Home » [NEW] “Sharing Economy” เทรนด์แบ่งปันใน “ธุรกิจอาหาร” ที่น่าจับตามอง | sharing economy คือ – Nangdep.vn

[NEW] “Sharing Economy” เทรนด์แบ่งปันใน “ธุรกิจอาหาร” ที่น่าจับตามอง | sharing economy คือ – Nangdep.vn

sharing economy คือ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Sharing Economy หรือ “แนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน” เป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ที่น่านับตามองในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดสำคัญคือ การทำธุรกิจแบบ Peer-to-Peer (P2P) ซึ่งเป็นการจับคู่กันระหว่างผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่มีทรัพยากรหรือทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งานหรือมีมากเกินความจำเป็น กับผู้บริโภคที่ต้องการใช้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคแทนการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นเป็นของตัวเอง อีกทั้ง ยังเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับผู้ให้บริการอีกด้วย ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของการเช่าหรือการยืมใช้ชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมโยงธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้ทรัพยากรหรือทรัพย์สินเหล่านั้นถูกนำมาใช้หรือจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

 

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Z หรือกลุ่ม Millennials คือกลุ่มคนที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของโมเดลธุรกิจรูปแบบนี้ ซึ่งเป็นผลจากความคุ้นเคยในเรื่องเทคโนโลยี รวมทั้งแรงจูงใจในเรื่อง Circular Economy และการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการตระหนักเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อนมากกว่าคนรุ่นก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการผลิตและการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น อันจะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งตัวอย่างของโมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกันดี เช่น Uber, Grab, Airbnb, Car Sharing, Co-Working Space เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรูปแบบธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่และกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับ PWC ที่คาดการณ์ว่า มูลค่าธุรกิจ Sharing Economy ทั่วโลก จะเติบโตขึ้นไปอยู่ที่ 335,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

หากหันมามองในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เราจะพบว่า เริ่มมีการนำแนวคิดเรื่อง Sharing Economy มาปรับใช้แล้ว ซึ่งตัวอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจนและเริ่มแพร่หลายมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ คือ Shared Kitchen หรือครัวกลาง ซึ่งจะเป็นการให้บริการเช่าพื้นที่ครัวส่วนกลางและอุปกรณ์ทำครัวแบบอุตสาหกรรมเพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยอาจจะรวมถึงการให้บริการเสริมอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ การทำ Branding, จัดซื้อวัตถุดิบ, บรรจุและจัดส่งอาหาร, วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคและทำการตลาด หรือแม้แต่การให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจอาหารอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจลงได้อีกด้วย โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนคงที่ ซึ่งสามารถแชร์กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่หน้าร้านหรือพื้นที่ครัวเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ หลายประเทศในแถบยุโรปยังมีบริการรับจ้างผลิตอาหารให้กับแบรนด์ร้านอาหารดัง ๆ เพื่อจัดส่งในรูปแบบ Delivery อีกด้วย

 

ความจริงแล้ว แนวคิดเรื่อง Sharing Economy ในธุรกิจ Foodservice ไม่ใช่เรื่องที่ใหม่ แต่เกิดขึ้นในต่างประเทศมาหลายปีแล้ว และมีหลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น “Eatwith” ซึ่งเป็น food application ที่จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่าง Airbnb เพื่อตอบโจทย์ทั้งในเรื่องที่พักและอาหาร โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการจาก Local host ในท้องถิ่นเพื่อจัดเตรียมอาหารให้ในลักษณะ one-off meal โดยจะมาร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าบ้านในฐานะแขกของบ้านหลังนั้นอย่างเป็นกันเอง ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ชื่นชอบแนวคิดนี้มากเพราะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่แตกต่างจากการไปรับประทานตามร้านอาหารทั่วไป โดยพบว่าปัจจุบัน Eatwith ให้บริการครอบคลุมในกว่า 130 ประเทศทั่วโลกแล้ว อีกทั้ง ยังขยายรูปแบบการให้บริการไปสู่คอร์สสอนทำอาหารท้องถิ่น รวมทั้งการจัดเตรียมอาหารกล่องสำหรับปิกนิกให้นักท่องเที่ยวด้วย

 

