Home » [NEW] “อินทัช” กับความสำเร็จของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ | อินทัช แปลว่า – Nangdep.vn

[NEW] “อินทัช” กับความสำเร็จของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ | อินทัช แปลว่า – Nangdep.vn

อินทัช แปลว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

“อินทัช” กับความสำเร็จของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12 ประกาศผลผู้ชนะภาพวาด “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” พร้อมเดินหน้าสานต่อ ปลูกฝังเด็กไทยให้รักการอ่าน – ถ่ายทอดสู่ภาพศิลปะ กรุงเทพฯ–28 ก.ย.–ชมฉวีวรรณ

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช ประกาศความสำเร็จของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” พร้อมเชิญชวนชมผลงานภาพวาดของ “นักเรียน-นักศึกษา” ที่ได้รับรางวัลในโครงการฯ ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25 – 30 กันยายน และชั้น G ลานกิจกรรมเอเทรียม อาคารสินธร ถ.วิทยุ วันที่ 1-12 ตุลาคมนี้ รายได้จากการจำหน่ายภาพทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบเข้ามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการต่อเนื่อง ตั้งเป้าสนับสนุนให้เด็กไทยรักการอ่าน โดยนำเรื่องราวมาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะ
นายเอนก พนาอภิชน รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กว่า 10 ปีที่ผ่านมา อินทัช ได้ดำเนินโครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัชมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ถึงระดับอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้อ่านวรรณกรรมหลากหลายประเภททั้งหนังสือพระราชนิพนธ์ วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณกรรมในชั้นเรียน วรรณกรรมร่วมสมัย รวมถึงวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายรวมแล้วกว่า 1,900 เรื่อง และสำหรับหัวข้อการประกวดในปีนี้ คือ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” สะท้อนภาพลักษณ์ของความเป็นไทยในมิติที่หลากหลาย และส่งเสริมให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยได้รับความสนใจจากน้องๆ นักเรียนและนักศึกษา ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 1,000 ชิ้น และเป็นครั้งแรกที่ในปีนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งทางโครงการได้เปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยทุกๆ กลุ่มเข้ามาประกวด เพราะอยากปลูกจิตสำนึกเริ่มจากสนับสนุนให้เยาวชนรักการอ่านและต่อยอดการอ่านให้กลายเป็นงานศิลปะด้วยจินตนาการและแรงบันดาลใจ โดยมองว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้นจะช่วยส่งเสริมกระบวนการด้านการอ่าน ความรู้สึก จินตนาการ และการสร้างสรรค์ผลงาน เด็กๆ ต้องสามารถถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูดได้ซึ่งจะมีการคัดเลือกนักเรียนและนักศึกษาประมาณ 3-4 คนในแต่ละระดับชั้นให้มานำเสนอผลงาน ให้บอกแนวความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ว่าทำไมถึงสร้างผลงานนี้ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรจึงมีผลงานนี้ออกมา นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องการให้มีนอกเหนือจากการอ่าน คิด สร้างสรรค์แล้ว จะต้องนำเสนอผลงานได้ดีด้วย”
โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์นำทีมโดย ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในฐานะคณะกรรมการตัดสินผลงาน พร้อมด้วยคณาจารย์อีกหลายท่าน ได้แก่อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร, ดร.สังคม ทองมี, อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก, คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี) และคุณธวัชชัย สมคง
ด้าน ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เผยว่า “การที่อินทัชได้ริเริ่มโครงการฯ นี้นับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้ส่งเสริมการอ่านให้เด็กๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เด็กหันมาอ่านวรรณกรรมไทยซึ่งจะทำให้เขาเป็นนักคิด ถ้าหากเขียนรูปด้วยความรู้สึก แต่ไม่ได้มีการอ่าน ก็จะทำให้ไม่มีกระบวนการทางความคิดที่จะแปรเปลี่ยนออกมาเป็นภาพวาด และเมื่อวาดรูปขึ้นมาก็จะทำให้ตีความไม่แตก ดังนั้น โครงการฯ นี้ จึงเป็นการประกวดที่มีความแตกต่างกับเวทีประกวดทั่วๆ ไป คือ อินทัช จัดการประกวดภาพเขียนที่ทำให้เด็กใช้สมองมากขึ้น ใช้ความคิดมากขึ้น งานศิลปะเป็นสิ่งที่ต้องการความคิด เรื่องฝีมือเราไม่ห่วง เด็กไทยเราเก่งมาก แต่ในความคิดยังไม่ดี ดังนั้น เด็กไทยควรจะต้องอ่านแล้วฝึกจินตนาการ และสะท้อนออกมาเป็นความคิดของตัวเองซึ่งจะเห็นว่าปีนี้มีภาพผลงานที่มาจากวรรณกรรมเรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้น”
“นอกจากนี้ การอ่านวรรณกรรม เพื่อเล่าเรื่องออกมาเป็นภาพเขียนนั้นจะเป็นเรื่องของความคิดที่มีอิสรภาพ สำหรับเด็กในการอ่านวรรณกรรมแล้ว มีจินตนาการของตัวเองออกมา รวมทั้งใช้เทคนิคอะไรที่แปลกๆ ออกมาบ้าง ทำให้มีมุมมองการวาดภาพในสไตล์ใหม่ มีความคิดใหม่ มีตัวตน หรือมีอัตลักษณ์ของตนเองชัดเจน” ดร.เฉลิมชัย กล่าวเพิ่มเติม
ทางด้าน อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เผยว่า “การส่งเสริมให้เด็กไทยรักการอ่านนั้น ถือเป็นการปูพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพของเด็กไทย ซึ่งน่าภูมิใจ และสิ่งที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกในครั้งนี้ คือ การที่มีเด็กพิการทางการได้ยินส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะปกติเด็กๆ ทุกคนจะมีจินตนาการของตัวเองอยู่แล้ว แต่คนที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ เขาจะยิ่งมีจินตนาการสูง เช่น รูปเขียนจากวรรณกรรมเรื่องม้าก้านกล้วย โดยรูปขี่ม้าก้านกล้วยแล้วไปช่วยนำเด็กออกมาจากถ้ำ ถือเป็นรูปร่วมสมัยได้เลย เป็นการแตกกระแสออกมาได้อีก เด็กที่เขียนรูปนี้เขามีความฉลาดมากสามารถนำบทกวีม้าก้านกล้วย ของคุณไพวรินทร์ ขาวงาม มาแปลเป็นรูปวาด เอาม้าก้านกล้วยไปช่วยคน แสดงให้เห็นว่าเด็กพิเศษเขามีจินตนาการสูง เป็นการให้เห็นพัฒนาการของเด็กไทย และของสถาบันที่จัดประกวดด้วยว่าเข้าใจและส่งเสริมอย่างถูกต้องและถูกทางแล้ว”
“การที่เด็กๆ เริ่มมองหารูปแบบของการนำเสนอผลงานในด้านใหม่ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นแปลว่าเด็กมีความกล้าในการตีโจทย์และนำเสนอ ท้าทายความสามารถ ออกนอกกรอบมากยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงขบวนการของจิตใจเด็กๆ ครบวงจร คือ รู้สึก แล้วก็นึกจินตนาการ คิดแล้วก็แปลออกมาเป็นการแสดงออกด้วยงานศิลปะ ดังนั้น โครงการฯ ที่อินทัช ทำอยู่นี้กำลังมาถูกที่ถูกทาง ซึ่งเป็นการครบวงจรของขบวนการทางจิตใจ เพราะคนได้สมดุลกันระหว่างความรู้สึก ความนึก ความคิด ซึ่งจะเป็นองค์รวมของปัญญา และพัฒนาคนให้ขึ้นไปสู่ความเป็นมนุษย์” อ.เนาวรัตน์ กล่าว
โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” จะมีพิธีประกาศผล และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดทุกระดับชั้น จำนวนทั้งสิ้น 44 รางวัล แบ่งออกเป็น รางวัลชนะเลิศ (4 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับ 1 (8 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับ 2 (12 รางวัล) และรางวัลพิเศษ (20 รางวัล)

ชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ ผลงาน สุขสุดของปวงไทย
โดย นางสาวพิสชา พ่วงลาภ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้น ปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
แนวคิดจากวรรณกรรม ความสุข ความทรงจำ ในรัชกาลที่ ๙ โดยใช้เทคนิค แม่พิมพ์แกะไม้ถมทอง

ชนะเลิศ มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ผลงาน อีสาน
โดย นายธนาธิป นาฉลองอายุ 17 ปี ชั้น ม.5 จาก โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา
แนวคิดจากวรรณกรรม อีสานบ้านเฮา โดยใช้เทคนิค สื่อผสม

ชนะเลิศ มัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ผลงาน กาลครั้งหนึ่งกับการได้ยืนดู การแสดงอับดุลขายยา
โดย ด.ช.จุฑาภัทร ดีวงษ์ อายุ 13 ปี จากชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ตแกลอรี่
แนวคิดจากวรรณกรรม เกิดเป็นเด็กตลาด โดยใช้เทคนิค สื่อผสม

ชนะเลิศ ประถมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ผลงาน ถวายพระราชสาส์น
โดย ด.ช.เอกพล เอกศิริ อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี
แนวคิดจากวรรณกรรม พระนารายณ์มหาราชยุคอารยธรรม โดยใช้เทคนิค สีน้ำ

โดยทางโครงการจะนำภาพที่ชนะการประกวด มาจำหน่ายการกุศลเพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบเข้ามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับภาพวาดที่ชนะการประกวดระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษาจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการกุศลครั้งนี้สามารถชมภาพได้ที่ บริเวณผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน เวลา 10.00-21.00 น. และชั้น G ลานกิจกรรมเอเทรียม อาคารสินธร ถ.วิทยุ ในวันที่ 1-12 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00-18.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ และอาทิตย์)

เกี่ยวกับ อินทัช
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาทำให้อินทัช ได้รับรางวัลและการรับรองต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัล “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน” และ “หุ้นขวัญใจมหาชนกลุ่มเทคโนโลยี” สามปีซ้อน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ รางวัล “ผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม” (Best CEO Awards) และรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards) ในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จากงาน SET AWARDS 2015 รวมไปถึงรางวัลระดับภูมิภาคอย่าง ASEAN Corporate Governance Awards 2015 และรางวัล Asian Excellence Recognition Awards 2015 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia รางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Award) ประจำปี 2558/2559 จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association หรือ IAA) และ รางวัล “Investor’s Choice Award” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่น จากงานประกาศรางวัล “SET Awards 2017” รางวัลหุ้นยั่งยืน จากงานมอบรางวัลด้านความยั่งยืน SET Sustainability Awards 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศนียบัตร ESG 100 ปี 2018 จากสถาบันไทยพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ อินทัชได้รับรางวัลเกียรติยศบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด จากงาน “Thailand’s Top Corporate Brands Value 2018” ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 รวมทั้ง รางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” และ “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี” จากงาน Money & Banking Awards 2018 ปัจจุบันการลงทุนของอินทัช ประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ อินเว้นท์ (InVent) เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.intouchcompany.com
www.facebook.com/intouchcompany

See also  [NEW] Five Forces Model คืออะไร? การวิเคราะห์แรงผลักดันทั้ง 5 | bjc คือ - Nangdep.vn

กรุงเทพฯ–28 ก.ย.–ชมฉวีวรรณ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช ประกาศความสำเร็จของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” พร้อมเชิญชวนชมผลงานภาพวาดของ “นักเรียน-นักศึกษา” ที่ได้รับรางวัลในโครงการฯ ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25 – 30 กันยายน และชั้น G ลานกิจกรรมเอเทรียม อาคารสินธร ถ.วิทยุ วันที่ 1-12 ตุลาคมนี้ รายได้จากการจำหน่ายภาพทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบเข้ามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการต่อเนื่อง ตั้งเป้าสนับสนุนให้เด็กไทยรักการอ่าน โดยนำเรื่องราวมาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะ นายเอนก พนาอภิชน รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กว่า 10 ปีที่ผ่านมา อินทัช ได้ดำเนินโครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัชมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ถึงระดับอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้อ่านวรรณกรรมหลากหลายประเภททั้งหนังสือพระราชนิพนธ์ วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณกรรมในชั้นเรียน วรรณกรรมร่วมสมัย รวมถึงวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายรวมแล้วกว่า 1,900 เรื่อง และสำหรับหัวข้อการประกวดในปีนี้ คือ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” สะท้อนภาพลักษณ์ของความเป็นไทยในมิติที่หลากหลาย และส่งเสริมให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยได้รับความสนใจจากน้องๆ นักเรียนและนักศึกษา ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 1,000 ชิ้น และเป็นครั้งแรกที่ในปีนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งทางโครงการได้เปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยทุกๆ กลุ่มเข้ามาประกวด เพราะอยากปลูกจิตสำนึกเริ่มจากสนับสนุนให้เยาวชนรักการอ่านและต่อยอดการอ่านให้กลายเป็นงานศิลปะด้วยจินตนาการและแรงบันดาลใจ โดยมองว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้นจะช่วยส่งเสริมกระบวนการด้านการอ่าน ความรู้สึก จินตนาการ และการสร้างสรรค์ผลงาน เด็กๆ ต้องสามารถถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูดได้ซึ่งจะมีการคัดเลือกนักเรียนและนักศึกษาประมาณ 3-4 คนในแต่ละระดับชั้นให้มานำเสนอผลงาน ให้บอกแนวความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ว่าทำไมถึงสร้างผลงานนี้ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรจึงมีผลงานนี้ออกมา นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องการให้มีนอกเหนือจากการอ่าน คิด สร้างสรรค์แล้ว จะต้องนำเสนอผลงานได้ดีด้วย” โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์นำทีมโดย ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในฐานะคณะกรรมการตัดสินผลงาน พร้อมด้วยคณาจารย์อีกหลายท่าน ได้แก่อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร, ดร.สังคม ทองมี, อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก, คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี) และคุณธวัชชัย สมคง ด้าน ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เผยว่า “การที่อินทัชได้ริเริ่มโครงการฯ นี้นับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้ส่งเสริมการอ่านให้เด็กๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เด็กหันมาอ่านวรรณกรรมไทยซึ่งจะทำให้เขาเป็นนักคิด ถ้าหากเขียนรูปด้วยความรู้สึก แต่ไม่ได้มีการอ่าน ก็จะทำให้ไม่มีกระบวนการทางความคิดที่จะแปรเปลี่ยนออกมาเป็นภาพวาด และเมื่อวาดรูปขึ้นมาก็จะทำให้ตีความไม่แตก ดังนั้น โครงการฯ นี้ จึงเป็นการประกวดที่มีความแตกต่างกับเวทีประกวดทั่วๆ ไป คือ อินทัช จัดการประกวดภาพเขียนที่ทำให้เด็กใช้สมองมากขึ้น ใช้ความคิดมากขึ้น งานศิลปะเป็นสิ่งที่ต้องการความคิด เรื่องฝีมือเราไม่ห่วง เด็กไทยเราเก่งมาก แต่ในความคิดยังไม่ดี ดังนั้น เด็กไทยควรจะต้องอ่านแล้วฝึกจินตนาการ และสะท้อนออกมาเป็นความคิดของตัวเองซึ่งจะเห็นว่าปีนี้มีภาพผลงานที่มาจากวรรณกรรมเรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้น” “นอกจากนี้ การอ่านวรรณกรรม เพื่อเล่าเรื่องออกมาเป็นภาพเขียนนั้นจะเป็นเรื่องของความคิดที่มีอิสรภาพ สำหรับเด็กในการอ่านวรรณกรรมแล้ว มีจินตนาการของตัวเองออกมา รวมทั้งใช้เทคนิคอะไรที่แปลกๆ ออกมาบ้าง ทำให้มีมุมมองการวาดภาพในสไตล์ใหม่ มีความคิดใหม่ มีตัวตน หรือมีอัตลักษณ์ของตนเองชัดเจน” ดร.เฉลิมชัย กล่าวเพิ่มเติม ทางด้าน อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เผยว่า “การส่งเสริมให้เด็กไทยรักการอ่านนั้น ถือเป็นการปูพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพของเด็กไทย ซึ่งน่าภูมิใจ และสิ่งที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกในครั้งนี้ คือ การที่มีเด็กพิการทางการได้ยินส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะปกติเด็กๆ ทุกคนจะมีจินตนาการของตัวเองอยู่แล้ว แต่คนที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ เขาจะยิ่งมีจินตนาการสูง เช่น รูปเขียนจากวรรณกรรมเรื่องม้าก้านกล้วย โดยรูปขี่ม้าก้านกล้วยแล้วไปช่วยนำเด็กออกมาจากถ้ำ ถือเป็นรูปร่วมสมัยได้เลย เป็นการแตกกระแสออกมาได้อีก เด็กที่เขียนรูปนี้เขามีความฉลาดมากสามารถนำบทกวีม้าก้านกล้วย ของคุณไพวรินทร์ ขาวงาม มาแปลเป็นรูปวาด เอาม้าก้านกล้วยไปช่วยคน แสดงให้เห็นว่าเด็กพิเศษเขามีจินตนาการสูง เป็นการให้เห็นพัฒนาการของเด็กไทย และของสถาบันที่จัดประกวดด้วยว่าเข้าใจและส่งเสริมอย่างถูกต้องและถูกทางแล้ว” “การที่เด็กๆ เริ่มมองหารูปแบบของการนำเสนอผลงานในด้านใหม่ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นแปลว่าเด็กมีความกล้าในการตีโจทย์และนำเสนอ ท้าทายความสามารถ ออกนอกกรอบมากยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงขบวนการของจิตใจเด็กๆ ครบวงจร คือ รู้สึก แล้วก็นึกจินตนาการ คิดแล้วก็แปลออกมาเป็นการแสดงออกด้วยงานศิลปะ ดังนั้น โครงการฯ ที่อินทัช ทำอยู่นี้กำลังมาถูกที่ถูกทาง ซึ่งเป็นการครบวงจรของขบวนการทางจิตใจ เพราะคนได้สมดุลกันระหว่างความรู้สึก ความนึก ความคิด ซึ่งจะเป็นองค์รวมของปัญญา และพัฒนาคนให้ขึ้นไปสู่ความเป็นมนุษย์” อ.เนาวรัตน์ กล่าว โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “ความสุข ความงดงามในความเป็นไทย” จะมีพิธีประกาศผล และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดทุกระดับชั้น จำนวนทั้งสิ้น 44 รางวัล แบ่งออกเป็น รางวัลชนะเลิศ (4 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับ 1 (8 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับ 2 (12 รางวัล) และรางวัลพิเศษ (20 รางวัล) ชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ ผลงาน สุขสุดของปวงไทย โดย นางสาวพิสชา พ่วงลาภ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้น ปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร แนวคิดจากวรรณกรรม ความสุข ความทรงจำ ในรัชกาลที่ ๙ โดยใช้เทคนิค แม่พิมพ์แกะไม้ถมทอง ชนะเลิศ มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ผลงาน อีสาน โดย นายธนาธิป นาฉลองอายุ 17 ปี ชั้น ม.5 จาก โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา แนวคิดจากวรรณกรรม อีสานบ้านเฮา โดยใช้เทคนิค สื่อผสม ชนะเลิศ มัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ผลงาน กาลครั้งหนึ่งกับการได้ยืนดู การแสดงอับดุลขายยา โดย ด.ช.จุฑาภัทร ดีวงษ์ อายุ 13 ปี จากชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ตแกลอรี่ แนวคิดจากวรรณกรรม เกิดเป็นเด็กตลาด โดยใช้เทคนิค สื่อผสม ชนะเลิศ ประถมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ผลงาน ถวายพระราชสาส์น โดย ด.ช.เอกพล เอกศิริ อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี แนวคิดจากวรรณกรรม พระนารายณ์มหาราชยุคอารยธรรม โดยใช้เทคนิค สีน้ำ โดยทางโครงการจะนำภาพที่ชนะการประกวด มาจำหน่ายการกุศลเพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบเข้ามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับภาพวาดที่ชนะการประกวดระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษาจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการกุศลครั้งนี้สามารถชมภาพได้ที่ บริเวณผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน เวลา 10.00-21.00 น. และชั้น G ลานกิจกรรมเอเทรียม อาคารสินธร ถ.วิทยุ ในวันที่ 1-12 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00-18.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ และอาทิตย์) เกี่ยวกับ อินทัช บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาทำให้อินทัช ได้รับรางวัลและการรับรองต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัล “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน” และ “หุ้นขวัญใจมหาชนกลุ่มเทคโนโลยี” สามปีซ้อน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ รางวัล “ผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม” (Best CEO Awards) และรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Company Performance Awards) ในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จากงาน SET AWARDS 2015 รวมไปถึงรางวัลระดับภูมิภาคอย่าง ASEAN Corporate Governance Awards 2015 และรางวัล Asian Excellence Recognition Awards 2015 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia รางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Award) ประจำปี 2558/2559 จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association หรือ IAA) และ รางวัล “Investor’s Choice Award” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่น จากงานประกาศรางวัล “SET Awards 2017” รางวัลหุ้นยั่งยืน จากงานมอบรางวัลด้านความยั่งยืน SET Sustainability Awards 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศนียบัตร ESG 100 ปี 2018 จากสถาบันไทยพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ อินทัชได้รับรางวัลเกียรติยศบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด จากงาน “Thailand’s Top Corporate Brands Value 2018” ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 รวมทั้ง รางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” และ “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี” จากงาน Money & Banking Awards 2018 ปัจจุบันการลงทุนของอินทัช ประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ อินเว้นท์ (InVent) เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intouchcompany.com www.facebook.com/intouchcompany

See also  [NEW] Ralph Lauren | shop polo ralph lauren ใน ไทย - Nangdep.vn


Until You – Shayne Ward one hour music


Baby life was good to me
But you just made it better
I love the way you stand by me
Throught any kind of weather
I don’t wanna run away
Just wanna make your day
When you feel the world is on your shoulders
Don’t wanna make it worse
Just wanna make us work
Baby tell me i will do whatever
[Chorus]It feels like nobody ever knew me until you knew me
Feels like nobody ever loved me until you loved me
Feels like nobody ever touched me until you touched me
Baby nobody, nobody,until you
Baby it just took one hit of you now I’m addicted
You never know what’s missing
Till you get everything you need,yeah
I don’t wanna run away
Just wanna make your day
When you feel the world is on your shoulders
Don’t wanna make it worse
Just wanna make us work
Baby tell me,I’ll do whatever
It feels like nobody ever knew me until you knew me
Feels like nobody ever loved me until you loved me
Feels like nobody ever touched me until you touched me
Baby,nobody,nobody until you
See it was enough to know
If I ever let you go
I would be no one
Cos I never thought I’d feel
All the things you made me feel
Wasn’t looking for someone until you
[Chorus repeat twice]Nobody, nobody, until you

See also  [Update] How to..สำหรับผู้สนใจด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล: เซ็นสัญญาจ้างแล้วแต่ไม่ไปทำงาน..บริษัทจะให้จ่ายค่าเสียหายได้หรือไม่ ? | เซ็นสัญญา วันเริ่มงาน - Nangdep.vn

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Until You - Shayne Ward one hour music

รวมเพลงผู้หญิงอกหัก ลูกทุ่งสาวอินดี้ เพลงลูกทุ่งอินดี้ ทั้งใหม่และเก่า ฟังให้บ่อน้ำตาแตก


รวมเพลงผู้หญิงอกหัก ลูกทุ่งสาวอินดี้ เพลงลูกทุ่งอินดี้ ทั้งใหม่และเก่า ฟังให้บ่อน้ำตาแตก
คลิปวีดีโอนี้ จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง
ไม่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

รวมเพลงผู้หญิงอกหัก ลูกทุ่งสาวอินดี้ เพลงลูกทุ่งอินดี้ ทั้งใหม่และเก่า ฟังให้บ่อน้ำตาแตก

FIN | ย้ายมาอยู่กับเราที่นี่สิ แล้วเราจะเลื่อนตำแหน่งให้ | ลิขิตรัก The Crown Princess | Ch3Thailand


หลังจบละครทางหน้าจอทีวี สามารถรับชมได้อีกครั้งทันทีเวลาเที่ยงคืน 2 ช่องทาง
ในไทย ทาง https://www.mello.me/drama
ในต่างประเทศ ทาง https://www.youtube.com/Ch3thailand
สำหรับแฟนช่อง3 ทาง Youtube ในไทย รอติดตามชมทาง Youtube Ch3Thailand หลังทีวีออนแอร์ 2 วัน นะคะ
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวก่อนใครที่นี่
Facebook : http://www.facebook.com/ch3thailand
Youtube : http://www.youtube.com/ch3thailand
Instagram : http://www.instagram.com/ch3thailand
Twitter : http://www.twitter.com/ch3thailand

นำแสดงโดย : ญาญ่า อุรัสยา, ณเดชน์ คูกิมิยะ, ซาร่า เล็กจ์, อินดี้ อินทัช, โยเกิร์ต รวีวรรณ, แมทธิว ดีน, หนิง นิรุตติ์, ต้น จักรกฤษณ์, บี๋ ธีรพงศ์, สิรินยา บิชอพ, หยวน นิธิชัย, และนักแสดงมากฝีมือคับคั่ง
เค้าโครงเรื่องโดย : นิดา
บทโทรทัศน์โดย : กัลยาณมิตร
กำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งง
ผลิตโดย : บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : แอน ทองประสม
ดูคลิปย้อนหลังได้ที่ : https://www.youtube.com/playlist?list=PL0VVVtBqsourC9gsVBlJiOt7qvViGijDF
[เพลงประกอบละคร]https://www.youtube.com/playlist?list=PLYPOZA6zLGFosyEkUGOCEmb_TkhLJFOh2
หน้าที่กับหัวใจ Ost.ลิขิตรัก The Crown Princess | มัดหมี่ พิมดาว Feat.ณเดชน์ คูกิมิยะ | Official MV
https://www.youtube.com/watch?v=bWNDoaIfLaw
ระยะห่าง Ost.ลิขิตรัก The Crown Princess | แม็กซ์ เจนมานะ | Official MV
https://www.youtube.com/watch?v=PQODbEru1o

FIN | ย้ายมาอยู่กับเราที่นี่สิ แล้วเราจะเลื่อนตำแหน่งให้ | ลิขิตรัก The Crown Princess | Ch3Thailand

Photograph – อินทัช รายการ I Can See Your Voice


Cr.workpointofficial
Contact
FB : Intouch Rerkyen
IG : iinntouch

Photograph -  อินทัช  รายการ  I Can See Your Voice

SD PERSPECTIVES อินทัช x สสน. ร้อยเอ็ด


ประโยคแรกที่ ผู้บริหาร อินทัช x สสน.บอกไว้คือ
\”ผู้นำชุมชน และชุมชนที่นี่มีใจ มีความเข้มแข็ง อยากแก้ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง\”
…เวลาผ่านไป 3 ปี ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
น้ำท่วม น้ำแล้ง อยู่ได้ มีรายได้เพิ่มกว่า 60 %
เพราะการบริหารจัดการน้ำ @ ชุมชนบ้านวังยาว ร้อยเอ็ด
SDPerspectives​ Lifestyle​ Sustainability​ ESGAge​ BrandPurpose​ SustainableDevelopment​ SDGs
รายละเอียดในข่าว คลิกอ่านที่ https://www.sdperspectives.com/csr/11394/

SD PERSPECTIVES อินทัช x สสน. ร้อยเอ็ด

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ อินทัช แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *