Home » [Update] กลยุทธ์ทางการตลาด (8 P’s Strategy) | ตัวอย่าง กลยุทธ์ – Nangdep.vn

[Update] กลยุทธ์ทางการตลาด (8 P’s Strategy) | ตัวอย่าง กลยุทธ์ – Nangdep.vn

ตัวอย่าง กลยุทธ์: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

             กลยุทธ์ทางการตลาด (8 P’s Strategy) หมายถึง กลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ซึ่งเป็นส่วนผสมทางการตลาด (Marketing Mix) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า 8P’s ซึ่งต้องมีแนวทางความคิดทางการสื่อสารการตลาด(IMC)โดยอาศัยเครื่องมือการ ติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคแบบสมัยใหม่ซึ่งแบ่งส่วนขยายเพิ่มเติมจากเดิมอีก หลายส่วนทั้งงานศึกษาทั้งภายในและภายนอกประเทศเชื่อมโยงสู่การทำธุรกิจสมัย ใหม่ซึ่งเน้นการสร้างผลกำไรสูงสุดบนความพอใจของผู้บริโภคซึ่งเป็นการทำ ธุรกิจระยะยาว (Long-Term Business) พร้อมกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคสมัยใหม่ซึ่งเปลี่ยนไปอย่างมากโดยเฉพาะการแบ่งส่วนการตลาด (Segmentation) ซึ่งไม่สามารถแบ่งส่วนการตลาดแบบ เดิมๆ ได้แล้ว ซึ่งการเอกสารการศึกษาในส่วนแรกเป็นแนวทางทำธุรกิจและก่อให้เกิดพฤตกรรมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส่วนที่เอกสารอื่นๆจะช่วยในการวางแผนการตลาด ในธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับการศึกษาในครั้งนี้

แนวคิดทางการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดโดยใช้ 8P’s ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนผสมทางการตลาด ดังนี้
1. กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ( Product Strategy )
2. กลยุทธ์ราคา ( Price Strategy )
3. กลยุทธ์การจัดจำหน่าย ( Place Strategy )
4. กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy )
5. กลยุทธ์การบรรจุภัณฑ์ ( Packaging Strategy )
6. กลยุทธ์การใช้พนักงานขาย ( Personal Strategy )
7. กลยุทธ์การให้ข่าวสาร ( Public Relation Strategy )
8. กลยุทธ์พลัง ( Power Strategy )
……………………………………………………ซึ่งสามารถอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายๆดังนี้

1. กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) คือ กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์นั้น จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจ เกี่ยวกับ
      1. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ (Product attribute)
      2. ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product mix)
      3. สายผลิตภัณฑ์ (Product lines)

สิ่งที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
     1. แนวความคิดด้านผลิตภัณฑ์ (Product Concept) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค Product ได้ ต้องมีความชัดเจนในตัวผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
     2. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ (Product attribute) จะต้องทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นผลิตมาจากอะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ลักษณะทางกายภาพ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ขนาด ความดี ความงาม ความคงทนทานด้านรูปร่าง รูปแบของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตัวของมันเอง
     3.ลักษณะเด่นของสินค้า (Product Feature) การนำสินค้าของบริษัทไปเปรียบเทียบกับสินค้าของคู่แข่งขันแล้วมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และจะต้องรู้ว่าสินค้าเรามีอะไรเด่นกว่า เช่นลักษณะเด่นของ Dior คือเป็นผลิตภัณฑ์ชันนำจากปารีส
     4.ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ (Product Benefit) พิจารณาว่าสินค้ามีลักษณะเด่นอย่างไรบ้าง และสินค้าให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าบ้าง ระหว่างการให้สัญญากับลูกค้า กับการพิสูจน์ด้วยลักษณะเด่นของสินค้า

ตัวอย่างกลยุทธ์
     : ขยายวิธีการใช้ใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์เราเพื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป
: ละทิ้งผลิตภัณฑ์ซึ่งบังไม่สามารถทำกำไรนับตั้งแต่เมื่อนำผลิตภัณฑ์นั้นๆ สู่ตลาดแล้วเป็นเวลา 5 ปี

2. กลยุทธ์ราคา (Price Strategy) เป็นการกำหนดว่าเราจะตั้งราคาแบบใด กลยุทธ์ราคาสูงหรือราคาต่ำ สิ่งที่จะต้องตระหนัก คือ ราคาทีได้กำหนดไว้นั้นเหมาะสมในการแข่งขัน หรือสอดคล้องกับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของสินค้านั้นหรือไม่กลยุทธ์ ด้านราคา (Price strategy) การกำหนดกลยุทธ์ด้านราคามีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาดังนี้
    1.ตั้งราคาตามตลาด ( On going price ) หรือตั้งราคาตามความพอใจ ( Leading price )
           1.1 ตั้งราคาตามตามตลาด (On going price) เหมาะสำหรับสินค้าที่สร้างความแตกต่างได้ยากจึงไม่สามารถจะตั้งราคาให้แตกต่างจากตลาดคู่แข่งขันได้ นั่น
คือ การตั้งราคาตามคู่แข่งขัน
1.2 ตั้งราคาตามความพอใจ ( Leading price ) เป็นการตั้งราคาตามความพอใจโดยไม่คำนึงถึงคู่แข่งขัน เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างในตราสิน
ค้า สินค้าที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวมีภาพพจน์ที่ดี จะตั้งราคาเท่าไรก็ไม่มีใครเปรียบเทียบ
     2. สินค้าจะออกเป็นแบบราคาสูง ( Premium price ) เมื่อแน่ใจในคุณภาพที่เหนือกว่า และการยอมรับในราคาของลูกค้า หรือราคามาตรฐาน (Standard ) เมื่อใช้การตั้งราคาโดยพิจารณาจากราคาของคู่แข่งขัน หรือตราสินค้าเพื่อการแข่งขัน ( Fighting brand ) เป็นสินค้าด้อยคุณภาพกว่าคู่แข่งขันเล็กน้อย จะลงตลาดล่าง
     3. การตั้งราคาเท่ากันหมด ( One pricing ) คือสินค้าหลายอย่างที่มีราคาติดอยู่บนกล่องหมายถึง ไม่ว่าจะขายอยู่ที่ใดฤดูหนาวหรือฤดูร้อนราคาก็เท่ากันหมด หรือราคาแตกต่างกัน( Discriminate price ) ข้อดี คือสามารถเรียกราคาได้หลายราคา แต่ข้อเสียก็คือ เราต้องหาเหตุผลในการตั้งราคาหลายอย่าง เพื่อให้คนยอมรับได้
     4. การขยายสายผลิตภัณฑ์ ( Line extension ) ในกรณีนี้การนำเสนอสินค้าเริ่มต้นด้วยราคาหนึ่ง แล้วมีกลยุทธ์เผยแพร่ความนิยมไปยังตลาดบน หรือตลาดล่าง
    5. การขยับซื้อสูงขึ้น ( Trading up ) เป็นการปรับราคาสูงขึ้นทำให้ได้กำไรมากขึ้นจึงพยายามขายให้ปริมาณมากขึ้นหรือการขยับซื้อต่ำลง ( Trading down ) เป็นการผลิตสินค้าที่มีราคาแพงให้มีคุณภาพกว่าสินค้าที่ราคาถูกเล็กน้อยแต่ ตั้งราคาสูงกว่า เพื่อให้คนซื้อสินค้าที่รองลงมา
    6. การใช้กลยุทธ์ด้านขนาด ( Size ) คือไม่ทำขนาดเท่ากับผู้ผลิตรายอื่น ๆ

ตัวอย่างกลยุทธ์
: ตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งร้อยละ 30 เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของสินค้าที่อยู่ในระดับสูง
: ตั้งราคาต่ำสำหรับช่วงฤดูกาลที่ยอดขายน้อย และตั้งราคาต่ำกว่าผู้นำเล็กน้อยในช่วงฤดูกาลที่ยอดขายดี

3. กลยุทธ์การจัดจำหน่าย (Place Strategy) คือกลยุทธ์เกี่ยวกับวิธีการจัดจำหน่าย จะต้องพิจารณาถึงรายละเอียดดังนี้
     1. ช่องทางการจัดจำหน่าย ( Channel of distribution ) เป็นเส้นทางที่สินค้าเคลื่อนย้ายจากผู้ผลิตหรือผู้ขายไปยังผู้บริโภคหรือผู้ใช้ ซึ่งอาจจะผ่านคนกลางหรือไม่ฝ่ายคนกลางก็ได้
    2. ประเภทของร้านค้า ( Outlets ) ในทุกวันนี้จะพบได้ว่าวิวัฒนาการของการจัดจำหน่ายนั้นเป็นสิ่งที่เจริญเติบโตรวดเร็วมากประเภทของร้านค้ามีมากมายจนแทบจะตามไม่ทันจะขอเรียงลำดับประเภทของร้านค้าจากใหญ่ไปหาเล็ก
(1) ร้านค้าส่ง ( Wholesale store ) เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าในปริมาณมาก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลาง
(2) ร้านค้าขายของถูก( Discount store ) เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าราคาพิเศษ
(3) ร้านห้างสรรพสินค้า( Department store )
(4) ซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่เดี่ยว ๆ (Stand alone supermarket)เป็นร้านที่มีทำเลเดี่ยวไม่ติดกับร้านค้าใดๆ
(5) ช้อปปิ้งชุมชน ( Community mall ) เป็นร้านค้าที่อยู่ในย่านชุมชน
(6) Minimart จะเห็นได้จากร้านค้าเล็กๆ ตามตึกอาคารสูงๆ ในโรงพยาบาล ซึ่งตั้งฮั่วเส็งเริ่มบุกตลาด Minimart พอสมควร
(7) ร้านค้าสะดวกซื้อ ( Convenience store ) เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค หรือสินค้าสะดวกซื้อ บางร้านจะเปิดบริการ 24 ชั่วโมง
(8) ร้านค้าในปั๊มน้ำมัน
(9) ซุ้มขายของ ( Kiosk ) เป็นร้านที่จัดเป็นซุ้มขายของ บางครั้งจัดเป็นบูท
(10) เครื่องขายอัตโนมัติ ( Vending machine ) เป็นการขายสินค้าผ่านเครื่องจักรอัตโนมัติ
(11) การขายทางไปษณีย์ ( Mail order ) เป็นการขายสินค้าซึ่งใช้จดหมายส่งไปยังลูกค้า มีการลงในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ถ้าพอใจก็ส่งข้อความสั่งซื้อ
ทางไปรษณีย์
(12) ขายโดยแคตตาล็อก ( Catalog sales )
(13) ขายทางโทรทัศน์ ( T.V. Sales )
(14) ขายตรง ( Direct sales ) การขายโดยใช้พนักงานขายออกเสนอขายตามบ้าน
(15) ร้านค้าสวัสดิการ เป็นร้านค้าที่ตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกกับพนักงานตามหน่วยงานราชการ ต่างๆ ของบริษัท หรือสำนักงานต่างๆ
(16) ร้านค้าสหกรณ์ เป็นร้านค้าที่ตั้งอยู่ตามมหาวิทยาลัย และโรงเรียนต่างๆ
    3. จำนวนคนกลางในช่องทาง ( Number of intermediaries ) หรือความหนาแน่นของคนกลางในช่องทางการจัดจำหน่าย( Intensity of distribution ) ในการพิจารณาเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายจะมีกระบวนการ 3 ขั้นตอนดังนี้
(1) การพิจารณาเลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายว่าเป็นใคร
(2) พฤติกรรมในการซื้อของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ซื้อเงินสดหรือเครดิต ต้องจัดส่งหรือไม่ ซื้อบ่อยเพียงใด
(3) การพิจารณาที่ตั้งของลูกค้าตามสภาพภูมิศาสตร์
     4. การสนับสนุนการกระจายตัวสินค้าเข้าสู่ตลาด ( Market logistics ) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิต และตัวสินค้าจากแหล่งปัจจัยการผลิตผ่านโรงงานของผู้ผลิต แล้วกระจายไปยังผู้บริโภค

See also  [Update] ต้องทำหน้าที่รับโทรศัพท์ จะพูดภาษาอังกฤษอย่างไร ? | messi แปล ว่า - Nangdep.vn

ตัวอย่างกลยุทธ์
: ตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งร้อยละ 30 เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของสินค้าที่อยู่ในระดับสูง
: ตั้งราคาต่ำสำหรับช่วงฤดูกาลที่ยอดขายน้อย และตั้งราคาต่ำกว่าผู้นำเล็กน้อยในช่วงฤดูกาลที่ยอดขายดี

4. กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy ) กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดจะต้องประสานกับแผนการตลาดโดยรวมและควรกำหนดแผนการส่งเสริมการตลาดที่เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างกลยุทธ์
: ใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าสนับสนุนตราสินค้าของเรา
: ใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดให้เกิดผลสูงสุดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าของเราในช่วงที่ยอดขายตกต่ำของปี

5. กลยุทธ์การบรรจุภัณฑ์ (Packaging Strategy)การตัดสินใจเลือกรูปแบบการบรรจุภัณฑ์และประเภทวัสดุของบรรจุภัณฑ์มักจะใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่พัฒนาใหม่หรือเมื่อมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสินค้าใหม่กลยุทธ์การบรรจุภัณฑ์มีหลักในการพิจารณาดังนี้ 
1. บรรจุภัณฑ์นั้นเหมาะสมที่จะบรรจุสินค้า ( Put in ) หรือไม่
2. สินค้าเมื่อวางบนชั้นแล้วได้เปรียบ (เด่น ) ( Put up ) หรือไม่
3. สินค้าเมื่อนำเอามาใช้แล้วเก็บสะดวก ( Put away ) หรือไม่
4. บรรจุภัณฑ์สวยงาม ( Prettiness ) หรือไม่
5. สามารถเชิญชวนให้ใช้ ( Pleading ) ได้หรือไม่
6. บรรจุภัณฑ์สามารถสะท้อนตำแหน่งครองใจของสินค้า ( Positioning ) ได้หรือไม่
7. บรรจุภัณฑ์สามารถสะท้อนบุคลิกภาพของสินค้า ( Personality ) ได้หรือไม่
8. บรรจุภัณฑ์สามารถปกป้องสินค้า ( Protection ) ได้หรือไม่
9. บรรจุภัณฑ์มีความสะดวกต่อการใช้งาน ( Practicality ) หรือไม่
10.บรรจุภัณฑ์ที่เลือกนั้นสามารถทำกำไรได้มากขึ้น ( Profitability ) ได้หรือไม่
11.บรรจุภัณฑ์นั้นสามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมการตลาด ( Promotion ) ได้หรือไม่
12.เป็นการบอกถึงวิธีการใช้สินค้า ( Preaching ) ได้หรือไม่
13.สามารถดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ( Preservation ) ได้หรือไม่ ถ้านำสิ่งเหล่านี้มาพิจารณาทั้งหมดจะเห็นว่าในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของบริษัทจะเป็นโลโก้ ตัวหนังสือ ตัวอักษรการเลือกเป็นกระดาษ เป็นโฟม เป็นฝาจุก หรือเครื่องหมาย สีสันต่างๆ บริษัทก็จะได้บรรจุภัณฑ์ที่ดี

ตัวอย่างกลยุทธ์
: เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ด้วยสีสันที่สดใสเพื่อให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน ณ จุดขาย
: ตั้งราคาต่ำสำหรับช่วงฤดูกาลที่ยอดขายน้อย และตั้งราคาต่ำกว่าผู้นำเล็กน้อยในช่วงฤดูกาลที่ยอดขายดี

6. กลยุทธ์การใช้พนักงานขาย (Personal Strategy)                                                                                                                                                                                  
            การขายโดยใช้พนักงานขายจัดเป็นรูปแบบการปฏิบัติตัวต่อตัวระหว่างกิจการกับลูกค้าทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังคำสั่งซื้อด้วยรูปแบบการขายที่แตกต่างกัน การขายโดยพนักงานขายนั้นเกี่ยวข้องกับการจ้างพนักงานขาย การจัดการทั่วๆไปเกี่ยวกับพนักงานขาย ตลอดจนการบริหารสินค้าคงคลัง การเตรียมการเสนอขายและการบริการหลังการขาย ในการพัฒนาแผนกการขายนั้น กิจการจะเริ่มตั้งแต่การตั้งวัตถุประสงค์และปฏิบัติการ ซึ่งต้องมีความชัดเจนและสอดคล้องกับประเภทของธุรกิจ โดยอาจเป็นธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจการบริการ หรือธุรกิจการผลิต จากนั้นจึงกำหนดกลยุทธ์การขาย และการดำเนินงาน การขายโดยใช้พนักงานขายนั้นหวังผลลัพธ์เพื่อเพิ่มยอดขายและขณะเดียวกันก็ เพื่อสร้างสัมพันธ์ภาพระยะยาวกับลูกค้าอีกด้วย นอกจากนี้การขายโดยใช้พนักงานขายนั้น ยังมีการใช้โบว์ชัวร์ เอกสาร ใบปลิว วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยในการนำเสนอขายของพนักงาน ตลอดจนเป็นหลักฐานอ้างอิงและสามารถมอบไว้ให้ลูกค้าเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

See also  [NEW] เกี่ยวประวัตินักร้อง นักแเสดงต่างประเทศ | เฉินหลง เสียชีวิต - Nangdep.vn

ตัวอย่างกลยุทธ์
: กำหนดตัวเลขอัตราส่วนการขาย เช่น จำนวนลูกค้าที่คาดหวัง ( Prospect ) เมื่อเทียบกับจำนวนที่กลายเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าของเราในที่สุดหรือจำนวน ลูกค้าที่ซ่อสินค้าเมื่อเทียบกับลูกค้าที่เข้ามาในห้างทั้งนี้เพื่อการตรวจสอบถึงประสิทธิภาพของพนักงานขาย
: คิดค้นโปรแกรมการให้ผลตอบแทนการขาย ( Incentive Program ) ใหม่ๆ เพื่อเป็นรางวัลแกพนักงานขายที่ทำยอดขายตามเป้า

7. กลยุทธ์การให้ข่าวสาร (Public Relation Strategy) 
             การให้ข่าวสารนั้นคือรูปแบบหนึ่งของการติดต่อสื่อสารที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อทั้งนี้เพื่อสร้างทัศนคติที่เป็นบวกต่อสินค้าและกิจการของเรา แต่ปัจจุบันการสื่อสารโดยวิธีดังกล่าวอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางอ้อมเกี่ยวกับสื่ออีกด้วย การให้ข่าวสารแก่สาธารณะชน นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ การให้ข่าวสารจัดว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในระยะยาวแก่องค์กร และต้องการให้ผลลัพธ์นี้ออกมาในเชิงบวกแก่องค์กร สิ่งที่เราต้องพิจารณาอย่างยิ่งในการให้ข่าวสารคือ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้รับข่าวสารและสื่อโฆษณาที่จะใช้เพื่อการสื่อข่าวสาร

ตัวอย่างกลยุทธ์
: การร่วมมือกับสื่อบางสื่อ เพื่อจัดเทศกาลในโอกาสพิเศษ
: กำหนดโปรแกรมการเปิดตัวการบริการรูปแบบใหม่ของธุรกิจเรา: กำหนดโปรแกรมการเปิดตัวการบริการรูปแบบใหม่ของธุรกิจเรา

8. กลยุทธ์พลัง ( Power Strategy )
           พลังในที่นี้หมายถึง อำนาจในการต่อรองและควบคุม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการเนรมิตให้เกิดขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นและขาดเสียไม่ได้ในองค์ประกอบ P ส่วนสุดท้ายนี้ เพราะอำนาจต่อรองจะเป็นพลังพิเศษที่นำมาใช้ต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้าให้บริษัทได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุดในกรณีที่ไม่สามารถตกลงกันตามกรอบได้อย่างลงตัว

สรุป
           กลยุทธ์การตลาด 8P ที่ได้กล่าวมานี้เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นักธุรกิจส่วนใหญ่นำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการทำการตลาด โดยอาจแตกต่างตรงที่บางบริษัทประสบความสำเร็จ แต่บางบริษัทกลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบริษัทที่ล้มเหลวไม่อาจสร้างองค์ประกอบทางกลยุทธ์ 8P ได้ครบตามวงจร ดังนั้นผู้ประกอบการที่สนใจจะใช้กลยุทธ์ 8P นี้ทำการตลาดให้ได้ผล ต้องเอาใจใส่ทุกรายละเอียดของกลยุทธ์แต่ละข้อ เพื่อสร้างสรรค์ตัว P ทั้งแปดให้เกิดขึ้นมาให้ได้

 

 

 

 

Share this:

Like this:

ถูกใจ

กำลังโหลด…

 


9 กลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้า


9 กลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้า
คุณณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง บรรยายถึงกลยุทธ์และแนวทางการสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้าสำหรับการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2019 ดังนี้
1.สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า โดยไม่ได้วัดกันที่ไลก์เยอะ แชร์เยอะ แต่อยู่ที่เป้าหมายที่แท้จริง คือ ขายของได้ ฉะนั้นไม่ว่าทำคอนเทนต์ยังไงสิ่งสำคัญ คืออย่าลืมคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์ ของธุรกิจ อย่าลืมจุดแข็ง
2.content uniqueness มี 2 สิ่งสำคัญ คือ เนื้อหาที่ดี และการนำเสนอที่ดี เมื่อมีเนื้อหาที่ดีแล้ว ก็ต้องมีการนำเสนอที่น่าสนใจด้วย ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับสองสิ่งนี้ ‘มีเนื้อหาเป็นเอก และการนำเสนอเป็นเอก’
3.content strategy ที่ผ่านมาเราทำคอนเทนต์ เพื่อเติมให้เต็มเท่านั้น เพื่อให้มีอะไรลง แต่ต่อไปต้องคำนึงถึงกลยุทธ์มากขึ้นว่าทำเพราะอะไร ทำไปเพื่ออะไร โดยมี 4 คำถามสำคัญ คือ
.why ทำไปทำไม ต้องรู้ก่อนว่าจะสร้างคอนเทนต์เพื่ออะไร
.who ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เกิดกับใคร จะสื่อสารถึงใคร
.what เรื่องอะไรที่จะสื่อสาร
.How จะเล่าอย่างไร โดยมากแบรนด์มักจะรู้แต่ข้อนี้ว่าจะทำอะไร แต่ไม่รู้คำถามแรกว่าทำไปเพื่ออะไร
4.อย่าหวัง viral /mass impact สิ่งสำคัญ คือกลับไปตอบโจทย์คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายแท้จริงได้ไหม เราไม่จำเป็นต้องเอาใจทุกคน เพียงตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้เป็นพอ จำไว้ว่าใช้เวลาและเงินให้คุ้มค่ากับคนที่จำเป็นเท่านั้น
5.การลงทุนโปรโมตคอนเทนต์ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะการแข่งขันทุกวันนี้สูงมาก จำไว้ว่า ธุรกิจไม่มีคำว่าฟลุค
6.การใช้ Data กับคอนเทนต์ ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ การยิงแอดครั้งแรกอาจทำให้คนทั่วไปเห็นยากขึ้น แต่เราก็จะรู้เป้าหมายที่แท้จริงว่าใครชอบ หรือสนใจสินค้าของเราบ้าง ให้ยิงแอดโฆษณาซ้ำกลับไปหาเขาอีกครั้ง เป็นสิ่งที่ SME ต้องเริ่มทำจริงจัง และให้ความสำคัญแล้ว
7.content ecosystem กระบวนการกระจายความเสี่ยง อย่าปล่อยให้ช่องทางสื่อสารใดสื่อสารหนึ่งมามีอิทธิพลทุกอย่าง ควรกระจายไปหลายช่องทางให้ลูกค้าเลือกที่หลากหลาย
8.PaidOwnEarn แต่ละคอนเทนต์ที่พูดโดยแต่ละคน เช่น เจ้าของแบรนด์ influencer ควรแตกต่างกัน ไม่ใช่คอนเทนต์เดียว แต่ใช้พูดได้ในทุกช่องทาง
9.content experience จำไว้ว่าคอนเทนต์เป็นเพียงแค่กลยุทธ์หนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทุกอย่างของแบรนด์ ความจริงลูกค้าอาจไม่ได้ต้องการคอยเทนต์ แต่ต้องการประสบการณ์ที่ดีที่แตกต่างต่างหาก ตั้งแต่เขาตัดสินใจมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ มาเป็นลูกค้าแบรนด์แล้ว ถึงจนอาจมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ละช่วงมีความสำคัญ จำไว้ว่า ไลก์ แชร์ คอมเมนต์ไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง
จงอย่าลืมว่าคุณทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไร นี่คือหัวใจสำคัญ
NextTrends2019 sme startup smestartup smethailand ถ้าชอบกดไลค์ถ้าใช่กดแชร์
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

9 กลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้า

EP.60 – ตัวอย่าง กลยุทธ์ก่อนโน้มน้าวใจ


ขั้นตอนก่อนจะเริ่มโน้มน้าวใจมี “กลยุทธ์” ด้วยเหรอ?
📌คุณคิดว่า ภาพก้อนเมฆ มีผลต่อการตัดใจเลือกซื้อโซฟาสักตัวไหมครับ?
📌คุณคิดว่า ภาพนักกีฬาวิ่งเข้าเส้นชัยมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในบริษัทหรือไม่ครับ?
Podcast ตอนนี้ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงที่ชื่อว่า กลยุทธ์ [ก่อน] โน้มน้าวใจ (PRESUASION) มาครับ เชื่อว่าใครที่ได้ฟังน่าจะได้ไอเดียในการใช้ชีวิต หรือทำสิ่งต่างๆ ได้ไม่มากก็น้อย แล้วมาดูกันว่า ก่อนจะเริ่มโน้มน้าวใจ เขามี “กลยุทธ์” อะไรบ้าง? มาดูตัวอย่างกันเลยครับ
รับฟัง Podcast กันได้ที่…
🎧Podbean : https://mintedacademy.podbean.com/
🎧Apple iTunes : https://apple.co/2xi9Qbf
🎧SoundCloud : https://soundcloud.com/mintedacademy
🎧Spotify: https://spoti.fi/2XSB013
🎧Blockdit: https://bit.ly/39yZPUj
🎥YouTube : https://bit.ly/2XpyIIT
💎FB Page: https://www.facebook.com/mintedacademy
💎Website: https://www.mintedacademy.com/

การตลาดออนไลน์ SME โน้มน้าวใจ กลยุทธ์
MintedAcademy Agency โฆษณาออนไลน์

Minted Academy คือ บริษัทเอเจนซึ่ทางการตลาดดิจิตอล เรามีหลักสูตรทางการตลาดออนไลน์และคอร์สอบรมสำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนาตนเองทางด้านการโฆษณา การตลาดออนไลน์ และโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกหลากหลายทั้ง โฆษณาเฟสบุ๊ค โฆษณาไลน์แอด ยูทูป และ พอดคาสต์ ฯลฯ ติดต่อเราเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ หรือ Facebook fan page ด้านบน
Minted Academy is a digital marketing agency. we provide the digital marketing course and tutorial base on online marketing including Facebook ad, line@, YouTube, and podcast system. contact us for more information at website or Facebook Fan page.

EP.60 - ตัวอย่าง กลยุทธ์ก่อนโน้มน้าวใจ

เรียกว่า พลิกหน้าประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวไทยเลยเเหละ…


อุโมงค์ถนนมหาราช
อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน
ท่าช้างโฉมใหม่
กทม. อุโมงค์ถนนมหาราชเสร็จปลายปี
อุโมงค์ถนนมหาราชเสร็จปลายปี – ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักการโยธา (สนย.) กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลานว่า โครงการดังกล่าว มีจำนวน 2 จุด วงเงิน 945 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 540 วัน ได้แก่ อุโมงค์ทางเดินลอดหน้าพระลานจุดที่ 1 ระยะทาง 96 เมตร พื้นที่รวม 6,280 ตารางเมตร พร้อมห้องน้ำชาย 21 ห้อง ห้องน้ำหญิง 55 ห้อง โถงพักคอยและทางเดิน อาคารกองอำนวยการ
และอุโมงค์ทางเดินลอดหน้าพระลานจุดที่ 2 ระยะทาง 37 เมตร พื้นที่รวม 350 ตารางเมตร พร้อมงานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ระบบระบายน้ำระบบไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศ และปรับอากาศ ระบบจราจรและงานปรับปรุงภูมิทัศน์ และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีความคืบหน้า 37% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2565
ส่วนโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนมหาราช วงเงิน 180 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน ระยะทาง 90 เมตร พื้นที่รวม 1,146 ตารางเมตรพร้อมห้องน้ำชาย 15 ห้อง ห้องน้ำหญิง 20 ห้อง โถงพักคอย ทางเดิน และงานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ระบบระบายน้ำระบบไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศและปรับอากาศ ระบบจราจร และงานปรับปรุงภูมิทัศน์ และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขุดดิน เพื่อก่อสร้างพื้นอุโมงค์ และเริ่มงานโครงสร้างหลังคาอุโมงค์แล้วบางส่วน มีความ คืบหน้า 37% ล่าช้ากว่าแผนเดิมที่กำหนด จากที่ต้องคืบหน้า 90% แล้ว แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด19 คาดว่าจะก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดแล้วเสร็จภายในช่วงปลายปีนี้
นายไทวุฒิกล่าวว่า ได้กำชับให้โครงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความปลอดภัยและลดฝุ่นละอองในพื้นที่โครงการก่อสร้าง รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ภายในไซต์งานอย่างเคร่งครัด
นายไทวุฒิกล่าวอีกว่า หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 35,000 คน อีกทั้งช่วยลดผลกระทบการจราจร เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร จัดระเบียบให้เกิดความปลอดภัย ไม่ต้องเดินข้ามถนน รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมของพื้นที่สนามหลวงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงามสมกับ เป็นสถานที่สำคัญของประเทศชาติ

เรียกว่า พลิกหน้าประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวไทยเลยเเหละ...

การคิดเชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking 【Competency Conceptual】


หลักสูตรฝึกอบรมตาม Competency Conceptual
https://www.entraining.net/competencyconceptual/
LEARNING ONLINE
เว็บไซต์การเรียนรู้ออนไลน์สำหรับองค์กร เพื่อพัฒนาบุคลากรให้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง
(People Development Outsourcing)

☎️ ติดต่อสอบถาม
โทร : 023748638 (จันทร์ศุกร์ 08.3017.30)
Hotline : 0917703350 , 0917703352
เว็บไซต์ https://www.learningonline.in.th / https://www.entraining.net

การคิดเชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking 【Competency Conceptual】

BUS7017 การจัดการเชิงกลยุทธ์ Corporate Strategy กลยุทธ์ระดับองค์กร เติบโต คงที่ หรือถดถอย


BUS7017 การจัดการเชิงกลยุทธ์ Corporate Strategy กลยุทธ์ระดับองค์กร เติบโต คงที่ หรือถดถอย

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ตัวอย่าง กลยุทธ์

See also  [NEW] จองตั๋วเครื่องบินไปหัวหิน (HHQ) ตั๋วราคาถูกที่สุด กับ Traveloka | เครื่องบิน แข่ง กัน - Nangdep.vn

Leave a Reply

Your email address will not be published.