Home » [NEW] เปิดกลยุทธ์สาหร่ายครองเมือง ตำรับเถ้าแก่น้อย | สาหร่ายเถ้าแก่น้อย – Nangdep.vn

[NEW] เปิดกลยุทธ์สาหร่ายครองเมือง ตำรับเถ้าแก่น้อย | สาหร่ายเถ้าแก่น้อย – Nangdep.vn

สาหร่ายเถ้าแก่น้อย: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

วิธีการหนึ่งที่สามารถใช้สังเกตได้ง่ายๆ ว่าสินค้าอะไรยี่ห้อใดกำลัง “รุ่ง” คือการมองไปในตลาดว่า สินค้านั้นกำลังมีผู้เล่นรายใหม่ๆ พยายามกระโดดเข้ามาแย่งมาร์เก็ตแชร์กันอย่างอุตลุด และมีการตั้งชื่อสินค้าเลียนแบบเจ้าตลาดหรือไม่

เหมือนสมัยหนึ่งที่ชาเขียว “โออิชิ” กำลังฮอต ก็มีแบรนด์อื่นๆ กระโดดเข้ามาเล่นตามนับสิบราย เป็นต้น แถมยังตั้งชื่อไปในโทนเดียวกันเป๊ะ

การมาของแบรนด์อย่าง “เถ้าแก่เนี้ย”, “ตี๋น้อย” และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ในห้วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่า อุณหภูมิการแข่งขันของตลาดสแน็กสาหร่ายในปี 2552 ที่มี “เถ้าแก่น้อย” เป็น “ตั้วเฮีย” ผู้นำในตลาดนั้น กำลัง “เร่าร้อน” และ “น่าเร้าใจ” เพียงใด

เพราะไม่ว่าใครที่เห็น Success Story ของเถ้าแก่น้อย ต่างก็น้ำลายสอจนต้องขอเดินตามเข้ามาเล่นกันเป็นแถว

แปร Passion เป็นโอกาส

แม้ในอดีต “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จะเคยเป็นหนุ่มน้อยหน้าตี๋ที่เกเร ย้อมผมทอง และติดเกมงอมแงม แต่เขาก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้ว เขาต้องทำให้ได้

จากเด็กน้อยที่อยากเป็นนักธุรกิจเหมือนคุณพ่อ เพราะรู้สึกว่า “เท่” เวลาที่พ่อเดินไปไหนมาไหนแล้วมีลูกน้องคอยยกมือไหว้สวัสดี แต่เมื่อเติบใหญ่ฝันนั้นก็ค่อยๆ เลือนลางไปพร้อมๆ กับความเกเรของตัวเอง

จนวันหนึ่งเมื่อพี่ชายมาชวนให้ต๊อบทดลองเล่นเกมออนไลน์ ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป

ด้วยความชอบและความมุ่งมั่น ไม่นานต๊อบก็กลายเป็นที่หนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ที่มีผู้เล่น 4-5 แสนคน จนมีคนมาขอเสนอซื้อไอเท็มจากเขาพร้อมโอนเงินก้อนแรกมาให้ ประกายไฟที่เริ่มริบหรี่จึงถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

“พอมาเล่นเกมแล้วหาเงินได้ก็เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่ยากอย่างที่คิด ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งก็หาเงินได้ นั่นคือจุดเริ่มต้น”

สร้างธุรกิจจากคำถามง่ายๆ

เมื่อมีขึ้นก็ย่อมมีลง เกมออนไลน์ที่เคยเฟื่องฟูก็ไม่พ้นวัฏจักรของ Product Life Cycle ที่เมื่อถึงเวลาเสื่อมถอย รายได้ของต๊อบก็หดหาย ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวเขาอย่างจัง

“มีอยู่วันหนึ่งผมไม่มีเงิน ก็เดินไปขอคุณแม่ คุณแม่เดินเข้าไปหยิบเงินในห้องนานมาก ประมาณ 10 กว่านาที ผมเลยเดินตามเข้าไป เห็นคุณแม่กำเงินไว้ทั้งน้ำตา จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง”

สิ่งที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเยาว์ว่าอยากเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยจึงเริ่มผุดเข้ามาในสมองเขาอีกครั้ง

วันหนึ่งเขาไปเดินงานแฟร์และพบกับแฟรนไชส์เครื่องคั่วเกาลัดจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่ชอบกินเกาลัดเป็นทุนเดิม จึงเกิดคำถามง่ายๆ ขึ้นมาในใจว่า “ทำไมคนอยากกินเกาลัดต้องไปซื้อที่เยาวราช” และคำถามนั้นก็กลายเป็นที่มาของธุรกิจแฟรนไชส์เกาลัดแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ที่เติบโตมาจากเงินทุนของตัวเขาเองได้ในเวลาไม่นานนัก

แม้ต้องล้มลุกคลุกคลานในระยะแรก แต่เขาก็ปลุกปั้นเกาลัด “เถ้าแก่น้อย” จนสามารถขยายสาขาได้กว่า 30 สาขา ในระยะเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น

แล้วจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งเขาไปเดินตรวจร้านของตัวเองตามห้างสรรพสินค้า ด้วยความหิวเขาจึงแวะเวียนไปที่ร้านไอศกรีมแดรี่ควีนเจ้าประจำ และสังเกตเห็นสิ่งง่ายๆ ที่ใครๆ ก็เห็นว่า นอกจากไอศกรีมแล้วภายในร้านยังมีไส้กรอกวางขายอยู่ด้วย

คำถามง่ายๆ ที่เกิดขึ้นว่า “ทำไมร้านเราไม่มีไส้กรอกขายบ้าง” จึงกลายเป็นไอเดียให้ต๊อบขยาย Product Line จากเกาลัด ไปสู่ลำไยอบแห้ง ลูกพลับแห้ง และขยายไปสู่ “สาหร่ายทอด” ซึ่งเป็นสินค้าที่ทำให้ฝันของเขากลายเป็นจริงในเวลาต่อมา

บุกตลาดด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”

หลังจากค้นพบเทรนด์ในตลาดว่าขนมขบเคี้ยวสาหร่ายกำลังมาแรง เพราะบางสาขาสามารถขายสาหร่ายได้มากกว่าสินค้าหลักอย่างเกาลัด ต๊อบจึงเริ่มหันมาทำตลาดสาหร่ายอย่างจริงจัง โดยแปลงหลังบ้านให้เป็นโรงงานผลิตสาหร่ายทอด และทดลองเจาะตลาดยี่ปั๊วเป็นอันดับแรก

แม้ไม่ประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่แทนที่จะย่อท้อเขากลับคิดการใหญ่ขึ้นด้วยการใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การกระจายสินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภค ที่เขาได้ยินแว่วๆ มาจากในทีวี

“ผมคิดว่าป่าน่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านสะดวกซื้อต้องมีสินค้าของเรา”

เซเว่น อีเลฟเว่นจึงกลายเป็นเป้าหมายต่อไปของต๊อบ เพราะเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย ถึงแม้ต้องผ่านอุปสรรคนานัปการ แต่สุดท้ายเมื่อเขาสามารถเจาะเข้าเซเว่น อีเลฟเว่นได้สำเร็จ แบรนด์เถ้าแก่น้อยก็เริ่มแจ้งเกิด

หลังจากปลูกป่าบนร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่นได้สมใจแล้ว เขาก็ดำเนินกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองต่อไป ด้วยการรุกเจาะเข้าไปในโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ Jiffy, Family Mart, Watsons, The Malls, Tops, Big C, Tesco Lotus, Carrefour

ทั้งยังเจาะไปตลาดต่างประเทศด้วยกลยุทธ์เชิงรุก คือไม่รอไปออกงานแฟร์กับกรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อให้ตัวเองเป็น “ผู้ถูกเลือก” แต่บุกไปถึงตัว Distributor ในต่างแดนโดยตรง เพื่อให้ตัวเองเป็น “ผู้เลือก”

วิธีการของเขาแสนจะง่ายและธรรมดา เพียงเดินไปตามห้างในประเทศที่ต้องการเจาะตลาด แล้วพลิกดูซองขนมว่าใครเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศเหล่านั้นบ้าง จากนั้นก็เตรียมตัวนำสินค้าของเถ้าแก่น้อยไปเสนอเพื่อเปิดการเจรจาพร้อมด้วยข้อเสนอในการสนับสนุนการทำตลาด

ด้วยวิธีการนี้ทำให้สินค้าของเถ้าแก่น้อยมีวางจำหน่ายแล้วใน 16 ประเทศ ด้วยสัดส่วนการส่งออกที่สูงถึง 60% เมื่อต้นปี 2550 แม้จะปรับลดลงเหลือ 40% ในปัจจุบันแต่มูลค่าตลาดต่างประเทศกลับมิได้ลดลง หากเป็นเพราะเขาเลือกที่จะกลับมารักษาฐานที่มั่นของตลาดในประเทศพร้อมรุกตลาดตีกันคู่แข่งอย่างจริงจังในปีที่ผ่านมา

สาหร่าย = เถ้าแก่น้อย

“ผมไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้ามาในตลาด แต่ผมเป็นแบรนด์แรกที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้”

คือคำกล่าวของต๊อบที่สะท้อนการทำตลาดของเถ้าแก่น้อยอย่างจริงจังในปี 2551 เนื่องจากตลาดต่างประเทศเริ่มมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว ด้วยยอดส่งออกกว่าเดือนละ 30 ล้านบาทเมื่อกลางปี 2550 ประกอบกับขณะนั้นค่าเงินบาทเริ่มแข็งตัว ทำให้ทิศทางการส่งออกเริ่มทำตลาดได้ยากขึ้น อีกทั้งตลาดในประเทศยังมีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ทยอยเปิดตัวเข้ามาแข่งขันทำตลาดอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 แบรนด์

“ตลาดสาหร่ายปี 2551 เติบโตสูงมากและผู้เล่นรายอื่นๆ พยายามสร้างแบรนด์ขึ้นมา เราจึงต้องพยายามสร้างแบรนด์เพื่อรักษาความเป็นที่หนึ่ง”

กลยุทธ์การทำตลาดของเถ้าแก่น้อยในปีที่ผ่านมาจึงมีท่วงทำนองที่ “ดุดัน” ด้วยการเพิ่มงบการตลาดขึ้นอีกเท่าตัว จาก 25 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท เพื่อทำโฆษณาทีวีสื่อสารกับผู้บริโภคในวงกว้าง จากเดิมที่มุ่งเจาะแต่ช่องทาง Below the line ด้วยการโรดโชว์และทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย

See also  [Update] POL1100 รัฐศาสตร์ทั่วไป s/2561 | nationalism คือ - Nangdep.vn

โฆษณาชิ้นแรกของ “เถ้าแก่น้อย” ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2551 ด้วย Brand Concept ว่า “ถ้าเป็นสาหร่ายต้องเถ้าแก่น้อย” เพื่อตอกย้ำให้แบรนด์เถ้าแก่น้อยให้ติดปากผู้คนจนกลายเป็น Generic Name เหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เรียกแทนด้วย “มาม่า” และผงซักฟอกที่คนนิยมเรียกกันว่า “แฟ้บ”

“ผมสร้างแบรนด์โดยใช้โฆษณาโทรทัศน์ที่ชูคอนเซ็ปต์ว่า “Seaweed is สาหร่ายเถ้าแก่น้อย” เพราะหลายคนไม่รู้ว่า Seaweed แปลว่า สาหร่าย การนำครูคริส (คริสโตเฟอร์ ไรท์) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของครูสอนภาษาอังกฤษมาสอนคำนี้ แล้วพ่วงด้วยคำว่าเถ้าแก่น้อยลงไปด้วย ช่วยตอกย้ำว่าเถ้าแก่น้อยคือขนมสาหร่าย และขนมสาหร่ายคือเถ้าแก่น้อย”

ออก Sub-brand กินรวบตลาดสาหร่าย

หลังจากปล่อยโฆษณาออกมาตอนต้นปี เถ้าแก่น้อยก็รุกต่อไปด้วยกลยุทธ์การออก Sub-brand เพื่อเจาะตลาดคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

ซับแบรนด์ Curve ที่เปิดตัวออกมาเมื่อกลางปี 2551 จึงถูกวาง Positioning เพื่อเจาะเซ็กเมนต์วัยรุ่นผู้หญิงอายุ 18-28 ปี ที่ห่วงสุขภาพและกลัวอ้วน เพื่อให้แยกตลาดชัดเจนจากแบรนด์เถ้าแก่น้อยที่วาง Positioning ไว้ที่กลุ่มเด็กและวัยรุ่นทั่วไป

“เดี๋ยวนี้สินค้าเป็น Niche Market มากขึ้น จึงต้องมีการซอยย่อย Segment เพื่อเจาะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย สมัยนี้ไม่มีสินค้าที่ออกมาแล้วขายได้ครอบจักรวาลอีกต่อไปแล้ว Product จึงต้องเป็น Smart Product เพื่อแสดงความเป็นตัวตนของผู้บริโภคให้ได้ เหมือนมอเตอร์ไซค์ฟีโน่ที่ได้รับความนิยมเพราะบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้บริโภคได้”

ปี 2552 เถ้าแก่น้อยยังเตรียมออกซับแบรนด์ “ยากิโนริ” เพื่อเจาะตลาดสาหร่ายที่นำมาใช้ประกอบอาหาร จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่พบว่า เทรนด์เกาหลีและญี่ปุ่นกำลังมาแรง ทำให้ร้านอาหารสไตล์เกาหลีและญี่ปุ่นเติบโตขึ้นนับสิบเท่าในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว จากเมื่อก่อนคนนิยมอาหารฝรั่ง แต่เดี๋ยวนี้ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลีมาแรง มีทั้งฟูจิ MK บาร์บีคิวพลาซ่า ยาโยอิ ฮาจิบัง ฯลฯ จากเมื่อก่อนมีประมาณ 2-3 ร้อยร้าน เดี๋ยวนี้มี 2-3 พันร้าน ปีนี้เราจึงเตรียมออกแบรนด์ “ยากิโนริ” เพื่อเจาะกลุ่มร้านอาหาร ด้วยการทำตัวเป็น Supplier สาหร่ายที่เราเป็นผู้นำเข้ามากที่สุดในขณะนี้”

แผนรุกตลาดปีวัว

นอกจากการออกซับแบรนด์เพื่อขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่เถ้าแก่น้อยเตรียมไว้เล่นในปีนี้ ต๊อบยังเตรียมแผนเจาะตลาดปีวัวโดยตั้งเป้ายอดขายสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา ด้วยการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายผ่าน Traditional Trade ที่เถ้าแก่น้อยยังกระจายสินค้าได้ไม่ครอบคลุม (เข้าถึงประมาณ 35%) ขณะที่ช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตก็ยังมีช่องว่างให้ชอนไชได้อยู่อีกประมาณ 14%

เพราะแม้ว่าจะดึงผู้จัดจำหน่ายที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศอย่าง “ดีล์ทแฮม” มาช่วยกระจายสินค้าในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีช่องว่างในตลาดให้เล่นเพราะสินค้าบางชนิดที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่ๆ อาจยังไม่เป็นที่แน่ใจของ Traditional Trade ทำให้ไม่กล้าสต็อกสินค้า ซึ่งเป็นโจทย์ของเถ้าแก่น้อย ต้องอุดช่องว่างด้วยการรุกประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้นในปี 2552

