Home » [NEW] 15 เรื่องเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ของ Swatch นาฬิกาพลาสติกที่คนสวิสเคยไม่ยอมรับ | นาฬิกา swatch swiss – Nangdep.vn

[NEW] 15 เรื่องเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ของ Swatch นาฬิกาพลาสติกที่คนสวิสเคยไม่ยอมรับ | นาฬิกา swatch swiss – Nangdep.vn

นาฬิกา swatch swiss: คุณกำลังดูกระทู้

หลังจาก The Cloud ได้คุยกับ American Standard ไปแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอีกหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของเครือลิกซิล (LIXIL Group) อีกครั้ง แต่เป็นแบรนด์ที่กำเนิดโดยชาวเยอรมัน 

GROHE (โกรเฮ่) แบรนด์ชั้นนำของโลกที่โดดเด่นด้านก๊อกน้ำและฝักบัว จำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากกว่า 86 ปี ได้รับ Award-Winning ด้านดีไซน์มากมาย รวมทั้งติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) จัดโดยนิตยสาร Fortune ไม่ได้แค่ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้น้ำ แต่กำลัง Shaping the Future of Water เปลี่ยนนิยามและประสบการณ์การใช้

หลายคนอาจคิดว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องเน้นด้านฟังก์ชัน แต่แนวคิดของ GROHE กลับเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ อยากให้คนรู้สึก Joyful ระหว่างใช้น้ำ พร้อมผสานคุณค่าทั้ง 4 มิติที่เป็นหัวใจหลัก คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ทำให้พบ GROHE ได้ตามโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก 

วันนี้ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าว่าความหมายของ Pure Freude an Wasser ว่าความเบิกบานของการใช้น้ำนั้นเป็นอย่างไร 

NỘI DUNG BÀI VIẾT

1. กำเนิดและเติบโตด้วยการควบรวมกิจการของชาวเยอรมัน

ชื่อ GROHE มาจากผู้ก่อตั้ง Friedrich Grohe ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งกิจการด้วยการซื้อบริษัท Berkenhoff & Paschedag ใน ค.ศ. 1936 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Friedrich Grohe ใน ค.ศ. 1948 

ตลอดเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ GROHE ได้ควบรวมกับบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำ ต่อมาจึงได้รวมเข้ากับเครือบริษัทลิกซิลใน ค.ศ. 2014 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร การเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกได้จึงไม่โดดเดี่ยว แต่มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มเครือบริษัทครอบครัวด้วยกัน

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

2. แบรนด์ที่คิดค้นสารพัดนวัตกรรมก๊อกน้ำทันสมัยในทุกยุค

ตั้งแต่ระบบเทอร์โมสแตท (Thermostat)

ก๊อกผสมอัตโนมัติที่ผสมน้ำร้อน-เย็นให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการอย่างรวดเร็วใน ค.ศ. 1956

ก๊อกผสม One Hand Mixer ก๊อกที่ผสมน้ำร้อน-เย็นได้ด้วยมือเดียว เก่าแก่คลาสสิกรุ่นแรกใน ค.ศ. 1968

การเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับก๊อกน้ำใน ค.ศ. 2004

ก๊อกครัวที่ผลิตน้ำดื่มสปาร์คกลิ้งได้ใน ค.ศ. 2017

การผลิตก๊อกน้ำด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ ทำให้เกิดสินค้าระดับ Iconic อย่าง 3D Icon รุ่น Atrio และ Allure Brilliant ใน ค.ศ. 2019 และอีกมากมาย

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

เหล่านี้คือผลงานของ GROHE ที่ทำให้การใช้น้ำในแต่ละวันสะดวกสบาย มีก๊อกน้ำหน้าตาทันสมัยที่มาพร้อมนวัตกรรมออกมาใหม่เสมอในแต่ละยุค

3. แบรนด์ Global ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกเพราะเข้าใจ Mega Trends

เมื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก สิ่งที่นักออกแบบต้องทำก่อนออกแบบสินค้าคือ วิจัยหา Mega Trends หรือเทรนด์ที่มีอิทธิพลระดับโลกในระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงคุณค่าใหม่ที่คนมองหาจากอุปกรณ์ในห้องน้ำหรือห้องครัว