นอกจากนี้ แนวคิดเรื่อง Food Sharing ยังมีส่วนช่วยลด Food Waste หรือขยะอาหาร ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในหลายเมืองทั่วโลกอีกด้วย ทั้งนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเมินว่า ราว 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตออกมาถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหาร โดยล่าสุดในปี 2020 มีปริมาณมากถึงกว่า 1,300 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าราว 6.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นปริมาณที่มากเพียงพอที่จะเลี้ยงคนได้ถึงกว่า 3 พันล้านคน ซึ่งหากเราสามารถบริหารจัดการปริมาณอาหารส่วนเกินดังกล่าวได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดก็จะส่งผลดีทั้งต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย ข้อมูลของ FAO ระบุว่า การผลิตขยะอาหารเหล่านี้นำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 4.4 กิกะตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมเลยทีเดียว

 

หัวใจสำคัญของการลดขยะอาหาร คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ โดยพบว่าปัจจุบันมีสตาร์ตอัปหลายรายที่พัฒนา Food Application เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ตัวอย่างเช่น “Too Good To Go” สัญชาติอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ร้านอาหารนำอาหารที่เหลือในแต่ละวันมาขายต่อให้กับผู้บริโภคในราคาถูก แต่ผู้บริโภคจะยังไม่รู้ว่าเมนูอาหารที่เหลือคืออะไร จนกว่าจะไปรับอาหารเองก่อนเวลาร้านปิด ซึ่งจุดเด่นของ To Good To Go คือจำนวนร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์มากกว่า 38,500 ร้าน โดยพบว่าหลังจากเปิดใช้งานได้เพียง 3 ปี แอปพลิเคชันนี้สามารถช่วยกู้ชีวิตอาหารจากร้านอาหารก่อนจะถูกทิ้งไปได้ถึงมากกว่า 30 ล้านมื้อ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในโมเดลลดขยะอาหารที่ประสบความสำเร็จที่สุดของยุโรป และถูกนำไปใช้ในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก แม้แต่ญี่ปุ่นเองก็ได้นำโมเดลดังกล่าวนี้ไปปรับใช้ ภายใต้แอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “TABETE” แต่ความแตกต่างคือ ร้านอาหารพาร์ทเนอร์ของ TABETE จะต้องถ่ายภาพของเมนูอาหารที่เหลือหรือคาดว่าจะเหลือในแต่ละวันลงบนแอปพลิเคชันก่อน จากนั้นจึงเปิดขายดีลให้กับผู้บริโภคที่สนใจต่อไป โดยพบว่าหลังจากเปิดใช้งานเพียง 1 ปี ก็มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการมากถึงกว่า 3,000 ร้าน เพราะสอดคล้องกับแนวคิดรักษ์โลก และการแก้ไขปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้งในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

 

OLIO คืออีกหนึ่งแอปพลิเคชันจากอังกฤษ ที่มุ่งเน้นการลดขยะอาหารที่เกิดขึ้นในครัวเรือน ซึ่งเกิดจากทั้งอาหารที่ปรุงแล้วรับประทานไม่หมด หรือแม้แต่วัตถุดิบที่ซื้อมาแล้วใช้งานไม่ทัน โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวนี้ จะเปิดโอกาสให้คนในชุมชนหรือละแวกใกล้เคียง สามารถแบ่งปันอาหารและของเหลือใช้ต่างๆ ในครัวเรือน ทั้งอาหารที่ปรุงแล้ว วัตถุดิบเหลือใช้ ผักที่ปลูกเอง ไปจนถึงของใช้ทั่วไปกับเพื่อนบ้านผ่านการ request และยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันเพื่อนัดหมายเวลาและสถานที่ในการรับของเหล่านั้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดขยะอาหารในครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านและคนในชุมชนผ่านการแบ่งปันอีกด้วย ซึ่งปัจจุบัน OLIO ทำให้เกิดการแบ่งปันอาหารไปแล้วกว่า 2.9 ล้านมื้อ และกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลในการลดขยะอาหารที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกเช่นกัน

 

ถึงแม้ว่าโมเดล Food Sharing ที่ครบวงจรและเป็นระบบแบบนี้อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในไทย แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น The Next Frontier สำหรับแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปันในธุรกิจอาหารที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะตอบโจทย์แนวคิดรักษ์โลกแล้ว ยังเป็นโมเดลธุรกิจในยุคเศรษฐกิจแบบแบ่งปันที่สร้างความสุขใจทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับอีกด้วย

   

 


เดือนละล้าน!! ทำเงินล้านจากออนไลน์ ทำได้อย่างไร!? | x Kem Life


ชอบมาก และ อยากเลี้ยงกาแฟผม : https://kofi.com/kimpropertylive
★☆★ เรียนรู้เพิ่มเติม ★☆★
บทความอสังหา : http://www.properth.com/
รับความรู้ฟรี ทุกอาทิตย์ ผ่าน LINE : http://line.me/ti/p/%40spc2852x ★☆★ เรียนรู้เพิ่มเติม ★☆★
บทความอสังหา : http://www.properth.com/
รับความรู้ฟรี ทุกอาทิตย์ ผ่าน LINE : http://line.me/ti/p/%40spc2852x สร้างเงินล้านจากออนไลน์ สร้างเงินล้านจากอินเตอร์เน็ต
1. ขายของออนไลน์
2. Dropship
3. งานออนไลน์
4. โฆษณา Facebook
5. shopify
6. Ecommerce
7. นำเข้าของจากจีน
สวัสดีครับ ผมคิม vdo ชุดนี้เพื่อ ผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ หลักแสนต่อเดือน
ด้วย Active Income จาก งาน ธุรกิจ หรือ อาชีพเสริม
สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
ผมอยากให้ทุกคน มีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น
เเละ ความรู้ทางการเงิน จะทำให้คุณสามารถสร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเองได้ครับ
ดูเเล้วชอบ อยากดูต่อ ติดตามด้วยเน้อ
ตรงนี้ ตรงนี้
https://goo.gl/segwTS
รับความรู้ฟรี
LINE : http://line.me/ti/p/%40spc2852x
สำหรับติดต่อ : kim.chatchawan[at]gmail.com
สนใจสัมมนา
LINE : http://line.me/ti/p/%40spc2852x
Facebook FanPage : https://www.facebook.com/kim.properth/
รายได้เสริม สร้างเงินแสน อาชีพ
ติดตาม Kem Life : https://www.youtube.com/user/nattawatkem

See also  [Update] | รายได้จากการท่องเที่ยว 2560 - Nangdep.vn

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

เดือนละล้าน!! ทำเงินล้านจากออนไลน์ ทำได้อย่างไร!? | x Kem Life

เศรษฐกิจแบ่งปัน sharing economy การกระจายความร่ำรวย คำตอบในยุคดิจิตอล


เมื่อนิยามของเศรษฐกิจ และ ทุนนิยมถูกท้าทาย คำถามคือ เราจะสามารถขุดทรัพยากรและใช้สินค้ากันอย่างที่เป็นอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่
วันนี้เศรษฐกิจใหม่กำลังถูกแนะนำและใช้งานได้จริง เศรษฐกิจแบ่งปันกำลังเป็นที่จับตามองในฐานะที่เป็นระบบที่จะจัดการทรัพยากรและกระจายรายได้ให้กับประชาชน
จะเป็นไปได้มากแค่ไหน มารอดูกัน

สามารถติดตามข่าวสารผ่านทางช่อง facebook ได้ที่ช่อง Human and Tech https://www.facebook.com/HumanAndTechByMay/
รับความรู้ สาระบันเทิงผ่านไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40fgk4074r
และชมวิดีโอที่
https://goo.gl/EZvcyV

เศรษฐกิจแบ่งปัน sharing economy การกระจายความร่ำรวย คำตอบในยุคดิจิตอล

Cathie Wood: The ENTIRE Economy Is About To Collapse


Interested in seeing my full portfolio with explanations along with buy and sell alerts? Join my research platform here: https://www.patreon.com/casgains
Join Interactive Brokers here: https://www.interactivebrokers.com/mkt/?src=casgainsy\u0026url=%2Fen%2Findex.php%3Ff%3D1338
Link to the research report detailed in the video: https://www.nber.org/system/files/working_papers/w28967/w28967.pdf
Casgains’s Recommended Investing/Business Books: https://docs.google.com/spreadsheets/d/1DI8ca5GLEfQXU34uplO3E3w6YHXbvMbK1JRGxXBeUc/edit?usp=sharing
My Second Channel:
https://www.youtube.com/channel/UCPkDot_lMk7HB_c68HubbUg
Twitter: https://twitter.com/casgains
Instagram: https://www.instagram.com/casgainsacademy/
Contact for business inquiries only: casgainsacademy@gmail.com
Investors have been worrying about an impending recession for years, but the market has only continued to increase in value. Recent economic data is showing that such worries may be confirmed in a major way. Cathie Wood has predicted many economic trends. She foresaw the growth of disruptive technologies, the recent commodity crash, and is now seeing something not many have caught onto yet. Cathie is now seeing a trend that will cause many investors will start to panic and may even lead to a recession. This video will explain exactly what those indicators are and what serious risks are ahead.
Before we get into the massive shift that is about to occur and spark worries of a recession, we have to talk about the events that are building up this disaster. The pandemic initiated a variety of supply shortages. Consumer prices increased dramatically and supply chains couldn’t keep up with the renewed consumer demand from the recovery. The most renowned instance of this is the chip shortage, which has affected almost every company in some shape or form. Demand for chips is at all time highs while supply chains are still recovering from pandemic related issues. This exuberance has increased chip prices to new highs, which might seem unprecedented, but it’s just part of a bigger cycle that always happens with chips. The way that the chip cycle works is quite simple. First, consumer demand for chips increases dramatically in a short period of time, which leads chip prices to increase. After chip suppliers see the high consumer demand, they will then quickly try to build new production plants, which takes around 18 to 24 months. By the time these new plants are created, consumer demand has already disappeared while supply chains are beginning to ramp up. This is because chips are durable and do not have to be replaced that often, so all the consumers that recently purchased chips do not need more. Ultimately, chip prices decline as supply exceeds demand. Because of a lack of sales, chip suppliers then have to slow down chip production. At the same time that this happens, consumer demand begins to increase as consumers start to replace their old chips. This leads to high demand and low supply once again. The cycle continues again shortly after. Supply chains see high consumer demand and ramp up production, only to find out that consumer demand has already disappeared.
This cycle always happens over and over again, but right now we’re in a very unique situation. AMD CEO Lisa Su recently stated that “We’ve always gone through cycles of ups and downs, where demand has exceeded supply, or vice versa. This time, it’s different.” The reason why this time is different is because the pandemic has exaggerated the cycle to unprecedented levels. And just like every cycle, what goes up must come down.
The worst part about this is that it’s not just happening in the chip sector, but almost every single good. Suppliers are panicking to meet consumer demand for goods, but that demand is already starting to disappear because consumers have already purchased their goods. Lisa Su stated herself that the chip shortage will likely end next year. She said, “it might take, you know, 18 to 24 months to put on a new plant, and in some cases even longer than that. These investments were started perhaps a year ago.” Using Lisa Su’s estimate, we will likely see a sudden increase in chip supplies in 6 to 12 months. Cathie Wood knows that supply shortages are real and are still apparent, but she is seeing some signals that the cycle is starting to inflect — in other words, the tides are turning. The supply of goods is starting to increase dramatically as demand is already losing traction. This is not something that is only chiprelated by the way. The downwards inflection of the supply and demand cycle will affect all goods, whether it be laptops or hand sanitizer. This impending collapse will cause many investors to panic and worry about an upcoming recession. Cathie doesn’t think that a recession will actually happen, but knows that investors will begin to expect one.

See also  [Update] แปลเพลง : Rita Ora | new look แปล - Nangdep.vn
See also  [Update] [รีวิว] วิธีซื้อหุ้นต่างประเทศ ค่าธรรมเนียม และภาษี | หุ้น อเมริกา - Nangdep.vn

Cathie Wood: The ENTIRE Economy Is About To Collapse

เสวนาวิชาการ แนวคิด Sharing Economy Grab และ Airbnb


เสวนาวิชาการ Sharing Economy Grab และ Airbnb
เพื่อหาทางแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561
สุริยงค์ หุณฑสาร (ผู้ดำเนินรายการ)
คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ (เลขาธิการพรรค)
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ (โฆษกพรรคภูมิใจไทย)
คุณธรินทร์ ธนียวัน (กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ ไทยแลนด์ จำกัด)
คุณสาโรจน์ อุ่นวัฒนนุกูล (Airbnb Thailand Super Host)
คุณขรรค์ชัย อาราม (ผู้บริหารโครงการ BStay)
คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (สมาชิกพรรคภูมิใจไทย)

เสวนาวิชาการ แนวคิด Sharing Economy Grab และ Airbnb

BCOLLABORATIVE \”Sharing Economy\”


BCOLLABORATIVE \

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ sharing economy คือ

Leave a Reply

Your email address will not be published.