Wiki

[NEW] Imposter Syndrome โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง กดดันตัวเอง | ไม่ มั่นใจ ใน ตัว เอง – Nangdep.vn

ไม่ มั่นใจ ใน ตัว เอง: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

เคยมีคนบอกไว้ว่า ‘ความสำเร็จก็เหมือนดาบสองคม’ สามารถทำให้เรามีความสุขได้ แต่ในอีกรูปแบบหนึ่งก็ทำร้ายเราได้เช่นกัน หนึ่งในข้อเสียของ ‘ความเจ็บปวดจากความสำเร็จ’ นั้นก็คือไม่มีใครสามารถเข้าใจเรา ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง หรือ Imposter Syndrome นั้นมีความน่ากลัวมาก

ในบทความนี้เรามาดูกันว่าโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง หรือ Imposter Syndrome คืออะไรกันแน่ มีสาเหตุมาจากอะไร และ วิธีรักษาเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

NỘI DUNG BÀI VIẾT

Imposter Syndrome คืออะไร

Imposter Syndrome หรือ โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง คือคำศัพท์ทางจิตวิทยาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมเวลาคนคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความสำเร็จหรือสิ่งที่ได้มา และมักคิดสงสัยเรื่อยๆว่าตัวเองเป็นตัวปลอมหรือคนหลอกลวง จนทำให้มองตัวเองว่าไร้ค่า

โดย Imposter Syndrome ก็ถือว่าเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่ง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล 

คำว่า Imposter Syndrome เป็นคำศัพท์ที่ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในงานวิจัยของนักจิตวิทยา Pauline Rose Clance และ Suzanne Imes งานวิจัยทั้งหลายระบุไว้ว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็สามารถกดดันตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่เก่งได้ ในปัจจุบัน โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่งถือว่าเป็นอาการของคนที่ไม่สามารถ ‘อธิบายหรือยอมรับความสำเร็จตัวเองได้’ 

และต่อมานักจิตวิทยาที่ชื่อว่า Valeire Young ก็ได้ ‘จำแนก’ Imposter Syndrome ออกมาเป็น ห้าประเภท

Imposter Syndrome 5 ประเภท ของโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง

Imposter Syndrome สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ตามสาเหตุของความกลัวในความคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ได้แก่ 1. Perfectionist ผู้รักความสมบูรณ์แบบ 2. Superwoman/man ยอดมนุษย์ 3. Natural Genius อัจฉริยะแต่กำเนิด 4. Soloist คนชอบทำอะไรด้วยตัวเอง และ 5. Expert ผู้เชี่ยวชาญ

5 ประเภทของ Imposter Syndrome นี้เป็นแค่วิธีจำแนกความกลัว ความกดดันตัวเอง แบบพื้นฐาน คนบางคนอาจจะประกอบไปด้วยความกลัวหรือความไม่มั่นใจในตัวเองหลายอย่าง ซึ่งก็จะทำให้แสดงอาการไม่มั่นใจในตัวเองหลายประเภท

#1 Perfectionist ผู้รักความสมบูรณ์แบบ

Perfectionist หรือผู้รักความสมบูรณ์แบบ เป็นกลุ่มคนที่มีสิทธ์เป็น Imposter Syndrome ได้ง่าย คนที่รักความสมบูรณ์แบบส่วนมากจะไม่พอใจกับอะไรง่ายๆ บางครั้งเพียงแค่ทำผิดหรือล้มเหลวนิดๆหน่อยๆก็จะรู้สึกไม่พอใจ หมายความว่าต่อให้ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ตราบใดที่ทุกอย่างไม่สมบูรณ์แบบ เป้าหมายไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ทั้งหมด Perfectionist ก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดี

คนประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะอยากควบคุมทุกสิ่ง (control freaks) หมายความว่าถ้า Perfectionist อยากจะให้อะไรสมบูรณ์แบบ ส่วนมากก็จะอยากทำเอง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่พอใจหรือรู้สึกกังวลใจ

ปัญหาก็คือไม่มีความสำเร็จแบบไหนที่จะทำให้ Perfectionist พึงพอใจได้ เพราะทุกอย่างสามารถทำให้ดีขึ้นได้เสมอ และความคิดแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตเท่าไร การยอมรับหรือฉลองความสำเร็จเล็กๆน้อยๆก็เป็นการให้กำลังใจตัวเองได้อย่างดี แถมยังป้องกันอาการหมดไฟ หรือรู้สึกเคืองใจจนทำให้หมดความมั่นใจในตัวเองได้