สำหรับ​ Mega Trends ในปัจจุบันนั้นมี 5 อย่าง

หนึ่ง New Living Space จากพื้นที่ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำที่มักมีผนังแบ่งกั้นชัดเจนในสมัยก่อน เน้นใช้ทำธุระทางสุขาหรืองานครัวให้เสร็จไปเท่านั้น หากสังเกตคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูสมัยนี้ จะเห็นว่าเส้นแบ่งขอบเขตห้องเหล่านี้เริ่มเลือนหายไป ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน และห้องครัวเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นที่สังสรรค์และตกแต่งให้สวยงามเพื่อรับแขก 


ส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่สอง คือ Consumer becomes the Creator คนในบ้านอยากตกแต่งห้องครัวและห้องน้ำที่บ่งบอกสไตล์ตนเอง ทั้งนี้เพราะใช้เวลาผ่อนคลายอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย

See also  [NEW] Company Profile :: เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ :: | top supermarket มี กี่ สาขา - Nangdep.vn

เทรนด์ที่สาม สี่ และห้า คือ Simplicity Seekers, Taking Control และ Intelligence Life Management สินค้าต้องใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ในขณะเดียวกันผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อให้ใช้ชีวิตสมาร์ท เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ 

4. In-House Designer Team ที่ออกแบบโดยทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และคงมาตรฐานทั่วโลกไว้ได้ 

GROHE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ รางวัลออกแบบที่โดดเด่น คือ Red Dot Design Award และอีกหลายรางวัลการันตีสินค้าดีไซน์คุณภาพ 

เคล็ดลับของการออกแบบที่ดีคือ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทาง GROHE จึงมีทีมนักออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีสตูดิโอออกแบบกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก เพื่อวิจัยความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด



แม้สินค้าในแต่ละประเทศมีคอลเลกชันแตกต่างกันบ้างตามความนิยมที่ต่างกัน แต่ล้วนคุมมาตรฐานของแบรนด์ได้คงที่ทั่วโลก ด้วยการยึดถือใน 4 คุณค่าหลักของแบรนด์ คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

เมื่อมี 4 อย่างนี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีรายละเอียดแตกต่างกันแค่ไหนในแต่ละประเทศ ก็ส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ GROHE ได้เหมือนเดิม

5. Emotional Design ที่ส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึก Enjoy การใช้น้ำ

งานออกแบบของ GROHE คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ความรู้สึกในการใช้มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอย 

Pure Freude an Wasser เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า Pure Joy of Water ความรู้สึกเพลิดเพลินที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนการอาบน้ำในวันธรรมดาให้รื่นรมย์ เปลี่ยนการใช้ก๊อกน้ำในครัวให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

แค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งองศาที่คำนวณมาให้สะดวกสบายแก่การเปิดก๊อกน้ำที่สุด ความสมมาตร ความโค้งมนที่เรียบบางในแบบ Sensual Minimalism เพื่อให้ประสบการณ์การใช้ไหลลื่นที่สุด

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

สายน้ำจากฝักบัว GROHE ก็สามารถสร้างความ Enjoy ได้ในหลากหลายรูปแบบเหมือนอยู่ในสปา อย่างฝักบัวระดับอัลตร้าลักซูรี่ AquaSymphony  ที่ให้สายน้ำที่แตกต่างกันถึง 6 รูปแบบ เช่น Drizzle ละอองน้ำเย็นเติมความมีชีวิตชีวาให้สัมผัสเหมือนการฉีดน้ำแร่ Waterfall ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ สร้างความสดชื่นเต็มอิ่มในการอาบน้ำ หรือ Rain สายน้ำละอองนุ่มดั่งสายฝนที่นุ่มนวล 


10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

การใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันจนชิน มีรายละเอียดในประสบการณ์การใช้ที่มากกว่าแค่เปิดและปิดหรือทำความสะอาดร่างกาย แบรนด์เชื่อว่าเมื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น จากการดึงก้านโยกมาเป็นการกดปุ่ม หรือปรับการไหลของสายน้ำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบิกบานขึ้น

6. Freedom of Choice อิสระในการบ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้

GROHE เชื่อว่าสีสันบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของห้อง สีสันของก๊อกน้ำและฝักบัวที่หลากหลายจึงเปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง นำแฟชั่นมาสู่ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ยกระดับความหรูหราที่มากกว่าการใช้งาน

เนื่องจากเป็นแบรนด์ขายทั่วโลก จึงต้องเลือกสีที่ทั้งสง่างามและทันสมัยแบบไร้กาลเวลาเข้ากับวัสดุและ Mood ห้องได้หลายโทน Mix & Match กับส่วนอื่นของห้องได้ทั้ง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และแอคเซสเซอรี่อื่นๆ ในห้องน้ำ 

เราอาจนึกไม่ถึงว่าเฉดสีของอุปกรณ์ในห้องน้ำมีความหลากหลาย และต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้ง Nickel สีทองอ่อนที่อ่อนโยนเรียบง่าย นึกถึงธรรมชาติที่เงียบสงบและโทนห้องอบอุ่น  Cool Sunrise เฉดสีทองสว่างเข้มขึ้นมา สำหรับคนอยากได้พลังสีที่เปล่งประกาย หรูหรา Hard Graphite สีโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ เคร่งขรึม เข้ากับห้องคอนกรีตหรือไม้สีอ่อน Warm Sunset หรือ Rosegold สีทองอมชมพูแบบหวานๆ หรือเฉดสีสเตนเลสที่เรียบง่ายอย่าง Super Steel 

ไม่ว่าโทนห้องสีเข้มหรือสว่าง อยากตกแต่งแบบคอนทราสต์จัดจ้านหรืออบอุ่น สีของอุปกรณ์เหล่านี้เปิดทางเลือกความเป็นไปได้ของการตกแต่งห้อง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น 

นึกภาพมีสีฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้เลือกถึง 10 เฉดสี หลากหลายดีไซน์ ภาพอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัวแบบเดิมที่ชินกับโครเมี่ยมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง




7. การเติบโตที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ด้วยนโยบายด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศา 

ความยั่งยืนหมายถึงความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรและมีอายุการใช้งานยาวนาน กระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

ในกระบวนการผลิต GROHE ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน คิดค้นนวัตกรรมลดมลพิษ รักษาพลังงานน้ำให้ได้มากที่สุด ใช้เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดการใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง ทำให้บรรลุเป้าหมาย GROHE Goes ZERO การผลิตแบบปลอดคาร์บอน เป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นๆ ที่อยากผลักดันเรื่องความยั่งยืนทั่วโลก

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการวางแผนลดปริมาณพลาสติก GROHE ริเริ่มนโยบายลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนเป็นเลือกใช้วัสดุทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณสมบัติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มโครงการใน ค.ศ. 2018 จนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2021 ได้มีการลดการใช้พลาสติกลงไปแล้วถึง 32 ล้านชิ้น และยังคงดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงจนเป็นศูนย์  

Pure Joy of Water จึงไม่ได้หมายถึงสโลแกนในแง่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจรักษาทรัพยากรน้ำที่บริสุทธิ์ให้คนรุ่นต่อไป

8. ติด Top 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) ด้วยเทคโนโลยีช่วยโลก

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม นวัตกรรมสินค้าที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ลดปริมาณขยะ กระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงของเสีย และรีไซเคิลน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้ GROHE ได้รับเลือกให้ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนแปลงโลกจากนิตยสาร Fortune และยังเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันบริษัทแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย

เทคโนโลยีของ GROHE ยังช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน อย่างนวัตกรรม GROHE DripStop ลดน้ำหยดจากฝักบัวหลังปิดใช้งาน ไร้น้ำหยด ลดความสิ้นเปลืองน้ำ หรือเทคโนโลยี GROHE Silkmove ES ที่ออกแบบให้ตำแหน่งตรงกลางของก้านโยกเป็นน้ำเย็น ลดการใช้น้ำผสมอย่างไม่จำเป็น 

การประหยัดทรัพยากรเกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจรายละเอียด การประหยัดน้ำและพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หากรวมกันหลายๆ บ้านทั่วโลก ก็ส่งผลอย่างมหาศาลให้โลกได้เช่นกัน

9. ลูกค้าประทับใจจากการลองใช้ในโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก

ด้วยคุณภาพ ดีไซน์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้โรมแรม 5 ดาวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือออสเตรเลีย ต่างใช้ GROHE เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ  

ตลาดเอเชียนับว่าเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของแบรนด์ เพราะคนเอเชียคาดหวังต่อความหรูหราสูงกว่ายุโรป ลูกค้ามองหาคุณค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมยินดีจ่ายเงิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

โรงแรมเหล่านี้มักเป็นสถานที่ที่แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก GROHE และลองใช้ครั้งแรก เมื่อประทับใจ เพลิดเพลินกับการใช้เวลาผ่อนคลายที่โรงแรม ทำให้จดจำแบรนด์ได้ และนึกถึงเมื่อถึงเวลารีโนเวตบ้าน

ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ทำให้เร่ง Mega Trends การตกแต่งห้องน้ำและห้องครัวที่แบรนด์คาดการณ์ไว้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปพักผ่อนตามโรงแรมได้สะดวกอย่างเดิม แต่ก็ยังสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ห้องน้ำเหมือนอยู่ในโรงแรม 5 ดาวได้ เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ฝักบัวในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ใช้สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ห้องน้ำใหม่ สวย หรูเหมือนยกโรงแรมมาไว้ที่บ้าน 

See also  [Update] Traveloka Career | traveloka career - Nangdep.vn




10. กล้าให้คำสัญญาด้านคุณภาพ เพราะทดสอบการใช้หลายแสนครั้ง

เยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องสินค้าคุณภาพสูงและการใส่ใจในรายละเอียด

ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทั้งทดสอบพื้นผิว ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึง Life Cycle ของสินค้า ตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำจะมีทดสอบการใช้งานถึง 210,000 รอบ เปรียบเสมือนการใช้งานจริงถึง20 ปี รวมทั้งยังมีการรับประกันว่าจะมีอะไหล่สินค้าไว้บริการถึงแม้สินค้ารุ่นนั้นจะยกเลิกผลิตไปแล้วถึง 10 ปี 

แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อใหม่ทุกปี แต่ทุกคนล้วนใช้หลายครั้งต่อวัน มีประสบการณ์การใช้ สัมผัสก๊อกน้ำและฝักบัวในทุกๆ วัน หากใช้แล้วคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาต้องซื้อใหม่ ทำให้นึกถึง GROHE

สิ่งนี้เป็น Brand Promise ที่เป็นยิ่งกว่าคำสัญญาแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้จริง 


ภาพ : GROHE


แนะนำการเปลี่ยนถ่าน นาฬิกา swatch iu49 ด้วยตนเอง


สอบถามปรึกษา ปัญหา เพิ่มเติม
https://www.facebook.com/TrustMeIT

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

แนะนำการเปลี่ยนถ่าน นาฬิกา swatch iu49 ด้วยตนเอง

นาฬิกา swatch ดีไหม เสียงดัง ?


นาฬิกา swatch ดีไหม เสียงดัง ?
https://www.meszox.com/นาฬิกาswatchดีไหมเสียงดัง/ ‎
°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø New Videos Every Sunday ↙
▶ Music by soundcloud.com/dogjames/penny
▲อย่าลืมกด subscribe▲
↘ ติดตามได้ที่
▶www.facebook.com/meszox
►www.youtube.com/c/meszox
►www.meszox.com

นาฬิกา swatch ดีไหม เสียงดัง ?

Restoration Old Geneve watch | Restoring Destroyed waterproof watch


Restoration Old Geneve watch | Restoring Destroyed waterproof watch
……………………Restoration VR………………….
I founded the youtube channel with passion. Many rusted or broken metal tools are often discarded if not restored. Look forward to your support of my channel. Many tools will be reused for reuse. It is simply sharing skills, or simply entertainment videos. Thank you
Follow :https://www.youtube.com/channel/UCtGc…
genevewatch waterproofwatch RestorationVR

Restoration Old Geneve watch | Restoring Destroyed waterproof watch

10 เรื่องจริงนาฬิกา SWATCH ประวัตินาฬิกา (สวอช) ที่คุณอาจไม่เคยรู้? (EP. 88)


((รายการ ประวัตินาฬิกาข้อมือทั้ง 303 แบรนด์ ))
[EP. 88] ประวัตินาฬิกา Swatch (สวอช)
10 เรื่องจริงนาฬิกา SWATCH ที่คุณอาจไม่เคยรู้?
ประวัตินาฬิกาสวอช
นาฬิกาswatch
historyswatch
10. “ผู้ก่อตั้ง”
แบรนด์ Swatch ก่อตั้งโดย นิโคลัส จี เฮเอก
(Nicolas G Hayek) ในปี ค.ศ. 1983 ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
และปัจจุบันผลิตที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
9. “วิกฤตการณ์ Quartz”
ก่อนหน้านั้น ในปี 19701980 ชาวสวิสเจอกับ “วิกฤตการณ์
Quartz crisis” ทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสถดถอย
เนื่องจากญี่ปุ่นประกาศว่า เป็นผู้ผลิตรายแรกที่สามารถ
นำระบบ Quartz มาใช้ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยการเปิดตัว
นาฬิกาของบริษัท Seiko และ Citizen เป็นนาฬิกาข้อมือ
ที่บาง ราคาถูก เที่ยงตรง และง่ายต่อการรักษา ทำให้เป็น
ที่นิยมและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาด ทำให้ชาวสวิสถึง
กับตกที่นั่งลำบาก เพราะยอดการส่งออกนาฬิกาสวิสตก
ถึงขั้นวิกฤต ตั้งแต่ปี 19771983 มูลค่าการส่งออกนาฬิกา
ของสวิสลดลงครึ่งหนึ่ง และทำให้ส่วนแบ่งในตลาดโลก
ลดลงจาก 43% เหลือน้อยกว่า 15%

8. “จุดเริ่มต้น”
วิกฤตดังกล่าวทำให้ทั้ง ASUAG และ SSIH ใกล้ล้มละลาย
และกำลังจะถูกขายให้บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งกลายมาเป็นแบรนด์ใหญ่
ในวงการนาฬิกาเต็มตัว และมีส่วนสำคัญในการพาให้เศรษฐกิจ
ของประเทศขณะนั้นโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการส่งออก
ผู้ที่บรรดาธนาคารสวิสเลือกให้มาจัดการทั้ง 2 บริษัทให้
พร้อมสำหรับการขายให้แบรนด์ญี่ปุ่นคือ Nicolas Hayek
แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะเชื่อว่าบริษัท
นาฬิกาทั้งคู่ ยังน่าจะฟื้นได้และกลับมามีผลประกอบการ
ที่ดีจนธนาคารทุกแห่งพึงพอใจ
7. “เปิดตัวนาฬิกา Swatch”
ต่อมาได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ เป็นนาฬิกาพลาสติกแบบบาง
ดีไซน์ทันสมัย ผลิตแบบระบบ Quartz และประกอบขึ้นโดย
ใช้ชิ้นส่วนเพียง 51 ชิ้น จากปกติที่ต้องใช้มากกว่า 90 ชิ้น
ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลงด้วยแคมเปญการตลาดที่เข้มข้น
และราคาขายที่ค่อนข้างถูก นาฬิการุ่นใหม่นี้จึงประสบ
ความสำเร็จเป็นอย่างมาก นาฬิกานั้น มีชื่อว่า Swatch
6. “เปิดตัว รุ่น Second”
นาฬิกาสวิสที่ลดความซับซ้อนลง แต่มีสีสันสดใส ใช้เป็นเรือน
ที่สองในโอกาสต่างๆ และราคาถูกกว่าเรือนแรกที่ราคาแพงกว่า
สอดคล้องกับชื่อแบรนด์ Swatch ที่มาจากการนำอักษร S
ของคำว่า Second มาใส่เข้าไปที่คำว่า Watch (นาฬิกาเรือนที่ 2)
ออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 1983 ปีแรกการวางขายในตลาด
Swatch ขายได้ประมาณ 1.1 ล้านเรือน ทำให้ทั้ง SSIH
และ ASUAG พ้นวิกฤตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อุตสาหกรรม
นาฬิกาสวิสฟื้นตัวอีกด้วย
5. “Swatch Group”
Hayek ซึ่งโด่งดังมาจากปรับโครงสร้างองค์กรที่ใกล้ล้มหลาย
แห่งให้กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง เริ่มกู้วิกฤตด้วยการนำ
ASUAG และ SSIH มารวมเป็นบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อ
SSIH/ASUAG Holding Company หลังจากนั้น 5 ปี ภายใต้
การบริหารงานของ Nicolas Hayek ในฐานะ CEO SMH
กลายเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
และในปี 1998 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว SMH ก็ได้เปลี่ยนชื่อ
มาเป็น Swatch Group ที่รู้จักในปัจจุบัน
4. “แบรนด์นาฬิกาภายใต้บริษัท”
ปัจจุบันบริษัท Swatch Group มีมูลค่าบริษัทประมาณ 22,000
ล้านสวิสฟรังก์ หรือราว 737,000 ล้านบาท แบรนด์นาฬิกา
ภายใต้บริษัท Swatch Group ได้แก่ Breguet, Harry Winston,
Blancpain, Glashütte Original, Léon Hatot, Jaquet Droz,
Omega, Longines, Rado, Union Glashütte, Tissot,
Calvin Klein (นาฬิกาและจิวเวลรี่), Certina, Mido, Hamilton,
Balmain, Swatch และ Flik Flak
3. “สนับสนุนด้านกีฬา”
แบรนด์ Swatch ยืนหยัดตัวตนในโลกแห่งกีฬามาเสมอ
ต่างสนับสนุนกีฬา Snowboard, Free Ski, Surfboard,
วอลเล่ย์บอลชายหาด และจักรยานทางลาดวิบาก อีกทั้ง
Swatch ยังสนับสนุนคุณค่าแห่งงานศิลปะ ด้วยการร่วมงาน
กับศิลปินมากมาย และหมายให้นาฬิกา Swatch เป็นแผ่นภาพ
ที่สะท้อนผลงานการรังสรรค์ของศิลปินหลากหลายแขนง
2. “ผู้ผลิตนาฬิกาและชิ้นส่วนนาฬิกา”
ปัจจุบัน Swatch Group คือบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาและชิ้นส่วน
นาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้กระทั่งแบรนด์นาฬิกาใหญ่ๆ
อีกหลายแบรนด์ก็ยังจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนนาฬิกาจาก
Swatch Group เพราะแบรนด์อื่นนั้นไม่สามารถผลิตบางชิ้นส่วนเองได้
1. “อายุแบรนด์ 36 ปี”
แบรนด์ Swatch อยู่ในยุคที่ 5
ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 – ปัจจุบัน
ค.ศ. 1946 – ค.ศ. 2019 (ยุคนี้มี 49 แบรนด์)

See also  [Update] รีวิว 5 อันดับรถ 7 ที่นั่งดีที่สุดในไทยปี 2562 | รถ กระบะ ที่ ดี ที่สุด - Nangdep.vn

ลิ้งค์เพลย์ลิสต์ / รวมวีดีโอทั้ง 6 รายการ
1.รายการ ประวัตินาฬิกาและความลับของเวลา
Watch history And The secret of time
http://bit.ly/2zM6clG
2.รายการ ประวัตินาฬิกาข้อมือทั้ง 303 แบรนด์
The History of watches
https://bit.ly/2Wf7Dsg
3.รายการ รีวิวนาฬิกาReviewWatch
http://bit.ly/2hhyoFV
4. รายการ โชว์สายนาฬิกา StrapsWatch
http://bit.ly/2iHSlcA
5. รายการ ช่างนาฬิกาในตำนานWatchMaker
http://bit.ly/2zfeWEn
6. รายการ กล่องหมุนนาฬิกาWatch BOX
http://bit.ly/2hj9d5X

10 เรื่องจริงนาฬิกา SWATCH ประวัตินาฬิกา (สวอช) ที่คุณอาจไม่เคยรู้? (EP. 88)

Swatch irony


swatch irony stainless steel V8 SWISS Made Over Size .

Swatch irony

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ นาฬิกา swatch swiss

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *