะตามมา คือ ชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

สำหรับการไปลงทุนทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ โดยในบทความนี้ ถือได้ว่าเป็นเนื้อหาคร่าวๆ โดยรวมเท่านั้น ผู้ประกอบการที่สนใจจะไปลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ควรจะศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ในหลายๆ แง่ หลายๆ มุม เพราะที่สิงคโปร์ถ้าที่ผมไปบอก การแข่งขันทางธุรกิจสูงมาก เงินในกระเป๋าของท่านมีความหมาย ผมไม่อยากให้ท่านพลาด อยากให้ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ สู้กับเจ้าถิ่นที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้วได้ ผมเชื่อว่าหนทางนี้ยังมีช่องว่างอยู่เสมอ และท่านก็จะไปปักธงชัยแห่งความสำเร็จที่นั่น ความสำเร็จแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก แต่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ


10 \”พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม\” ล้ำค่ามูลค่า 100 ล้าน!!!


ติดตามชมกันกับเรื่องราวของ 10 พิมพ์ \”พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม\” มูลค่า 100 ล้าน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรและมีพิมพ์อะไรกันบ้างไปติดตามกันเลยครับ
โทนบางแคFC​​​​​
พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม
ร้านเจ้าสัวสยาม​​​​​
ราคาพระแท้​​​​​
รับเช่าพระตั้งแต่หลักร้อยยันหลักล้าน​​​​​
👀รับชมและติดตามเพิ่มเติมได้ที่ 👇👇
Facebook : https://www.facebook.com/Tone8888​​​​​
Youtube channel :โทน บางแค FC
Line : @TONE8888
Ig : t_amulet
www.tamulet.com
สอบถามเพิ่มเติม Tel.029535587
สำหรับเพื่อนๆสมาชิกที่มีความต้องการนำพระเครื่องมาเช็ค หรือจะปล่อยเช่า สามารถเดินทางมาได้ในวัน จันทร์ วันพุธ และวันพฤหัส มาได้ที่
บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่)
https://maps.app.goo.gl/PFhnD8DWckaU3…​ ตั้งแต่เวลา 13.0018.00 น.
หรือสำหรับใครที่ไม่สะดวก สามารถส่งรูปพระเครื่อง พร้อมราคาและเบอร์โทรศัพท์ ได้ที่ ไลน์@TONE8888

See also  [Update] Chứng khoán ngày mai: VN-Index xoay quanh vùng hỗ trợ 1.345 điểm | mai index - Nangdep.vn

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

10 \

AEC Business Class รู้ทันเออีซี : สิงคโปร์ เมืองท่าการค้า (4 พ.ค. 59)


สิงคโปร์เริ่มต้นสร้างชาติจากการเป็นพ่อค้าคนกลาง คนกลางที่แทบจะไม่สามารถผลิตอะไรได้เลย แต่ทว่าชาติที่มีอาชีพจับเสือ กลับสร้างท่าเรือและท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลกได้ ท่ามกลางชาติที่แข็งแรงกว่าในอดีต อย่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์
แต่ทว่าตึกเก่าในวันนี้ แม้ว่าไม่ได้ค้าขายสินค้าแบบเมื่อก่อน แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องอย่างมีระบบ และ ด้วยการจัดระเบียบ โดยถูกใช้เป็นสถานที่บริการเครื่องดื่มและอาหารแบบตะวันตกสำหรับคนต่างชาติที่ทำงานที่สิงคโปร์ และใช้เป็นแหล่งบันเทิงสำหรับนักท่องเที่ยวที่เชื้อเชิญให้คนที่ชอบแสงสีกลางคืนใช้จ่ายได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
ติดตามชมรายการ AEC Business Class รู้ทันเออีซี ทุกวันจันทร์ ศุกร์ เวลา 10.30 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/live

ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBSFan
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
Google Plus : http://gplus.to/ThaiPBS
Youtube : http://www.youtube.com/user/ThaiPBS

AEC Business Class รู้ทันเออีซี : สิงคโปร์ เมืองท่าการค้า (4 พ.ค. 59)

ความคิดเห็นชาวต่างชาติ : ว่าด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย


โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย
แหล่งข้อมูล
https://youtu.be/qnk8CQBXIKQ

ความคิดเห็นชาวต่างชาติ : ว่าด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย

#WakeUpThailand ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2564


ยกเลิกเคอร์ฟิว 17 จว. รับเปิดประเทศ มีผล 5 ทุ่ม 31 ต.ค.
สะพัด! ขาใหญ่ พปชร.ซุ่มทำโพล ส.ส.หวั่นถูกใช้บีบเลือกข้าง
พท.รีแบรนด์ ปล่อยคลิป ‘เพื่อไทยถามอะไรตอบได้’
‘ประยุทธ์’ สุดเท่? โซเชียลแห่แชร์ภาพคอลเลคชั่นสวัสดี 7 วัน
แช่แข็ง ‘ผับบาร์’ ต่อ ไม่ได้รับอานิสงส์เปิดประเทศ
หวั่นโดนแย่ง นทท.! เคาะ 46 ชาติ เข้าไทยไม่กักตัว 1 พ.ย.
เปิดข้อกำหนดให้ต่างชาติเข้าไทยแบบไม่ต้องกักตัว
ชงวันพระเจ้าตากฯ 28 ธ.ค. เป็นวันหยุดภาคตะวันออก
‘คนละครึ่งเฟส 4’ ยังไม่มีกรอกข้อมูล ระวังมิจฉาชีพ
อาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง อย่ามัวจับแต่เฟกนิวส์
ปั้นข้าวเหนียว เคี่ยวความคิด กับ ‘โทนี่’ 2 ทุ่มคืนนี้
‘ประวิตร’ จ่อลงพื้นที่โคราชรอบสอง ตรวจน้ำท่วม 23 ต.ค.
ปชป.วุ่น! จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ใต้ ขัดขากันเอง
ปชป.ขาขึ้น ‘ชินวรณ์’ ยก 5 ปัจจัยการันตี
‘สุเทพ’ โอดการเมืองเอาถึงตาย ฝันสร้างคนรุ่นใหม่
ยืนหยุดขัง หน้าศาลฎีกา นัดต่อเนื่องครั้งที่ 67
ประชาราษฎร์Festival เขียนจดหมายถึงเพื่อน

สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ (Membership)
https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw/join
ติดตาม VoiceTV
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw
Facebook : facebook.com/wakeupthailand/
Instagram : https://www.instagram.com/voicetv/
Twitter : https://twitter.com/VoiceTVOfficial
Website : https://www.voicetv.co.th/
VoiceTV WakeUpThailand

#WakeUpThailand ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2564

Food Tech อุตสาหกรรมมาแรงของสิงคโปร์ | Mission To The World EP.2


สิงคโปร์กำลังให้ความสนใจและลงทุนสนับสนุนกับอุตสาหกรรม Food Tech เป็นกระบวนการผลิตที่นำพืชมาแปรรูปเป็นเนื้อเยื่อ เพราะสิงคโปร์เล่งตระหนักว่าในอนาคต ค่าแรงการจ้างงานการทำเกษตรค่อนข้างสูงเลยหันมาใช้เทคโนโลยีในการทำเกษตรและอาหารแทน
MissionToTheMoonPodcast
MissionToTheWorldPodcast
ติดตาม Mission to the Moon Media ได้ที่
Website: https://bit.ly/3oHFe99
Facebook: https://bit.ly/32Oe4nW
Twitter: https://bit.ly/2TyBOH6
Blockdit: https://bit.ly/3jI0pEk
YouTube: https://bit.ly/2TyTXVg
TikTok: https://bit.ly/35Gq8aX
SoundCloud: https://bit.ly/3e4Tzax
Podbean: https://bit.ly/3oCqU1g
Spotify: https://spoti.fi/37MNajh
Apple Podcast: https://apple.co/3oK1JKy

Food Tech อุตสาหกรรมมาแรงของสิงคโปร์ | Mission To The World EP.2

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ สินค้า ส่ง ออก ของ สิงคโปร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *