Wiki

[NEW] เปิดนโยบาย Society 5.0 ของญี่ปุ่น | เทคโนโลยีญี่ปุ่น – Nangdep.vn

เทคโนโลยีญี่ปุ่น: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

              Society 5.0 คือ สังคมที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างราบรื่นด้วยระบบที่รวมพื้นที่ไซเบอร์ (พื้นที่เสมือนจริง) และพื้นที่ทางกายภาพ (พื้นที่จริง) เข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นสังคมรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นต่อจากสังคมการล่าสัตว์ (Society 1.0) สังคมเกษตรกรรม (Society 2.0)สังคมอุตสาหกรรม (Society 3.0) และสังคม IT (Society 4.0) เป็นรูปแบบสังคมในอนาคตที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามทําให้เกิดขึ้น โดย Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology ของประเทศญี่ปุ่นนําเสนอเป็นครั้งแรกในแผนแม่บทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับที่ 5 ซึ่งแผนดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 [su_spacer size=”20″]

              ที่ผ่านมา Society 4.0 มีประเด็นปัญหาในเรื่องที่ความรู้หรือข้อมูลไม่ได้ถูกนํามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน การเชื่อมโยงระหว่างกันในแขนงนั้น ๆ ไม่เพียงพอ และจากการที่มนุษย์มีขีดความสามารถจํากัด ทําให้การหาข้อมูลที่จําเป็นจากข้อมูลจํานวนมาก และการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องที่เป็นภาระ ประกอบกับมีข้อจํากัดด้านแรงงานและขอบข่ายการดําเนินการต่าง ๆ จากอายุ หรืออุปสรรคต่างๆ หรือมีข้อจํากัดด้านอื่นๆ เช่น อัตราการเกิดที่ลดลง สังคมสูงอายุประชากรในท้องที่ชนบทลดลง ดังนั้น จึงเป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ [su_spacer size=”20″]

              ในสังคมที่เป็น Society 5.0 นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นคน หรือสิ่งของถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ถูกแชร์ร่วมกัน ทําให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงสามารถเอาชนะปัญหาต่าง ๆ และอุปสรรคเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) จะทําให้ได้รับข้อมูลที่จําเป็นเมื่อต้องการและด้วยเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์และรถยนต์ ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ ทําให้สามารถแก้ปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เช่น ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงของประชากรในพื้นที่ชนบท ความเหลื่อมล้ำของคนรวยและคนจน เป็นต้น เกิดเป็นสังคมที่ทุกคนมีความหวัง สังคมที่ต่างเพศต่างวัยเคารพซึ่งกันและกัน สังคมที่แต่ละคนมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต [su_spacer size=”20″]

              Society 5.0 เกิดขึ้นจากระบบที่เอาพื้นที่ไซเบอร์ (พื้นที่เสมือนจริง) และพื้นที่ทางกายภาพ (พื้นที่จริง) รวมเข้าด้วยกัน ในสังคม IT (Society 4.0) ผู้คนเข้าถึง Cloud Service ที่อยู่ในพื้นที่เสมือนจริง ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อรับข้อมูลต่าง ๆ และนํามาวิเคราะห์ได้ แต่ Society 5.0 ข้อมูลจํานวนมหาศาลจากเซ็นเซอร์ในพื้นที่จริงจะถูกสะสมเข้าไปในพื้นที่เสมือนจริงในพื้นที่เสมือนจริง ข้อมูลขนาดใหญ่นี้จะถูกวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลการวิเคราะห์จะถูกส่งกลับไปยังมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่จริงในรูปแบบต่าง ๆ ในสังคม IT มนุษย์ได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดยการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ใน Society 5.0 AI ซึ่งมีความสามารถมากกว่ามนุษย์เป็นผู้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จํานวนมาก (Big data) และผลลัพธ์จะถูกส่งกลับไปยังมนุษย์ผ่านทางหุ่นยนต์ เป็นต้น ผลที่ตามมาคือ ทําให้เกิดเป็นสังคมหรืออุตสาหกรรมที่มีมูลค่าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน [su_spacer size=”20″]

              สถานการณ์แวดล้อมของประเทศญี่ปุ่น และของโลกเราอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ในขณะที่เศรษฐกิจกําลังพัฒนาชีวิตของผู้คนมีความสะดวกสบายและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีความต้องการพลังงานและอาหารเพิ่มขึ้น มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น เกิดเป็นสังคมสูงอายุ นอกจากนี้ จากปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ การแข่งขันมีความรุนแรงขึ้น ทําให้เกิดปัญหาความมั่งคั่งกระจุกตัว เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค เป็นต้น ซึ่งสวนทางกับการพัฒนาของเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขมีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก มีความจําเป็นต้องหามาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไข เช่น การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) การเพิ่มปริมาณอาหารและการลดการสูญเสียการลดต้นทุนทางสังคมที่เกิดจากสังคมสูงอายุ การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน การกระจายความมั่งคั่ง และการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ อย่างไรก็ตามด้วยระบบสังคมในปัจจุบัน เป็นการยากที่จะพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไป กับการแก้ไขปัญหาทางสังคม [su_spacer size=”20″]

              ในขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังที่กล่าวข้างต้น ในเวลาเดียวกันนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตในสังคม เช่น IoT หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big data ได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ประเทศญี่ปุ่นจึงมุ่งที่จะสร้าง Society 5.0 ที่เป็นสังคมใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไปในอุตสาหกรรมและวิถีชีวิตในสังคม เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาทางสังคม [su_spacer size=”20″]

READ  [Update] | let's get ready to rumble แปลว่า - Nangdep.vn

              คุณค่าใหม่ที่เกิดขึ้นจาก Innovation จะทําให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ หายไป เช่น ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค อายุ เพศ ภาษา เป็นต้น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของแต่ละคนได้ นอกเหนือจากการที่เราจะสามารถจัดหาสินค้าและบริการให้แก่บุคคลที่ต้องการในเวลาที่ต้องการในปริมาณที่ต้องการแล้ว ระบบสังคมทั้งหมดจะได้รับการปรับให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่สุด เป็นสังคมที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ [su_spacer size=”20″]

              สังคมปัจจุบันได้ให้ความสําคัญกับระบบทางเศรษฐกิจหรือองค์กรเป็นอย่างมาก ทําให้เกิดความแตกต่างในสินค้าและบริการที่แต่ละคนจะได้รับตามความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ใน Society5.0 เนื่องจาก AI ที่มี Big data และหุ่นยนต์ทํางานแทนมนุษย์ หรือสนับสนุนการทํางานของมนุษย์ ทําให้มนุษย์ได้รับการปลดปล่อยจากการงานประจําวันที่ยากหรือไม่ถนัด ส่งผลให้มนุษย์สามารถอยู่ได้อย่างสะดวกสบายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ [su_spacer size=”20″]

              นี่คือสังคมที่มีมนุษย์เป็นแกนหลัก ไม่ใช่อนาคตที่ถูกควบคุมและดูแลโดย AI หรือหุ่นยนต์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถแก้ปัญหาในประเทศได้แล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของโลกได้ด้วย ทําให้สามารถบรรลุ “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development Goals SDGs) ของสหประชาชาติได้ [su_spacer size=”20″]

              ทั้งนี้ National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ซึ่งเป็นหน่วยงาน ภายใต้ METI ที่วิจัยและสนับสนุนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมให้กับผู้ประกอบการญี่ปุ่น ได้กําหนดเทคโนโลยีที่จําเป็นจะต้องพัฒนาเพื่อทําให้เกิด Society 5.0 ไว้ 6 เรื่อง ดังนี้ [su_spacer size=”20″]

              1. Human Augmentation ใน CPS (Cyber Physical System)

              2. Al Hardware และระบบที่นํา AI ไปประยุกต์ใช้

              3. เทคโนโลยีด้าน Security ที่นํา AI มาประยุกต์ใช้

              4. Input Output Device และเทคโนโลยี Network ประสิทธิภาพสูง

              5. เทคโนโลยีการผลิตในอนาคตที่รองรับการผลิตแบบ Mass และ Customization

              6. เทคโนโลยีการตรวจวัดสําหรับการผลิตแบบ Digital [su_spacer size=”20″]

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว/ สำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมประจำญี่ปุ่น

 


ญี่ปุ่น แจก เทคโนโลยี ทหาร ไห้ อินโด ต้าน จีน 21-10-63


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ญี่ปุ่น แจก เทคโนโลยี ทหาร ไห้ อินโด ต้าน จีน 21-10-63

ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงเจริญ ทั้งที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2


ติดต่อ Email Spykungchannel@gmail.com
Facebook SPYchannel
Thanks th.wikipedia.org/wiki/pantip.com

READ  [Update] ยักษ์ใหญ่ขนส่งด่วนจีน S.F.Holding นั่งผู้ถือหุ้นใหญ่ Kerry Logistics Network บริษัทแม่เคอรี่เอ็กซ์เพรส [PR] | ส่งของไปจีน kerry - Nangdep.vn

ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงเจริญ ทั้งที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ยานยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีญี่ปุ่นผลิตในไทย : ดูให้รู้ Dohiru [CC] (4 ต.ค. 63)


ดูให้รู้เคยนำเสนอเรื่องราวของรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบโดยคนญี่ปุ่น แต่ผลิตในเมืองไทย เป็นรถขนาดเล็ก คล่องตัว ที่สำคัญยังกลายร่างเป็นเรือในภาวะน้ำท่วม ตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้าคันที่ว่าได้มาขายอยู่ที่เมืองไทยเรียบร้อยแล้ว ฟูจิเซ็นเซจะพาไปชมและทดลองขับกันอีกครั้งที่เมืองไทย รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้นอกจากจะเป็นรถไฟฟ้า 100% แล้ว สิ่งที่ต่างจากรถยนต์ทั่วไปคือคันเร่งอยู่ที่พวงมาลัย และในกรณีที่ระดับน้ำสูงเกินกว่า 70 เซนติเมตร รถจะลอยตัวขึ้น โดยล้อของตัวรถถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเหมือนใบพัด เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนไปในน้ำได้
นอกจากนี้ก็ยังมีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และ รถตุ๊ก ๆ ไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในนาม PEA Encom ได้เป็นตัวแทนนำเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศที่มีฐานการผลิตในไทยมาเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ตามฟูจิเซ็นเซไปพิสูจน์กันว่ายานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะไร้เสียง ไร้กลิ่น ไร้ควัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขนาดไหน
ติดตามได้ในรายการดูให้รู้ ตอน ยานยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีญี่ปุ่นผลิตในไทย วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 เวลา 17.30 18.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังทาง http://www.thaipbs.or.th/Dohiru
ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีญี่ปุ่น ดูให้รู้ dohiru

กด Subscribe
ติดตามรายการดีๆของช่อง ได้ที่ : http://shorturl.at/czXZ0
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBSFan
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
LINE : http://www.thaipbs.or.th/AddLINE
YouTube : http://www.youtube.com/ThaiPBS

ยานยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีญี่ปุ่นผลิตในไทย : ดูให้รู้ Dohiru [CC] (4 ต.ค. 63)

U-Review สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ได้มุ่งเน้นสร้างหลักสูตรเพื่อให้น้องๆที่จบไปมีทักษะภาษาญี่ปุ่น ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และภาวะผู้นำในการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย
UReview

ดำเนินงานโดย
ทีมงาน AdmissionPremium.com
สนใจรีวิวคณะสาขา ติดต่อทีมงานได้ที่
Tel : 021021000, 0626162526
Email : AdmissionPremium@gmail.com

U-Review สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เมื่อญี่ปุ่น ถึง \”ทางตัน\” ของ นวัตกรรม เทคโนโลยี


สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ก้าวไกลในเรื่องของเทคโนโลยี สามารถประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องใช้คุณภาพสูงออกมามากมายจนทั่วโลกตื่นตาตื่นใจอยู่ยุคหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ญี่ปุ่นกลับไม่ค่อยมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นเท่าใดนักในขณะที่ประเทศอื่นกำลังเติบโตแซงหน้า ความรุ่งโรจน์ของญี่ปุ่นกำลังถูกโลกลืมเลือนไป
ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ได้จัดอันดับศักยภาพด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของแต่ละประเทศเอาไว้ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2563 นอกจากญี่ปุ่นจะไม่ติดสิบอันดับแรกแล้ว ยังตามหลังสิงคโปร์ (อันดับที่ 8) และจีน (อันดับที่ 14) อีกด้วย ญี่ปุ่นอยู่ที่อันดับ 16 ส่วนประเทศที่ติดสามอันดับแรกได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน และอเมริกา ซึ่งยังครองแชมป์ตำแหน่งเดิมเหมือนปีก่อน ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี
Silicon Valley ซึ่งเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลก มักมีบริษัทจากประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศอำนาจใหม่มาขอศึกษาดูงานอยู่เรื่อย ๆ มีคนเล่าว่าหากเป็นสัก 20 ปีก่อน ถ้าประธานบริษัทโตชิบา ฮิตาชิ หรือพานาโซนิกมาขอดูงานที่บริษัทแอปเปิลละก็ สตีฟ จ็อบส์คงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เพราะญี่ปุ่นอยู่ในฐานะผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีชั้นเลิศ ถ้าร่วมงานกับแอปเปิลก็น่าจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในโลกขึ้นมาได้
แต่ปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากซึ่งขอมาดูงานที่ Silicon Valley แล้วถูกปฏิเสธ เขาคาดว่าคงเป็นเพราะญี่ปุ่นเองก็ไม่มีเทคโนโลยีอะไรใหม่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกับฝ่ายอเมริกา จึงเป็นการเสียเวลากับทางอเมริกาเปล่า ๆ
รถไฟหัวกระสุนชินกังเซ็น ภาพจาก https://discoverlocal.site
รถไฟหัวกระสุนชินกังเซ็น ภาพจาก https://discoverlocal.site
ผลิตภาพด้านการวิจัยและพัฒนาต่อหัวต่ำ
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เคยเปรียบเทียบผลิตภาพของนักวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่น จีน และอเมริกา พบว่าก่อนปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ทั้งสามประเทศเหมือนกันตรงที่ยิ่งมีเงินทุนวิจัยเท่าไหร่ ก็ยิ่งคิดค้นสิ่งที่นำไปยื่นจดสิทธิบัตรได้จำนวนมากขึ้น (จำนวนการขอจดสิทธิบัตรเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดศักยภาพด้านนวัตกรรม) แต่หลังปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา แม้ว่าจีนและอเมริกายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ญี่ปุ่นยังจดสิทธิบัตรได้ในอัตราส่วนเท่าเดิมหรือไม่ก็ลดลง ทั้งที่มีเงินทุนวิจัยมากขึ้นด้วยซ้ำไป ซึ่งอาจบ่งบอกว่าปัญหาของญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ที่เงินทุน แต่อยู่ที่ผลิตภาพต่อหัวต่ำ
ในขณะที่อเมริกาหันมาเน้นการวิจัยและพัฒนาในสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยลดความสำคัญในสาขาอื่นลงไป แต่ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับสาขาต่าง ๆ ในอัตราส่วนเท่าเดิมเหมือนสิบปีที่แล้ว อาจหมายความว่าญี่ปุ่นยังพยายามเจาะลึกในสาขาวิจัยที่เติบโตถึงขีดสุดแล้ว หรือไม่ก็อาจเพราะยังไม่มีการแข่งขันในสาขาอื่นที่แสวงหานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ก็ได้ แต่อย่างไรก็ดี มีผู้ให้ความเห็นว่าถึงจะรู้ลึกในด้านหนึ่ง ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเสมอไป
หากเป็นดังนี้จริง สาเหตุที่การวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่นมีผลิตภาพต่ำคงเป็นเพราะการ 1) ไม่ลำดับความสำคัญของสาขาชำนาญการใหม่ตามความเปลี่ยนแปลงของโลก 2) ยังมุ่งความสนใจไปที่การวิจัยและพัฒนาในสาขาเดิม ๆ และ 3) ไม่มีการพัฒนาสาขาที่ตอบสนองต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
(เช่น เคมี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมวัสดุ เครื่องจักร การเกษตร การไฟฟ้า โทรคมนาคม เป็นต้น)
บริษัทโตชิบาคิดค้นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขึ้น ภาพจาก https://www.epicurious.com/
บริษัทโตชิบาคิดค้นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขึ้น ภาพจาก https://www.epicurious.com/
ลักษณะเฉพาะของบริษัทญี่ปุ่น
ลักษณะการทำงานของญี่ปุ่นเองก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความคิดเชิงนวัตกรรม (innovative thinking) เกิดขึ้นได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการไม่แสดงความคิดเห็นตรง ๆ โดยเฉพาะถ้าคิดไม่เหมือนคนอื่น กลัวถูกมองประหลาดถ้าจะแตกต่างหรือโดดเด่น จึงเลือกที่จะทำตามกันหรือทำตามที่ถูกบอกเพื่อความปลอดภัย เน้นชั่วโมงการทำงานมากกว่าคุณภาพ อีกทั้งบริษัทก็ไม่ค่อยมีการไล่พนักงานออก บุคลากรจึงมักเป็นหน้าเดิมอยู่ไปจนเกษียณ เวลาเลื่อนตำแหน่งก็มักให้ตามลำดับอาวุโสมากกว่าตามความสามารถ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ทำให้พนักงานขาดความหลากหลาย ทั้งที่ความคิดสร้างสรรค์และความหลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นมากต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ
นอกจากนี้ รัฐยังไม่กล้าปล่อยให้บริษัทใหญ่ล้มง่าย ๆ ด้วย เพราะบริษัทเหล่านี้มีกิจการครอบคลุมไปทั่ว และเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของญี่ปุ่น แต่การที่บริษัทใหญ่อยู่ไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ก็ทำให้บริษัทเกิดใหม่ที่มีพลังนวัตกรรมพลอยขาดโอกาสสร้างบทบาทโดดเด่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน ในภาพรวมแล้วญี่ปุ่นจึงมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นยาก
หนังสือพิมพ์นิคเคอิของญี่ปุ่นเคยศึกษาไว้เมื่อปี พ.ศ. 2560 พบว่าอายุเฉลี่ยของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กอยู่ที่ 15 ปี แต่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ยถึง 89 ปีเลยทีเดียว ชี้ชัดว่าบริษัทญี่ปุ่นมั่นคงอย่างมาก แต่ทว่าความมั่นคงนี้ก็ทำให้ญี่ปุ่นหยุดนิ่งอยู่กับที่ไปด้วย
ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่เสนอว่าญี่ปุ่นควรกล้าปล่อยให้บริษัทใหญ่ล้ม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และเปิดทางให้นวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นหลังธุรกิจบางอย่างจบสิ้นลง แทนที่จะปล่อยให้มีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตสินค้าและบริการแบบเดียวกันอยู่หลายบริษัท และทรัพยากรไปกระจุกตัวกันอยู่ในบริษัทใหญ่โดยไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีหรือบุคลากรชั้นเลิศก็ตาม

READ  [NEW] หนุนขอนแก่นไมซ์ซิตี้ จัดงานแฟรนไชส์กาแฟ ใหญ่ที่สุดในอีสาน | งานกาแฟ 2018 - Nangdep.vn

เดินตามรอยเดิม มากกว่าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
คนญี่ปุ่นบางคนพูดคล้าย ๆ กันว่า บริษัทใหญ่ที่เต็มไปด้วยพนักงานจบจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง อย่างมหาวิทยาลัยโตเกียว รังแต่จะค่อย ๆ ตายลง ไม่เหมือนอย่าง 30 ปีก่อนที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่างโซนี่ ชาร์ป หรือพานาโซนิก ขับเคลื่อนรุดหน้าได้ด้วยคนที่ “มีกึ๋น” จริง ไม่ได้เอาแต่คนจบจากมหาวิทยาลัยโตเกียว

เมื่อญี่ปุ่น ถึง \

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ เทคโนโลยีญี่ปุ่น

Cẩm Nhung

Xin chào các bạn, Mình tên là Cẩm Nhung, như bao cô gái khác mình cũng đam mê mỹ phẩm say mê làm đẹp và chỉnh chu cho nhan sắc của mình. Vì thế, mình muốn chia sẻ những bí quyết làm đẹp của mình cho các bạn để các bạn có thể cẩn thận hơn cũng như tìm hiểu được những cách chăm sóc da đẹp nhất.

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button