#2 Superwoman/man ยอดมนุษย์

Superwoman/man หรือ ยอดมนุษย์ หมายถึงคนที่ผลักดัน กดดันตัวเอง ให้ทำงานมากขึ้นหรือหนักขึ้นเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น บางคนอาจจะเรียกกลุ่มคนประเภทนี้ว่าพวกบ้างาน 

อย่างไรก็ตามการใช้เวลาทั้งหมดเพื่อทำงาน บางครั้งก็อาจจะเป็นการปกปิดความอ่อนแอของตัวเองอย่างหนึ่ง (ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็น แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้) เช่นเพราะไม่อยากกังวลเรื่องครอบครัวหรือความรักเลยเอาเวลาไปลงกับงานดีกว่า ในกรณีนี้การทำงานมากเกินไปก็จะทำให้รู้สึกเครียด และทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลงด้วย

Superwoman (หรือ superman) ที่เป็น Imposter Syndrome จะเอาความสำเร็จของตัวเองไปผูกมัดกับ ‘ผลงาน’ ของตัวเองเป็นส่วนมาก ซึ่งการเอาความสุขไปผูกมัดกับผลงานหรือความสำเร็จนั้นไม่ใช่สิ่งที่คงทนได้ทาน หากเทียบกับการผูกมัดความสุขกับ ‘กระบวนการ’ หรือ ‘การได้ทำอะไรที่ชอบ’ หมายถึงให้มีความสุขกับงานที่ทำ ไม่ใช่มีความสุขกับการที่หัวหน้าชม หรือการได้เลื่อนขั้น ‘เพียงอย่างเดียว’

#3 Natural Genius อัจฉริยะแต่กำเนิด

Natural Genius หรือ อัจฉริยะแต่กำเนิด คือกลุ่มคนที่วัดความเก่ง จากความง่ายและความเร็วในการทำงาน โดยเชื่อว่าอัจฉริยะก็คือคนที่ไม่ต้องพยายามอะไรมากก็สามารถประสบความสำเร็จได้ หากคนกลุ่มนี้ใช้เวลานานในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ Natural Genius ก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ

READ  [Update] 18 วิธีจาก Gmail ที่จะช่วยจัดการกล่องจดหมายให้กับคุณ | เข้า gmail ใน โทรศัพท์ ไม่ ได้ - Nangdep.vn

คนที่เป็น Imposter Syndrome ในกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่จะต้องทำอะไรให้ดี แต่ต้องทำให้ดี ‘ตั้งแต่ตอนแรก’ ด้วย ทุกครั้งที่เรียนรู้หรือว่าทำอะไรช้า คนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกกดดันตัวเอง

โดยวิธีแก้อาจจะเป็นการลดความคาดหวังของตัวเอง เปลี่ยนมุมมองชีวิตจากการเรียนรู้ให้เร็วเป็นการเรียนรู้ระยะยาวแทน และอาจจะลองตั้งเป้าหมายระยะสั้นเล็กน้อยเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองพยายามขึ้นเรื่อยๆ แบบพอเพียง

#4 Soloist คนชอบทำอะไรด้วยตัวเอง

Soloist หรือคนชอบทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นคนที่ชอบพึ่งพาตัวเอง มีความภูมิใจเวลาที่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ คนกลุ่มนี้จะรู้สึกอายหรือรู้สึกด้อยค่าหากจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น โดยวิธีแก้อาการ Imposter Syndrome ของ Soloist ก็คือการเรียนรู้ที่จะแยกระหว่าง ‘ความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง’ กับ ‘การดื้อรั้นไม่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเพื่อที่จะพิสูจน์คุณค่าตัวเอง’

เคยมีคนพูดไว้คำว่าคนที่เก่งจริงก็คือคนที่รู้จักจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเอง รู้ว่าเวลาไหนควรที่จะขอความช่วยเหลือ

#5 Expert ผู้เชี่ยวชาญ

Expert หรือ ผู้เชี่ยวชาญ คือคนที่วัดคุณค่าของตัวเองผ่านทักษะต่างๆที่ตัวเองรู้ ความไม่มั่นใจในตัวเองของผู้เชี่ยวชาญก็จะมาจากความกลัวที่ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ก็รู้ไม่มากพอสักที

คนในกลุ่มนี้คือคนที่กลัวที่จะสมัครงานที่ตัวเองมีทักษะไม่มากพอ หรือจำเป็นที่จะต้องเรียนและอบรมอะไรใหม่ๆเสมอ ผู้เชี่ยวชาญบางคนต่อให้ทำงานมาหลายปีหรือมีประสบการณ์เยอะแล้วก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองดี

ความรู้ในโลกนี้มีไม่จำกัดอยู่แล้ว และการพยายามเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การนำความกลัวมาเป็นแรงจูงใจก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพจิตมากเท่าไหร่ นอกจากนั้นแล้วบางคนยังใช้คำว่า ‘รู้ไม่มากพอ’ หรือ ‘ยังเก่งไม่พอ’ มาเป็นข้ออ้างที่จะไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญควรที่จะยอมรับวิธีเรียนรู้ระหว่างการทำงาน หมายถึงให้เริ่มทำอะไรก่อนแล้วค่อยเรียนรู้ ลองผิดลองถูกไประหว่างทำด้วย 

วิธีสังเกต และ สาเหตุของ Imposter Syndrome

ถ้าเราเข้าใจแล้วว่า Imposter Syndrome คืออะไร และ สามารถแบ่งประเภทได้อย่างไรบ้าง ในส่วนนี้เรามาดูวิธีสังเกตและสาเหตุที่จะทำให้คนรู้สึกกดดันตัวเอง รู้สึกไม่เก่งพอกัน 

อย่างแรกเลยก็คือ Imposter Syndrome จะมีตัววัดค่าอยู่ ที่เรียกว่า Clance Imposter Phenomenon Scale หรือ CIP โดยตัววัดค่านี้ใช้วัดค่าความกลัวว่ากลัวอะไรบ้าง และ กลัวแค่ไหน โดยที่ผู้ค้นพบและนิยาม Imposter Syndrome อย่าง Clance ได้ระบบไว้ว่า ตัววัดว่า Imposter Syndrome มีอยู่ 6 มิติ ดังนี้

#1 Impostor cycle วัฏจักรโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง*
#2 The need to be special or the best รู้สึกว่าอยากเป็นคนพิเศษหรือเป็นที่ 1 เสมอ
#3 Characteristics of superman/superwoman มีความเป็นยอดมนุษย์
#4 Fear of failure กลัวความล้มเหลว
#5 Denial of ability and discounting praise การชอบปฏิเสธไม่ยอมรับคำชม
#6 Feeling fear and guilt about success กลัวหรือรู้สึกผิดเวลาประสบความสำเร็จ 

*Impostor cycle หรือ วัฏจักรโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง หมายถึงกรณีที่คนเรารับงานมารู้สึกเครียดหรือกังวล จึงทำให้มีปฏิกิริยาตอบโต้เป็นการตั้งใจทำงานหรือการขี้เกียจทำงาน แต่ไม่ว่าปฏิกิริยาตอบโต้จะเป็นแบบไหน ปฏิกิริยาเวลาผลลัพธ์ของการทำงานออกมาดีก็คือการปฏิเสธความสำเร็จ ด้วยการให้เหตุผลแค่ว่าพยายามเยอะในกรณีที่ตั้งใจทำงาน หรือเพราะโชคช่วยในกรณีที่ขี้เกียจทำงาน จนทำให้ตัวเองรู้สึกไม่เก่งจริง

โดยส่วนมากแล้วหากคนทั่วไปมีมากกว่า 2 มิติ ก็มีแนวโน้มที่จะเป็น imposter syndrome สูงครับ

วิธีรักษา Imposter Syndrome 

ในส่วนนี้ผมจะแนะนำแนวคิดและการกระทำที่จะช่วยให้อาการของ Imposter Syndrome ดีขึ้นได้นะครับ

#1 แยกให้ออกระหว่างความรู้สึกกับความเป็นจริง – การรู้สึกล้มเหลวกับการเป็นคนที่ล้มเหลวจริงๆนั้นต่างกัน ปัญหาก็คือเราจะแยกยังไงระหว่างการกดดันตัวเองมากเกินไปกับการรู้จักตัวเองที่แท้จริง หนึ่งในวิธีก็คือการจดความสำเร็จและความผิดพลาดของคุณออกมา การเขียนจะทำให้คุณรู้และเปรียบเทียบข้อแตกต่างได้ง่ายกว่า

#2 ฝึกคิดบวกให้ได้ – สุดท้ายแล้วปัญหาในใจ ก็ต้องแก้ด้วยการปรับมุมมองไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง การคิดบวกมีข้อดีตั้งหลายอย่าง ถ้าคุณเป็นคนที่ปรับมุมมองชีวิตยาก ผมแนะนำให้เริ่มจากการจดสิ่งดีๆในชีวิตออกมาก่อน ปล่อยวางกับสิ่งเล็กน้อยและใส่ใจแค่สิ่งที่สำคัญในชีวิต

#3 มุมมองต่อความล้มเหลวและการทำผิด – คนที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งส่วนมากจะโทษตัวเองเวลาที่ล้มเหลวหรือทำผิดอะไรเล็กๆน้อยๆ การเรียนรู้ความผิดเป็นสิ่งที่ดีแต่การโทษตัวเอง จมอยู่กับอารมณ์แย่ก็จะทำให้คุณไม่สามารถพัฒนาได้ เวลาที่คุณทำผิดให้เรียนรู้ความผิดตัวเองและมองหาโอกาสที่จะเริ่มใหม่

#4 เรียนรู้ที่จะให้รางวัลตัวเอง – การฉลองให้กับความสำเร็จของตัวเองแม้จะน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องที่ดี หนึ่งในอาการของคนที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งก็คือการไม่ยอมรับความสำเร็จของตัวเอง โดยที่อาจจะอ้างว่าโชคช่วยหรือว่าเพราะตั้งใจทำมากกว่าการให้สาเหตุว่าตัวเองเก่ง หากคุณเป็นคนที่ให้รางวัลตัวเองยาก คุณก็อาจจะต้องพึ่งพาคนรอบตัวให้ช่วยเตือนคุณให้ฉลองด้วย

#5 การแบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่น – มุมมองสุดท้ายที่ผมอยากจะให้ทุกคนพิจารณาก็คือการดึงตัวเองออกมาจากความทุกข์ในหัวของเรา แล้วนำสมาธิหรือสติไปใส่ใจกับการช่วยเหลือคนอื่น โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้วยการสอนทักษะที่คุณมี ไม่ว่าคุณจะมีทักษะเรื่องการออกกำลังกายหรือการทำบัญชี ถ้าคุณได้ใช้ทักษะนี้เพื่อช่วยคนอื่นแล้วคุณก็จะรู้สึกเห็นคุณค่าของความเก่งของตัวเองมากขึ้น 

ก่อนอื่นเลย สิ่งที่ผมจำเป็นต้องอธิบายก็คือผมไม่ใช่จิตแพทย์หรือนักบําบัดจิต หมายความว่าสิ่งที่ผมเขียนในบทความนี้เป็นแค่คำแนะนำเบื้องต้นที่ผมศึกษาจากคนอื่นอีกทีเท่านั้น หากคุณมีปัญหา Imposter Syndrome และถ้าปัญหานี้กำลังรบกวนชีวิตของคุณ คุณควรที่จะรีบปรึกษาจิตแพทย์ใกล้ตัวนะครับ 

สุดท้ายนี้เกี่ยวกับ Imposter Syndrome

ผมคิดว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนเป็น Imposter Syndrome ก็คือวัฒนธรรมที่สอนให้คนทั่วไปมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ผมไม่ได้บอกว่าการอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ แต่บางครั้งมนุษย์เราก็ตีความอ่อนน้อมถ่อมตนผิดไป ตีความว่าการปฏิเสธความเก่ง ปฏิเสธความสามารถของตัวเอง คือการไม่ทำให้ตัวเองดู ‘มั่นใจ มั่นหน้า’ เกินไปในสังคม (ให้ลองฝึกวิธีพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ ด้วยความจริงใจแทน)

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิด Imposter Syndrome ได้ ก็คือการแข่งขันในสังคม ความสำเร็จของคนเราถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอ ยิ่งในสังคมที่เข้าถึงข้อมูลคนอื่นได้ง่าย ทำให้ความสำเร็จในสายตาของเราถึงแม้จะดูยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น ก็อาจจะไม่ได้เท่าเทียมกับคนอื่นในสายตาเรา 

แต่ไม่ว่าคุณจะแสดงออกในสังคมยังไง คุณจะโฆษณาความเก่งกาจของตัว หรือจะปฏิเสธความสำเร็จต่อหน้าคนอื่น สิ่งที่สำคัญก็คือการยอมรับความสำเร็จของตัวเองให้ได้ในใจคุณ เราอยากจะให้คนอื่นคิดยังไงกับเราก็เป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ความคิดเห็นของเราต่อตัวเองนั้น…ไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวเราเอง

บทความนี้ผมนำข้อมูลมาจากงานวิจัยทางจิตวิทยาหลายอย่าง คนที่สนใจสามารถอ่านข้อมูลต้นทางได้ดังนี้นะครับ ที่มา 1 และ 2

READ  [Update] สู่อิสรภาพ : การปฏิวัติอเมริกา (2) | การปฏิวัติอเมริกา - Nangdep.vn


MAN’R – อาจดูร้ายเกินไปในบางที (เวอร์ชั่นกีต้า )


อาจดูร้ายเกินไปในบางที
ที่ไม่คบใครสักทีอาจดูว่าพี่นั้นหลายใจ
ไม่ได้ต้องการจะทำใครเจ็บเลย
Artist : MAN’R
Lyrics : MAN’R
Mixed \u0026 Mastered : MAN’R
MV: MANR
ติดต่องาน
ID LINE manrr15
เฟสบุ๊ค แมน’ อาร์
ติดตามความเคลื่อนไหว
https://www.facebook.com/manlovettx
https://www.instagram.com/manr_29/
เนื้อเพลง : MAN’R อาจดูร้ายเกินไปในบางที
อาจดูร้ายๆเกินไปในบางที
ไม่ได้เจ้าชู้เเต่เป็นคนเเบบนี้
ก็รู้นิสัยผมมันไม่ค่อยดี อยากให้เธอเข้าใจพี่
ไม่ใช่นะครับไม่ใช่คนไม่พอ ไม่ได้ดั่งใจให้เธอมายืนรอ
ก็เธอไม่ใช่ให้ทำยังไงน้อ ก็คงคุยต่อไป ถ้าเธอยังรอไหว
ที่ไม่คบใครสักทีอาจดูว่าพี่นั้นหลายใจ เ
เต่ไม่ใช่เลยคนดีเพราะพี่ยังไม่เจอคนที่ใช่
ก็ไม่ได้รักใครง่ายๆเลยมีเเต่คนบอกว่าร้าย
ก็จริงใจมาหลายคนเเต่สุดท้ายเหมือนพี่ต้องเจ็บ
อยากจะเซฟหัวใจเอาไว้เพราะว่ารักมันทำให้เข็ด
เจ็บมาหลายทีเสียมากๆเลยคนดีอยากให้จงเข้าใจ
อาจดูร้ายๆเกินไปในบางที
ไม่ได้เจ้าชู้เเต่เป็นคนเเบบนี้
ก็รู้นิสัยผมมันไม่ค่อยดี อยากให้เธอเข้าใจพี่
ไม่ใช่นะครับไม่ใช่คนไม่พอ ไม่ได้ดั่งใจให้เธอมายืนรอ
ก็เธอไม่ใช่ให้ทำยังไงน้อ ก็คงคุยต่อไป ถ้าเธอยังรอไหว
ไม่ได้ต้องการเคยทำใครเจ็บเลยก็รู้มันทรมาน
ร้องไห้เเหละซ้ำก็จนมันเข็ดเลยเมื่อเขานั้นไม่ต้องการ
สิ่งที่เธอเป็นฉันก็เคยเป็นเมื่อเขานั้นไม่ต้องการ
ในเรื่องความรักเเละเรื่องความเจ็บมันเป็นเเค่เส้นขนาน
โดนมองว่าตัวร้ายมันชั่งบ้าบอ
ใจจริงก็อยากรักเเต่ไม่กล้าพอ
กลัวเธอเข้ามาทำฉันเจ็บหนอ
ก็เลยขอ คุยไปยาวๆ
อาจดูร้ายๆเกินไปในบางที
ไม่ได้เจ้าชู้เเต่เป็นคนเเบบนี้
ก็รู้นิสัยผมมันไม่ค่อยดี อยากให้เธอเข้าใจพี่
ไม่ใช่นะครับไม่ใช่คนไม่พอ ไม่ได้ดั่งใจให้เธอมายืนรอ
ก็เธอไม่ใช่ให้ทำยังไงน้อ ก็คงคุยต่อไป ถ้าเธอยังรอไหว
เธอไม่ต้องรอถ้าเธอมีใครอยู่ข้างกลาย
ไม่ต้องอยากฟังไม่มีคำอธิบาย
ฉันเองก็รู้ว่าฉันนั้นอาจจะดูร้าย
เเต่ถ้าให้เลือกเธอตอนนี้ก็คงจะไม่ได้
ดาวน์โหลดเพลง \”อาจดูร้ายเกินไปในบางที\” โทร 4922309469 ได้ทั้งริงโทน เต็มเพลง และเสียงรอสาย
Line Melody : https://melody.line.me/melody/26528
🎧 รับฟังได้แล้วทาง Music Streaming
Youtube Music : https://music.youtube.com/watch?v=2U5vz9vsHT8
Spotify : https://open.spotify.com/track/6Rf6FVKW2dSXMLVKAqpdxP
JOOX : https://www.joox.com/th/album/q4+LIIVOTgrb+EPQNB3RxA==
Apple Music : https://music.apple.com/th/album/1543165176
Tidal Music : https://listen.tidal.com/album/164825545/track/164825546

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

MAN'R - อาจดูร้ายเกินไปในบางที (เวอร์ชั่นกีต้า )

หนาวแน่! \”สมศักดิ์\” ลุ้นโทษหนัก ‘หมดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต’ \”วรงค์\” ฟาดแรง \”ประยุทธ์\”


นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ส่งหนังสือถึงตนเมื่อวันที่ 14 ต.ค.64 แจ้งให้ทราบว่า ตามที่ได้ส่งหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร
นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ขอให้พิจารณาดำเนินการทางจริยธรรมกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และขอถอนเรื่องร้องเรียนเฉพาะของนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง
ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีเมื่อวันที่ 12 เม.ย.64 เวลาประมาณ 19.00 น. นายสมศักดิ์พร้อมคณะเดินทางไปที่ร้านคาเฟ่ เดอ ทรี อ.เมือง จ.สุโขทัย ร่วมกิจกรรมชุมนุมคน
มีการจัดรดน้ำตามประเพณีสงกรานต์ และงานเลี้ยงสังสรรค์ ร้องเพลงคาราโอเกะ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย มีผู้ร่วมงานทั้งสิ้นประมาณ 21 คน
อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ เป็นการร่วมชุมนุมฝ่าฝืนพระราชกำหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ 2548 มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผิดพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558
ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งในสถานการณ์โควิด19 ของนายกรัฐมนตรี และจังหวัดสุโขทัย กระทบกระเทือนต่อจิตใจของประชาชนที่เคารพกฎหมายทั้งประเทศ
ทั้งที่นายสมศักดิ์ มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด19 ควรต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชน
เพราะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดโรคระลอกที่ 3 แต่ยังบังอาจฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี และกฎหมาย อันเป็นความผิดอาญาและมาตรฐานทางจริยธรรม ผลของการจัดงานดังกล่าว
ทำให้ผู้ร่วมงานติดโรคโควิด19 จำนวน 21 คน และแพร่ไปทั่วจังหวัดสุโขทัย จำนวน 55 คน มีผู้เสีย ถึง 3 คนนั้น
บัดนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว
นายวัชระ กล่าวว่า ในที่สุด สภาฯยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะทราบผลภายใน 60 วัน นับจากวันที่ 14 ตุลาคมเป็นต้นไป
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการจริยธรรม สภาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสมศักดิ์ มีความผิดตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563
มีโทษหนักถึงขั้น “หมดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต” เสมือนกับ “โทษประหารทางการเมือง” เลยทีเดียว
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
เตือนท่านนายกอีกครั้ง
.
ผมจำได้ว่า รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ห้ามการควบรวมพรรคการเมือง จึงเกิดการซื้อตัว ส.ส. เพื่อให้ได้เสียงมากขึ้น สุดท้ายก็เกิดเผด็จการรัฐสภา ออกกฎหมายเอื้อการทุจริตคอร์รัปชัน
หนีไม่พ้นการชุมนุมขับไล่และสู่การรัฐประหาร
.
ตอนท่านพลเอกประยุทธ์ รัฐประหารครั้งล่าสุด ท่านน่าจะจำได้ว่า ประชาชนออกมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ เพราะเบื่อหน่ายการเมือง ทั้งโกง และใช้อำนาจไม่ชอบตามอำเภอใจ
.
แม้การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ประชาชนก็ยังเทคะแนนเสียงให้ท่าน เพราะฝากความหวังว่า ท่านจะต้องนำพาประเทศให้ดีขึ้น จัดการพวกจ้องทำลายสถาบัน รวมทั้งพวกทุจริตคอร์รัปชัน
.
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมเองยังเชื่อมั่นว่าท่านยังมีความซื่อสัตย์สุจริต แต่ภาพองคาพยพต่างๆที่เกิดขึ้น มันชักจะดูแปลกๆ ผมก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าท่านไม่ทราบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น
เกิดในสมัยรัฐบาลนี้ มีท่านเป็นผู้นำ
.
สังคมเริ่มแคลงใจ เมื่อมีการแก้ไขบัตรสองใบเหมือนรัฐธรรมนูญ 40 โดยเฉพาะ สว.ที่ทุกคนรับรู้ว่า คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง และเชื่อว่าเป็นผู้มีวุฒิภาวะ แต่ไปโหวตร่วมกับ ส.ส.
ประชาชนเริ่มมอง ส.ว.ไม่ดี ที่เลวร้ายประธานแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่กล้ามาออกทีวี ชี้แจงประชาชนกรณี\”ลักไก่\”
.
สิ่งที่แปลกๆก็คือ มีการเรียกร้องให้ท่านนายก ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 (2) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาลบอกว่า นายกไม่มีอำนาจ
ซึ่งมันขัดแย้งกับความเห็นนักกฎหมายทั่วไป ประชาชนชักเริ่มสงสัยในความคิดของท่าน
.
มาเจอปัญหาไทยคม ตอนแรกก็อุ่นใจ ที่ท่านตั้งกรรมการสอบ แต่ไปๆมาๆ ไทยคม 4 และ 6 ที่รับมอบมากลับอ้างว่าบริหารไม่ได้ ต้องจ้างบริษัทไทยคมมาบริหาร ทั้งๆที่ทุกคนรับรู้ว่า
รัฐมนตรีกระทรวงนี้คือ ลูกจ้างเก่าของเจ้าของบริษัทไทยคม จนคนในพรรคพลังประชารัฐเอง ก็ยังโพสต์เฟสวิจารณ์ ที่สำคัญบริษัทไทยคมมีความไม่โปร่งใส และเป็นคู่ขัดแย้งเรื่องดวง 7 และ 8 กับรัฐบาลด้วย
.
มาล่าสุด กรณี\”ไพบูลย์โมเดล\” ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 99 กำหนดชัดเจนว่า \”ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้\”
เพราะเคยเกิดปัญหาในรัฐธรรมนูญ 2540 นำไปสู่เผด็จการรัฐสภา จนเกิดความกังขาในสังคมว่า มีใครใช้ใบสั่งกับใครหรือไม่
.
ผมเห็นทิศทางการเมืองแล้ว บอกตรงๆว่าไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราต้องป้องกันการทุจริต กระบวนการยุติธรรมต้องให้สังคมยอมรับ ไม่ควรมีการใช้อำนาจที่ไม่ชอบเหนือองค์กรอิสระ
แต่ทิศทางหลายอย่างกำลังเดินเหมือน 20 ปีที่ผ่านมา \”ไพบูลย์โมเดล\” กำลังจะดึงประเทศย้อนหลัง
.
อยากให้ท่านเตือนสติใครก็ได้ ที่ท่านคิดว่ามีอำนาจเป็นผู้เล่น อย่าดึงประเทศถอยหลังอีกเลย เพราะทิศทางการเดินมันดูคุ้นๆ คล้ายๆกับระบอบทักษิณ ผมยังเชื่อมั่นในตัวท่านนายก
ว่าท่านคิดดีต่อชาติ แต่ชักเริ่มไม่ไว้ใจคนที่กำหนดเกมส์ ที่กำลังจะเดินไปสู่ปัญหาใหม่ของประเทศ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ไทยโพสต์
https://www.thaipost.net/newsupdate/xcitenews/9228/
https://www.thaipost.net/newsupdate/politicsnews/9292/
เรื่องเล่าข่าวเด็ด
ไพบูลย์
โทนี่
เรื่องเล่า ข่าวเด็ด

READ  [NEW] BTS Stock Price and Chart — SET:BTS — TradingView | settrade bts - Nangdep.vn

หนาวแน่! \

LIVE ครูเงาะ 🔊 รู้มั้ย ทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเอง


ไลฟ์ครูเงาะ 🔊 รู้มั้ย ทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเอง
 
รับความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองดี ๆ กับครูเงาะได้ทาง
👉 LINE: @krungor [ https://line.me/R/ti/p/%40shx0712v ]

LIVE ครูเงาะ 🔊 รู้มั้ย ทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเอง

จงดูคลิปนี้……..แล้วเชื่อมั่นในตัวเอง [พากย์ไทยโดย ”SPARK MiND\”]


สวัสดิครับ ขอให้ทุกๆคนได้รับข้อคิดกับคลิปนี้
ถ้าใครคิดว่าช่องนี้เป็นประโยชน์ก็ฝากติดตามด้วยนะครับ
ถ้ามีใครสนใจอยากติดต่อจ้างพากย์ก็ติดต่อได้ที่นี้เลย:
spark.mind14@gmail.com
SPARKMiND

จงดูคลิปนี้........แล้วเชื่อมั่นในตัวเอง [พากย์ไทยโดย ''SPARK MiND\

Principle 03: คนฉลาดคือคนไม่มั่นใจในตัวเอง / Have a nice day! EP 86 โดย นิ้วกลม


Principle 03: คนฉลาดคือคนไม่มั่นใจในตัวเอง / Have a nice day! EP 86 โดย นิ้วกลม
ติดตามชมรายการสด ‘Have a nice day!’ จันทร์ ศุกร์ 7:008:00 น. ได้ทาง FB : Roundfinger / Youtube : Roundfinger Channel / Clubhouse : Roundfinger
⏳ ดูย้อนหลังได้ทุกตอน ทาง Youtube : Roundfinger Channel และทาง Podcast
😊 ถ้าชอบเนื้อหา ฝากกด Like และ กด Subscribe ไว้ด้วยนะคะ
😊 ร่วมสนับสนุนรายการ have a nice day! ให้อยู่อย่างยั่งยืน ได้ที่ ธ.กสิกรไทย 7292313238 สาธิดา เฮ้งสวัสดิ์
📚 สนใจหนังสือของนิ้วกลมและสำนักพิมพ์ KOOB (คู้บ) กดลิ้งค์นี้ได้เลย https://m.me/141179435910975?ref=koob
☎️ ติดต่องานนิ้วกลม ได้ที่ 0877125874 (คุณหนึ่ง)
FB : https://www.facebook.com/Roundfinger.BOOK
LINE : @roundfinger
IG : Roundfinger
Clubhouse : Roundfinger
Spotify : https://spoti.fi/3y9NUbY
Apple Podcast : https://apple.co/36YqJ9a
SoundCloud : https://bit.ly/2TjmGRq
Podbean : https://bit.ly/3h5P4zB
Blockdit : https://www.blockdit.com/roundfinger
Roundfinger นิ้วกลม ความสุขโดยสังเกต ทักษะความสุข Haveaniceday

Principle 03: คนฉลาดคือคนไม่มั่นใจในตัวเอง / Have a nice day! EP 86 โดย นิ้วกลม

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ไม่ มั่นใจ ใน ตัว เอง

Cẩm Nhung

Xin chào các bạn, Mình tên là Cẩm Nhung, như bao cô gái khác mình cũng đam mê mỹ phẩm say mê làm đẹp và chỉnh chu cho nhan sắc của mình. Vì thế, mình muốn chia sẻ những bí quyết làm đẹp của mình cho các bạn để các bạn có thể cẩn thận hơn cũng như tìm hiểu được những cách chăm sóc da đẹp nhất.

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button