และยังมีแผนเปิดตัวหนังโฆษณาตัวใหม่เพื่อตอกย้ำแบรนด์ในใจผู้บริโภคไปอีกหนึ่งสเต็ป ด้วย Brand Positioning คือ เถ้าแก่น้อยเป็นแบรนด์ที่จะเข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคอย่างถาวร และ Product Positioning ที่วางไว้ว่าสาหร่ายเถ้าแก่น้อยต้องเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีคุณภาพ และมีราคาย่อมเยา

พร้อมด้วยการแตกโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์เถ้าแก่น้อย และซับแบรนด์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเขาอ่านทิศทางตลาดว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายจะเติบโตแบบดับเบิลไปได้อีกอย่างน้อย 3 ปี ก่อนที่การเติบโตจะเริ่มชะลอตัวและเข้าสู่จุดอิ่มตัวในที่สุด

“การที่ผลิตภัณฑ์จะไปอิ่มตัวที่ตรงจุดไหน ขึ้นอยู่กับ Product Innovation ว่าจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนด้วย”

และนี่เองที่ทำให้เถ้าแก่น้อยวางเป้ายอดขายในประเทศปี 2552 ไว้ถึง 1,500 ล้านบาท หากรวมกับยอดส่งออกที่วางไว้อีกประมาณ 20% ก็คงเฉียดๆ 2,000 ล้านบาท ซึ่งคงไม่ใช่ตัวเลขที่เลื่อนลอย เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ต๊อบได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เด็กหนุ่มหน้าตี๋ที่อายุยังไม่ครบเบญจเพสอย่างเขา “ทำได้จริงๆ”

ที่มาของแบรนด์

ชื่อแบรนด์เถ้าแก่น้อยมาจากพ่อของอิทธิพัทธ์พูดแซวกับเพื่อนในโทรศัพท์ เมื่อเห็นลูกชายกำลังเตรียมตัวออกไปเซ็นสัญญาตั้งบูธแฟรนไชส์เกาลัดในห้างแห่งหนึ่ง เมื่ออิทธิพัทธ์คิดไม่ออกว่าจะใช้ชื่ออะไรตอนที่กรอกแบบฟอร์มจึงกรอกไปว่า “ร้านเถ้าแก่น้อย”

ครั้งหนึ่งอิทธิพัทธ์เคยคิดจะเปลี่ยนแบรนด์ขนมสาหร่ายเป็น “เจโชว” เพราะไม่มั่นใจในชื่อแบรนด์ของตัวเอง แต่คนที่ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ทักท้วงไว้ ชื่อเถ้าแก่น้อยจึงฮิตติดตลาดสแน็กสาหร่ายมาจนทุกวันนี้

ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายประเภทต่างๆ (ต.ค. 2551)

ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายทอด
เถ้าแก่น้อย 84.1%
ทาเบรุ 3.6%
คุณฟิล์ม 2.1%
M ทาโร่ 2.0%
MMM 1.5%

ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายอบ
ซีลิโกะ 49.7%
เถ้าแก่น้อย 22.9%
Curve 7.7%
โนริตะ 3.5%
ยูกิจัง 3.1%
Slimi 2.6%
โกลิโกะ 1.3%

ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวสาหร่ายเทมปุระ
เถ้าแก่น้อย 52.2%
ซีลิโกะ 46.3%
ที่มา เอซีนีลเส็น

ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวรวมทุกประเภทมูลค่าตลาดประมาณ 15,000-18,000 ล้านบาท
มันฝรั่ง 33%
สแน็กขึ้นรูป (ทำจากแป้ง) 33%
อื่นๆ เช่น ข้าวเกรียบ สาหร่าย ปลาหมึก ถั่ว ฯลฯ 34%

Product Positioning ของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

See also  [Update] เรื่องราวความสำเร็จของสิงคโปร์ จากประเทศ “โลกที่ 3 สู่โลกที่ 1” | เกาะสิงคโปร์ - Nangdep.vn

Brand เถ้าแก่น้อย
Category สาหร่ายทอด
Size 4 กรัม Price 5 บาท Taste 3 รส Target วัยรุ่นมหาวิทยาลัยถึงกลุ่ม First Jobber อายุ 15-25 ปี
Size 8 กรัม Price 10 บาท Taste 4 รส Target วัยรุ่นมหาวิทยาลัยถึงกลุ่ม First Jobber อายุ 15-25 ปี
Size 18 กรัม Price 20 บาท Taste 4 รส Target วัยรุ่นมหาวิทยาลัยถึงกลุ่ม First Jobber อายุ 15-25 ปี
Size 45 กรัม Price 39 บาท Taste 5 รส Target วัยรุ่นมหาวิทยาลัยถึงกลุ่ม First Jobber อายุ 15-25 ปี

Brand เถ้าแก่น้อย
Category สาหร่ายอบ
Size 2 กรัม Price 5 บาท Taste 2 รส Target นักเรียนวัย 4-17 ปี
Size 4 กรัม Price 10 บาท Taste 3 รส Target นักเรียนวัย 4-17 ปี
Size 20 กรัม Price 39 บาท Taste 2 รส Target นักเรียนวัย 4-17 ปี

Brand เถ้าแก่น้อย
Category เทมปุระ
Size 12 กรัม Price 10 บาท Taste 2 รส Target วัยรุ่นฮาร์ดคอร์ 15-25 ปี
Size 25 กรัม Price 20 บาท Taste 2 รส Target วัยรุ่นฮาร์ดคอร์ 15-25 ปี
Size 50 กรัม Price 39 บาท Taste 2 รส Target นักเรียนวัย 4-17 ปี

Brand Curve
Category สาหร่ายอบ
Size 4.5 กรัม Price 12 บาท Taste 1 รส Target วัยรุ่นผู้หญิง 18-28 ปี

ยอดขายผลิตภัณฑ์สาหร่ายรวมทุกประเภทของเถ้าแก่น้อย
2548 ยอดขาย 75 ล้านบาท
2549 ยอดขาย 243 ล้านบาท
2550 ยอดขาย 497 ล้านบาท
2551 ยอดขาย 800 ล้านบาท

อัตราส่วนการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ ของผลิตภัณฑ์เถ้าแก่น้อย
Convenience Store 100%
Supermarket + Hypermarket 86%
Traditional Trade 35%


กบนอกกะลา REPLAY : สาหร่ายพืชชั้นต่ำอร่อยล้ำฟ้า (2) ช่วงที่ 4/4 (22 ก.พ.51)


เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า สาหร่ายที่เราคุ้นเคยกับรสชาดแสนอร่อย และได้กินกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นสาหร่าย ที่ใส่ในแกงจืด สาหร่ายที่ใส่ห่อขายเค็มๆแบนๆ หรือสาหร่ายทอดกรอบ ที่กินกันทั่วบ้านทั่วเมือง หรือแม้กระทั่งข้าวปั้นห่อสาหร่ายของญี่ปุ่น สาหร่ายเหล่านี้เป็นสาหร่ายจริงๆ หรือเป็นตะไคร่น้ำ ถ้าเป็นสาหร่ายจริงๆ มันคือสาหร่ายอะไร (คงไม่เหมือนสาหร่ายหางกระรอก) และที่สำคัญ สาหร่ายเหล่านี้มาจากที่ไหน ความสงสัยเหล่านี้นำพาให้เราออกตามหาต้นตอของพืชพันธุ์ที่เราเรียกว่า สาหร่าย แล้วเชื่อหรือไม่ว่า สาหร่ายทะเล หรือ Seaweed นั้น ถือกำเนิดมาพร้อมๆกับโลกใบนี้ นั่นคือหลังจากโลกเริ่มเย็นตัว โลกมีแร่ธาตุต่างๆมากมายผสมปนเปกันอยู่ กาลต่อมา ไอน้ำรวมตัวเป็นฝน และตกลงมาบนพื้นดินแล้วก็ไหลไปรวมตัวเป็นทะเล แสงอาทิตย์ก็ดูดน้ำขึ้นฟ้ากลายเป็นเมฆ สร้างวัฎจักรเนิ่นนาน จนเหมาะสมที่จะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตอันดับแรก ณ จุดหนึ่งกลางมหาสมุทร ผิวน้ำที่เคลื่อนตัวขึ้นลงตามระลอกคลื่น นำพาให้ไขมันบนผิวน้ำม้วนตัวเป็นก้อนกลมเล็กๆเท่าอณูของเศษเสี้ยวอณู หลายล้านปีต่อมาก้อนอณูไขมันจึงกลายเป็นเซลล์ เซลล์เล็กๆก็รวมตัวกลายเป็นพืชเริ่มต้นที่กินแสงเป็นอาหาร หรือสังเคราะห์แสงได้ เซลล์เหล่านี้ดูดซึมแร่ธาตุต่างๆรอบตัวเข้าไปในตัวเองได้เพื่อดำรงชีวิต หลายล้านปีต่อมา ก็พัฒนาเป็นสาหร่าย พืชชนิดแรกเริ่มของโลก ในขณะที่เซลล์ในพื้นที่อื่นๆอาจดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดเข้าไปก็พัฒนาตัวเองเป็นสัตว์ เซลล์สัตว์ก็มากินเซลล์พืช กินสาหร่ายเป็นอาหาร ในที่สุดก็พัฒนาเป็นสัตว์หลายเซลล์ เป็นระยางค์แขนขา งา ปีก หาง ไปต่างๆนานา และมีความคิดเป็นของตัวเองในที่สุด ในขณะที่เซลล์พืชก็พัฒนาตัวเอง จนมีราก มีใบ มีดอก กลายเป็นต้นไม้ที่สวยงาม นี่คือความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์ จริงเท็จประการใดคงยากที่จะพิสูจน์ แต่สิ่งที่พิสูจน์เห็นได้จริงคือ ภาพขยายของต้นสาหร่าย ที่ยังคงเป็นเซลล์ต่อๆกัน และยังคงดูดซึมแร่ธาตุอาหารต่างๆเข้าสู่เซลล์โดยตรง ไม่เหมือนพืชหรือสัตว์อื่น เช่นคนเรากินอาหารทางปาก บดเคี้ยวด้วยฟัน ก่อนลงสู่กระเพาะ ลงลำไส้ ผ่านตับ น้ำดีต่างๆ ก่อนจะเข้าไปบำรุงเซลล์ต่างๆได้ หรือต้นไม้ต่างๆ ต้องดูดอาหารทางราก ส่งไปปรุงกันที่ใบด้วยแสงอาทิตย์ แล้วจึงส่งเข้าไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ก่อนจะคายน้ำทางปากใบอีกที เพราะฉะนั้น ต้นไม้ที่มีระบบซับซ้อนเหล่านี้ จึงเรียกว่า พืชชั้นสูง สาหร่าย จึงถูกเรียกว่า พืชชั้นต่ำ ในอดีต พืชพันธุ์หรือสัตว์ต่างๆ หลายหมื่นชนิดที่สูญพันธุ์ไปนั้น เนื่องจากปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ แต่จากหลักฐานฟอสซิลที่ขุดได้ บอกกับเราว่า สาหร่ายเป็นพืชที่ยังคงอยู่ได้ตลอดไม่สูญพันธุ์ไปไหน นักวิทยาศาตร์เชื่อว่า สปอร์หรือเมล็ดพันธุ์ของสาหร่าย อาจคงตัวเองอยู่ได้หลายปี รอจนกว่าสภาวะแวดล้อมเหมาะสม สาหร่ายก็จะเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าโลกนี้จะไร้สิ่งมีชีวิต เพราะหากเกิดเรื่องเลวร้าย คร่าสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกไม่มีเหลือ เราก็มั่นใจได้ว่า วันหนึ่งสาหร่ายต้องฟื้นคืนชีพอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้กระมัง นักวิทยาศาสตร์จึงยังเชื่ออีกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เราใช้หายใจอยู่ในโลกใบนี้ ถูกสร้างโดย สาหร่ายนั่นเอง ปัจจุบันค้นพบสาหร่ายมากกว่า 20,000 ชนิดทั่วโลก บางชนิดกินได้ บางชนิดกินไม่ได้ ซึ่งเรื่องการกินสาหร่ายนั้น ชาวญี่ปุ่น และเกาหลี นิยมกินมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นนั้น สามารถคิด ผงชูรสขึ้นมาได้ ก็เพราะการกินซุปสาหร่าย และสังเกตเห็นว่า น้ำสาหร่ายนั้นมีรสหนึ่งซึ่งแตกต่างจากรสหวาน เค็ม เปรี้ยว นั่นคือ รสอร่อย หรือรส อูมามินั่นเอง ซึ่งในอดีตนั้น สาหร่ายเป็นอาหารของคนชั้นสูง เป็นอาหารของกษัตริย์ แต่ปัจจุบัน เราหาสาหร่ายกินได้โดยง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ด้วยความอร่อยในรสชาดและคุณค่าทางอาหารที่หลากหลายของมัน ก็คงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม พืชชั้นต่ำ แต่อร่อยล้ำฟ้านี้ จึงกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย
ติดตามข่าวสารทีวีบูรพาเพิ่มเติมได้ที่
http://tvburabha.com/
https://www.facebook.com/tvburabha
https://instagram.com/tvburabha
https://www.facebook.com/kobnokkala

See also  [Update] ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ bx.in.th ฝากเงิน - Knights Fallapp | ซื้อ bitcoin bx - Nangdep.vn

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

กบนอกกะลา REPLAY : สาหร่ายพืชชั้นต่ำอร่อยล้ำฟ้า (2) ช่วงที่ 4/4 (22 ก.พ.51)

รีวิวสาหร่ายทุกรส ทุกยี่ห้อ


รีวิวสาหร่ายทุกยี่ห้อ

รีวิวสาหร่ายทุกรส ทุกยี่ห้อ

เปิดอาณาจักรเถ้าแก่น้อยพร้อมลุยสู่ตลาดหุ้น!!


วู้ดดี้สัมภาษณ์ต๊อบเถ้าแก่น้อยมาหลายครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่แปลกมากๆที่วู้ดดี้ไม่เคยบุกไปถึงอาณาจักรของต๊อบเลย!!
อาณาจักรที่ทำเงินได้หลายพันล้านจะเป็นยังไง?ไปชมพร้อมกัน!!

เปิดอาณาจักรเถ้าแก่น้อยพร้อมลุยสู่ตลาดหุ้น!!

แอบถ่าย Reaction! กินข้าวหน้าห้างครั้งแรก EP72 ปี2 | PEACH EAT LAEK


วันนี้ได้รับภารกิจมาจาก \”The Market Bangkok Ratchaprasong\” ให้มาถ่ายดู Reaction หน้าห้างเลยครับ ซึ่งผมก็ยังไม่เคยทามาก่อนเหมือนกัน อยากบอกเลยว่า คนเยอะมากๆ ที่ลงมาจากBTS ชิดลมแล้วเดินมาทาง R Walk
บางคนก็รู้จักเรา เลยขอถ่ายรูป เป็นอะไรที่ปลื้มมากครับ คลิปข้างในจะสนุกแค่ไหนเข้าไปชมกันเลย
TheMarketBangkok เดอะมาร์เก็ตราชประสงค์
อย่าลืม! กด Subscribe กด Like กด Share กันด้วยนะคร๊าบบบบ
Peach Eat Laek
กดติดตาม (Subscribe) : https://goo.gl/vEScwU
Facebook : https://goo.gl/quJkSQ
Instagram : https://goo.gl/nY6MmQ

แอบถ่าย Reaction! กินข้าวหน้าห้างครั้งแรก EP72 ปี2 | PEACH EAT LAEK

น้องวันใหม่ กับสาหร่ายเถ้าแก่น้อย Big Sheet


น้องวันใหม่ กับสาหร่ายเถ้าแก่น้อย Big Sheet

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ สาหร่ายเถ้าแก่น้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *