Wiki

[Update] เทียบขุมพลัง ปัญญาประดิษฐ์ : จีน vs อเมริกา | จีน vs อเมริกา – Nangdep.vn

จีน vs อเมริกา: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

นักเทคโนโลยีจากจีนมั่นใจว่า ความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในวันนี้จะไม่ห่างไกลกันนับสิบปีอีกต่อไป แต่จะห่างกันแค่นับวัน หรือนับชั่วโมงเท่านั้น และอาจแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ หากเป้าหมายของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งเป้าไว้

ท่ามกลางบรรยากาศสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่ยังคงร้อนระอุและส่งผลกระทบไปทั้งโลก ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องเฝ้ามองนโยบายการค้าของทั้งสองประเทศและมาตรการการโต้ตอบระหว่างกันอย่างไม่วางตา  ขณะเดียวกันการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence :AI) ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางและกำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มนุษย์ต้องพึ่งพาในอนาคตอันใกล้นั้น ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต่างขับเคี่ยวกันเพื่อชิงความเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก

ประเทศที่มีจุดเด่นด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในโลกนี้ นอกจาก จีน สหรัฐอเมริกา  แคนาดา  ฝรั่งเศส และอังกฤษแล้ว ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ กลับมียุทธศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ชัดเจนเหนือกว่าประเทศใกล้เคียงอื่นๆ  ดังนั้นจึงถือได้ว่า ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์เป็นประเทศที่เตรียมพร้อมต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แถวหน้าของโลกประเทศหนึ่ง

สิ่งที่ทำให้จีนและสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจต่อปัญญาประดิษฐ์เพราะสองประเทศนี้เล็งเห็นแล้วว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศมหาอำนาจทั้งสองในเวลาอีกไม่นาน

ข้อมูลเปรียบเทียบขุมพลังปัญญาประดิษฐ์ทั้ง 10 ข้อต่อไปนี้คือสถานภาพโดยทั่วไปในปัจจุบันและแนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจีนและสหรัฐอเมริกาต่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของทั้งสองประเทศ

1.ยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์   ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนต่างให้ความสำคัญต่อปัญญาประดิษฐ์ โดยแต่ละประเทศได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้

ประเทศสหรัฐอเมริกา :  เมื่อปลายปี 2016 ก่อนที่ประธานาธิบดี บารัคโอบามาจะพ้นจากตำแหน่ง  ทำเนียบขาวได้แถลงยุทธศาสตร์ เรื่องการเตรียมการสำหรับปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต ( Preparing for the Future of Artificial Intelligence) สำหรับสหรัฐอเมริกา โดยเห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์คือวาระสำคัญและเร่งด่วนของชาติ  อย่างไรก็ตาม จะด้วยเหตุผลว่าประธานาธิบดี บารัค โอบามา กำลังจะพ้นจากตำแหน่งหรือด้วยเหตุผลอื่นก็ตามที รายงานจากทำเนียบฉบับนี้ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อเท่าที่ควรและไม่ได้กระตุ้นความสนใจต่อคนอเมริกันทั่วไปในเรื่องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์มากนัก 

เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล  ระยะแรก ประธานาธิบดี ทรัมป์ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องปัญญาประดิษฐ์มากเท่าที่ควร จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ประธานาธิบดี ทรัมป์  ได้ลงนามคำสั่งบริหารสำหรับ ”ยุทธศาสตร์ขั้นต้นสำหรับปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐอเมริกา ”  ( The American AI Initiative ) เพื่อส่งเสริมการวิจัยและการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภาคส่วนต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชนและวงการการศึกษา โดยเน้นความสำคัญต่อปัญญาประดิษฐ์ใน  5  เรื่องด้วยกันคือ การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์  การใช้ทรัพยากรด้านปัญญาประดิษฐ์  การกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลงานด้านปัญญาประดิษฐ์  การสร้างแรงงานด้านปัญญาประดิษฐ์ และการมีส่วนร่วมกับนานาประเทศและปกป้องความได้เปรียบด้านปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐอเมริกาเอง 

ยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ฉบับนี้จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ ของโลก รวมทั้งจะเป็นการเตรียมการสำหรับแรงงานในอนาคต  สหรัฐอเมริกาเชื่อว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอเมริกัน  ช่วยให้เกิดการสร้างงานใหม่  สร้างคุณค่าแก่ประเทศและช่วยให้คนอเมริกันมีความปลอดภัยทั้งในบ้านตัวเองและที่อื่นๆในโลก

ประเทศจีน  :   เมื่อปี 2017 สภาแห่งรัฐของจีนได้กำหนดแผนพัฒนาสำหรับปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ (Development Plan for a New Generation of Artificial Intelligence)  ซึ่งกล่าวถึง การพยากรณ์และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และกำหนดวิสัยทัศน์สำหรับปัญญาประดิษฐ์เป็น  3 ระยะ ได้แก่  ระยะแรก จีนจะอยู่ในแถวหน้าของการใช้ AI  เพื่อเศรษฐกิจภายในปี 2020  ระยะที่สอง จีนตั้งเป้าว่าต้องประสบความสำเร็จในการค้นพบสิ่งใหม่ๆของปัญญาประดิษฐ์ภายในปี 2025  ระยะที่ 3  จีนจะเป็นผู้นำของโลกภายในปี 2030 

จะเห็นได้ว่า ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญต่ออนาคตของปัญญาประดิษฐ์ด้วยกันทั้งคู่  แต่สหรัฐอเมริกายังไม่ได้กำหนดกรอบการพัฒนาและเป้าหมายของปัญญาประดิษฐ์ที่ชัดเจนนัก  ส่วนจีนได้กำหนดเป้าหมายของปัญญาประดิษฐ์ไว้ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะเป้าหมายในการเป็นผู้นำของโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ในอีก 11 ปีข้างหน้านั้นเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับจีน รวมทั้งน่าจะสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐอเมริกาไม่มากก็น้อย

2.เทคโนโลยีด้านชิพประมวลผล  ปัญญาประดิษฐ์ต้องการปัจจัยในการขับเคลื่อนหลัก 3 ประการ ได้แก่ ข้อมูลขนาดใหญ่  ศักยภาพของหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ และอัลกอริทึม (ลำดับคำสั่งที่บอกให้คอมพิวเตอร์ทำงาน)   ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต่างมีเทคโนโลยีด้านหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ไม่น้อยหน้ากัน   ในขณะที่สหรัฐอเมริกา มีผู้ผลิตชิพหน่วยประมวลผลรายสำคัญของโลก เช่น Intel และ Qualcomm รวมทั้งผู้ผลิตชิพที่เน้นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ เช่น Nvidia   แต่จีนก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเพราะมีผู้ผลิตชิพหน่วยประมวลผลที่เกิดใหม่และเน้นการนำหน่วยประมวลผลไปใช้กับอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ   เช่น Horizon Robotics     Bitmains และ   Cambricon Technologies เป็นต้น

แม้ว่าสหรัฐอเมริกายังนำหน้าจีนในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิตชิพเนื่องจากมีบริษัทผลิตชิพที่มีความแข็งแกร่งอยู่เป็นทุนเดิม แต่ในโลกของการผลิตชิพปัญญาประดิษฐ์ จีนอาจตีเสมอสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคตอันใกล้เนื่องจาก การสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาลเพื่อมุ่งเน้นการประดิษฐ์ชิพปัญญาประดิษฐ์ของจีนให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าสหรัฐอเมริกา  การเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตชิพของสหรัฐอเมริกา  รวมทั้งหากจีนเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิพได้เข้าไปลงทุนในจีนโดยไม่เข้มงวดหรือได้รับการยกเว้นข้อจำกัดบางประการสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ก็จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับจีนในเรื่องการผลิตชิพด้านปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น

3.งานวิจัย ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการตีพิมพ์   งานวิจัยคือหนึ่งในตัวชี้วัดความก้าวหน้าและกิจกรรมของปัญญาประดิษฐ์  ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยครองแชมป์ด้านความก้าวหน้าด้านการตีพิมพ์งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เผยแพร่ตลอดมานั้น กลับต้องเสียแชมป์ให้กับจีนตั้งแต่ช่วงปี 2014  เป็นต้นมา ทำให้จีนเป็นประเทศที่มีการตีพิมพ์งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์มากที่สุดในโลก  ส่วนสหรัฐอเมริกา มีงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ตีพิมพ์เป็นอันดับสอง  ในส่วนของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์จึงถือว่า จีน เหนือกว่า สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศที่มีการตีพิมพ์งานวิจัยอันดับ 3 ได้แก่ ออสเตรเลีย และอันดับ 4 ได้แก่ สิงคโปร์

READ  [Update] ประกาศรับสมัครงานของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) | บริษัท ช การช่าง - Nangdep.vn

4. ข้อมูล    นอกจากความสามารถของหน่วยประมวลผลแล้ว ตัวข้อมูลเองคือหนึ่งในพลังสำคัญในการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้เราทราบถึงกิจวัตรประจำวันและความเป็นตัวตนของบุคคล   

จากจำนวนประชากรที่มากกว่าสหรัฐอเมริกาถึงสี่เท่า จีนจึงมีข้อมูลสำหรับการเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆของประชากรผ่านสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชั่นที่มากเพียงพอที่จะนำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ได้ อย่างแทบไม่จำกัด  ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนต่างก็มีข้อมูลประเภทต่างๆเพื่อใช้ในการเรียนรู้และสร้างสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมมนุษย์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  แต่จีนได้ข้อมูลพฤติกรรมประชาชนของตัวเองในโลกแห่งความจริง ซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาลสำหรับป้อนให้กับบริษัทที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์

นอกจากนี้ความไม่เคร่งครัดของภาคประชาชนและกฎระเบียบของรัฐต่อการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ประโยชน์มากนักจึงทำให้จีนก้าวเข้าสู่ประเทศที่มีการใช้ข้อมูลสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างแทบไม่มีขีดจำกัด  ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆต่างให้ความสำคัญต่อการละเมิดการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้งาน จึงอาจทำให้มีข้อจำกัดต่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในบางแง่มุม

5. วัฒนธรรมการสร้างเทคโนโลยี   นักเทคโนโลยีและผู้ประกอบการจากสหรัฐอเมริกาและจีนล้วนเกิดมาจากวัฒนธรรมในการทำธุรกิจที่มีความแตกต่างกัน    ผู้ประกอบการใน ซิลิคอน แวลลีย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกามักจะเป็นเด็กหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน  เช่น เป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกร นักการศึกษา ทันตแพทย์ ฯลฯ  คนหนุ่มสาวเหล่านี้มีความฝันอันบรรเจิดอยู่เสมอว่า พวกเขาสามารถจะเปลี่ยนแปลงโลกได้ด้วยความคิดเชิงนวัตกรรม   ดังนั้นการลอกเลียนแบบสินค้าหรือความคิดของผู้อื่นจึงเป็นเหมือนการทรยศต่อภูมิปัญญาและเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกอบการที่แท้จริง  ด้วยสิ่งแวดล้อมดังกล่าวผู้ประกอบการที่เติบโตจาก ซิลิคอน แวลลีย์ มักจะมีแนวคิดการขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้พันธกิจนำ (Mission- driven)

ในขณะที่บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของจีน กลับเป็นตรงกันข้าม เพราะบริษัทปัญญาประดิษฐ์ส่วนใหญ่ของจีนถูกขับเคลื่อนโดยใช้การตลาดนำ (Market-driven) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การหาเงินเข้ากระเป๋าและทำกำไรให้มากที่สุด  นอกจากนี้ผู้ประกอบการในจีนเห็นว่า การผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์ทางการตลาดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการกอบโกยกำไรของตัวเองนั้น ไม่ว่าแนวความคิดนั้นจะมาจากไหนหรือเป็นของใคร   ผู้ประกอบการเหล่านี้ก็จะรับมาใช้พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยไม่ลังเล  ผู้ประกอบการเหล่านี้มักเป็นผู้หิวกระหายต่อการสร้างสิ่งใหม่ๆ  เป็นผู้ประกอบการที่ทำงานหนัก และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจได้ตลอดเวลา  แนวคิดเหล่านี้จึงกลาย ระบบนิเวศน์ทางอินเทอร์เน็ตที่เอื้ออำนวยให้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของจีนเป็นไปแบบก้าวกระโดด

6. ยักษ์ใหญ่ของโลกปัญญาประดิษฐ์  ในโลกนี้มีบริษัทที่ทำธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ ซื้อขายสินค้าออนไลน์และ ระบบซอฟแวร์ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทั้งโลกอยู่  9  บริษัทด้วยกัน เรียกกันว่า “เก้ายักษ์ใหญ่” (The Big Nine)   3  บริษัทอยู่ในจีน และ 6 บริษัท อยู่ในสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกา : บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่  Google  Facebook Amazon Microsoft   IBM  Apple

ประเทศจีน :  บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่  Baidu  Alibaba   Tencent  (BAT) 

แม้ว่าบริษัทใหญ่ๆด้านปัญญาประดิษฐ์ที่คนทั่วโลกรู้จักและใช้บริการจะเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา  แต่ด้วยยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจนของรัฐบาลจีน จึงเชื่อได้ว่า บริษัทจากประเทศจีนจะเป็นที่รู้จักและมีบทบาทในสังคมโลกมากขึ้นใกล้เคียงบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาในอนาคตอันใกล้

7.  ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์

เมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว   ศาสตราจารย์ นอร์เบิร์ท วีเนอร์(Norbert Weiner) แห่งสถาบันเทคโนโลยี MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา เขียนหนังสือชื่อ ไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetics : การควบคุมและการสื่อสารในสัตว์และเครื่องจักร) ซึ่งเป็นแนวคิดเรื่องระบบอัตโนมัติและการควบคุมตัวเองของเครื่องจักร และแนวคิดนี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่พัฒนาไปสู่คำว่า “ ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence) ในเวลาต่อมา

ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า สหรัฐอเมริกาคือต้นกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งเป็นที่ผลิตนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลชั้นนำของโลกซึ่งเป็นบุคลากรที่จำเป็นในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในยุคหลัง

ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI คนดังๆของโลกมีฐานที่มั่นอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่  ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้หลายคนไม่ได้เป็นคนอเมริกันโดยกำเนิดและบางคนเป็นคนเชื้อสายจีน แต่มาศึกษาและทำงานในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านปัญญาประดิษฐ์   ผู้เชี่ยวชาญบางคนเคยทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในจีนและในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งและสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ    

อย่างไรก็ตามผู้ที่ทรงอิทธิพลต่อทิศทางของปัญญาประดิษฐ์ของโลกในขณะนี้ คือ คนสามคนที่คนในวงการมักเรียกกันแบบติดตลกว่า   “ สามมาเฟียแห่งแคนาดา ” หรือบ้างก็เรียกว่า  “ ก็อดฟาเธอร์ปัญญาประดิษฐ์”   ซึ่งได้แก่ 

ยอชัว เบนจิโอ( Yoshua Bengio) ศาสตราจารย์ แห่งมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ประเทศแคนาดา    

เจฟฟรี ฮินตัน( Geoffrey Hinton) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดาและผู้บริหาร Google  

รวมไปถึง ยาน เลอคัน( Yann LeCun) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย นิวยอร์คและผู้บริหารของ  Facebook  

ซึ่งนอกจากบุคคลทั้งสามจะมีอิทธิพลอย่างสูงต่อทิศทางของปัญญาประดิษฐ์ของโลกแล้ว ทั้งสามคนยังได้รับรางวัล Turing Award ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลโนเบลด้านคอมพิวเตอร์ของปี 2018 ด้วย 

ในมุมมองด้านผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์คนสำคัญๆ ที่ถือว่า มีอิทธิพลต่อโลกนั้น สหรัฐอเมริกาจึงยังน่าจะมีแต้มต่อจีนอยู่มากพอสมควร   ส่วนนักปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปนั้น แม้ว่านักปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐอเมริกา จะได้รับอิทธิพลจาก ก็อดฟาเธอร์ ด้านปัญญาประดิษฐ์หลายๆคนและได้รับการบ่มเพาะจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง รวมทั้งบริษัทปัญญาประดิษฐ์หลายแห่งก็ตาม  แต่การที่จีนมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเวทีต่างๆ รวมทั้งมีการสร้างบุคลากรในด้านปัญญาประดิษฐ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนและการได้ทำงานในบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทำให้ศักยภาพของบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ด้านปฏิบัติการทั่วไปของจีนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และน่าจะตามหลังสหรัฐอเมริกาอยู่ไม่ห่างนัก  

READ  [NEW] การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) | roe สูตร - Nangdep.vn

8. ค่าแรงงานด้านปัญญาประดิษฐ์   นอกจากการสนับสนุนอย่างจริงจังของรัฐบาลจีนต่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แล้ว  ค่าแรงของวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนยังถือว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา  จากข้อมูลค่าแรงของบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองเจียเซียน ของมณฑลเหอหนาน พบว่า  ค่าแรงวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปตกอยู่ราว 400 – 500 เหรียญต่อเดือนเท่านั้น และอัตรานี้เป็นค่าแรงที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของค่าแรงทั่วไปของมณฑลเหอหนานด้วย 

ในขณะที่ค่าแรงของวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ ของสหรัฐอเมริกาสูงกว่าค่าแรงในประเทศจีนหลายเท่าตัว ดังนั้นปัจจัยค่าแรงจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนให้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว 

นอกจากปัจจัยค่าแรงแล้ว ทรัพยากรด้านฮาร์ดแวร์ของจีนที่มีอยู่มากมายเหลือเฟือทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถที่จะแสวงหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆไปใช้ในการทดลองได้ไม่ยากด้วยราคาที่ไม่แพง

9. เค้กปัญญาประดิษฐ์   จากการคาดคะเนของบริษัท  PricewaterhouseCooper  ประมาณการว่า ในปี 2030  ปัญญาประดิษฐ์จะเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจโลกราว 15.7 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์  จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดประเทศจำนวนมากจึงมุ่งเข็มมาสู่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะสองประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกากับจีนนั้น หากการประมาณการถูกต้อง คาดว่าทั้งสองประเทศจะมีส่วนแบ่งจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของทั้งโลกรวมกันถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และดูเหมือนว่าเค้กชิ้นใหญ่นี้ได้ถูกแบ่งเอาไว้สำหรับสองประเทศยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์เรียบร้อยแล้วดังนี้

ประเทศสหรัฐอเมริกา :คาดว่า เป้าหมายลูกค้าปัญญาประดิษฐ์ ส่วนใหญ่คือประเทศที่พัฒนาแล้ว

ประเทศจีน : คาดว่าเป้าหมายลูกค้าปัญญาประดิษฐ์ส่วนใหญ่คือ  ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  แอฟริกาและตะวันออกกลาง 

หากการพยากรณ์ถูกต้อง สัดส่วนของเค้กปัญญาประดิษฐ์ในอีก 11 ปีข้างหน้าของทั้งสองประเทศน่าจะอยู่ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน

10. ปัญญาประดิษฐ์ในภาพรวม   ถ้าแบ่งธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ออกเป็น 4 กลุ่มเพื่อดูคะแนนศักยภาพในแต่ละกลุ่มทั้งของจีนและสหรัฐอเมริกา จะพบว่า ปัจจุบันจีนมีคะแนนตามหลังสหรัฐอเมริกาอยู่ในบางด้าน แต่จากการคาดคะเนในอนาคต เชื่อว่า จีนอาจจะตามทันสหรัฐอเมริกาในบางด้านและเหนือกว่าในบางด้าน ดังแสดงในตาราง

แม้ว่าสถานภาพด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันของจีนอาจเป็นรองสหรัฐอเมริกาอยู่บ้าง ต่างกับในอดีตซึ่งห่างกันหลายสิบปี  แต่นักเทคโนโลยีจากจีนมั่นใจว่าความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนในวันนี้จะไม่ห่างไกลกันนับสิบปีอีกต่อไป แต่จะห่างกันแค่นับวันหรือนับชั่วโมงเท่านั้น และอาจแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ หากเป้าหมายของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งเป้าไว้

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มักมาพร้อมกับข่าวดีและข่าวร้ายในเวลาเดียวกัน ปัญญาประดิษฐ์สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและช่วยแบ่งเบาภาระของมนุษย์ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับโลก   แต่เมื่อใดก็ตามที่ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการทำร้ายหรือทำลายล้างมนุษย์ด้วยกันเอง คุณค่าของปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนไปในทันที  

สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายของมนุษย์ที่ต้องสร้างความสมดุลจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมในวันข้างหน้า ซึ่งภาครัฐจะต้องให้ความเอาใจใส่และพิจารณาอย่างรอบด้านโดยไม่หวังผลจากปัญญาประดิษฐ์มากจนเกินไปจนกระทั่ง ลืมไปว่าเทคโนโลยีมีสองด้านเสมอ

ปัญญาประดิษฐ์เป็นความฝันของมนุษย์เมื่อหลายสิบปีก่อนและความฝันอันสูงสุดของมนุษย์ในการสร้างปัญญาประดิษฐ์คือ การสร้างเครื่องจักรที่สามารถคิดเองได้เหมือนกับความสามารถในการคิดของมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า มนุษย์จะสามารถสานฝันอันสูงสุดนั้นให้เป็นความจริงได้ภายในอีกกี่สิบปีหรืออีกกี่ร้อยปีข้างหน้า  

อ้างอิง

1.    AI Superpower โดย Kai – Fu Lee

2.    AI Advantage โดย Thomas H. Davenport

3.    Possible Minds โดย John Brockman

ภาพประกอบ  https://steemit.com/cryptocurrency/@harleymechanix/5-things-america-must-thwart-in-the-next-few-years-or-china-will-be-a-hegemonic-power-o r-how-they-relate-to-crypto-currency


เปรียบเทียบขุมกำลังรบ USA vs China 2021(สหรัฐอเมริกา vs จีน) Ep.6


สหรัฐอเมริกาvsจีน เปรียบเทียบขุมกำลังรบ USA CHAINA
อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.globalfirepower.com/countriescomparisondetail.php?country1=unitedstatesofamerica\u0026country2=china

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

เปรียบเทียบขุมกำลังรบ USA vs China 2021(สหรัฐอเมริกา vs จีน) Ep.6

Live! วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2018 จีน vs สหรัฐอเมริกา


ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/workpoint/
เว็ปไซต์ http://www.workpointtv.com

READ  [Update] เรื่องต้องรู้: หิ้วนาฬิกาเข้าแบบไม่ต้องลุ้น แนะวิธีเคลียร์ภาษีอย่างมือโปรฯ | นาฬิกา ต่าง ประเทศ - Nangdep.vn

Live! วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2018 จีน vs สหรัฐอเมริกา

ความสัมพันธ์ \”สหรัฐ-ไต้หวัน\” อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนกับ \”จีน\” | workpointTODAY


จากความขัดแย้ง ที่คุกรุ่น ระหว่าง \”จีน\” กับ \”ไต้หวัน\” ผนวกกับทางสหรัฐฯ ก็รุกคืบความสัมพันธ์กับทางไต้หวันมากขึ้น
ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน แสดงความคิดเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางสหรัฐฯ จะกระชับความสัมพันธ์กับทางไต้หวันมากขึ้น สร้างค่านิยมความรักชาติ ความหวงแหนอิสรภาพจากจีน จนทำให้ทางไต้หวันมีความฮึกเหิม
และเมื่อใดที่ไปสู่จุดสงคราม สหรัฐ ก็จะใช้ไต้หวัน ไปสู้รบกับจีนแทน เหมือนดังที่เคยเกิดขึ้นใน \”เวียดนาม\” มาแล้ว
workpointTODAY | MAKE TOMORROW, TODAY
ข่าว ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ
สาระความรู้สำหรับวันนี้
workpointTODAY LIVE
รายการข่าวออนไลน์ พร้อมประเด็นพูดคุยที่น่าสนใจ
ทุกวันจันทร์ศุกร์ 19.30 น. ช่องทางออนไลน์ของเรา
workpointTODAY
ข่าวเวิร์คพอยท์ทีวีช่อง 23 ตลอดทั้งวัน
https://www.facebook.com/NewsWorkpoint/
Website: workpointtoday.com
Facebook: https://www.facebook.com/workpointTODAY/
YouTube: https://www.youtube.com/WorkpointToday
Instagram: https://www.instagram.com/workpointtoday/
Twitter: https://twitter.com/workpointtoday
Tiktok: https://www.tiktok.com/@workpointtoday

Podcast by workpointTODAY
Apple Podcast https://apple.co/31pJLD0
Google Podcast https://bit.ly/2FJrBo9
Spotify https://spoti.fi/2HeG2RO
Podbean https://bit.ly/3m4nouy

ความสัมพันธ์ \

สงครามนิวเคลียร์ระอุ จีน-สหรัฐฯเสริมฐานยิงขีปนาวุธ | TNN ข่าวค่ำ | 2 มี.ค. 64


ประธานาธิบดี ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ขู่ฉีกสัญญาความร่วมมือด้านการทหารกับสหรัฐฯหากมีการขนอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาประจำการในประเทศ หลังทั้งสองชาติเห็นชาติขยายเวลาข้อตกลงเยี่ยมเยือนทางทหารหรือ VFA ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรในเอเชียเริ่มสั่นคลอน ขณะเดียวกันสหรัฐฯยังกังวลเพิ่มขึ้น หลังจากพบข้อมูลที่ระบุว่า จีนยกระดับความพร้อมของกองกำลังนิวเคลียร์โดยมีการเคลื่อนย้ายหัวรบนิวเคลียร์ลงไปไว้ในไซโลใต้ดินจำนวนมาก ซึ่งเป็นความพยายามทำให้กองทัพมีศักยภาพเหนือกว่าสหรัฐฯ

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://www.youtube.com/tnnthailand/
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

สงครามนิวเคลียร์ระอุ จีน-สหรัฐฯเสริมฐานยิงขีปนาวุธ | TNN ข่าวค่ำ | 2 มี.ค. 64

สงครามเย็น จีน – สหรัฐ ? : ทันโลก กับ ที่นี่ Thai PBS (6 ก.ย. 64)


ติดตามชมรายการทันโลก กับ ที่นี่ Thai PBS วันที่ 6 กันยายน 2564 เวลา 21.45 22.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/ThisisThaipbs

กด Subscribe ติดตามรายการดี ๆ ของช่อง ได้ที่ : http://thaip.bs/YSBht5j
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBS
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
LINE : http://www.thaipbs.or.th/AddLINE
YouTube : http://www.youtube.com/ThaiPBS

สงครามเย็น จีน - สหรัฐ ? : ทันโลก กับ ที่นี่ Thai PBS (6 ก.ย. 64)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ จีน vs อเมริกา

Cẩm Nhung

Xin chào các bạn, Mình tên là Cẩm Nhung, như bao cô gái khác mình cũng đam mê mỹ phẩm say mê làm đẹp và chỉnh chu cho nhan sắc của mình. Vì thế, mình muốn chia sẻ những bí quyết làm đẹp của mình cho các bạn để các bạn có thể cẩn thận hơn cũng như tìm hiểu được những cách chăm sóc da đẹp nhất.

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button